Exclusive Interview with Miss Foster

เธอคือใคร? เธอคือดีเจมืออาชีพที่สร้างฐานแฟนเพลงในกรุงเทพฯ ได้อย่างเหนียวแน่น และเธอคือหนึ่งในศิลปินไลน์อัพคนสำคัญที่จะมาจุดความมัน(ส์)ในงาน Kolour in the Park แบบไม่กลัวทั้งไวรัส ฝุ่น และความบ้าบอของสถานการณ์ในประเทศ ณ เพลานี้ ลอฟฟีเซียล ออมส์ มีบทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟของเธอมาให้แฟนๆ ได้อ่าน ก่อนจะไปพบกับเธอเล่นสดๆ ได้ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ณ Thai Wake Park

คุณเคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไหมว่าวงการดีเจมีแต่ดีเจผู้ชายเป็นหลัก

ตอนที่ฉันเริ่มงานดีเจในกรุงลอนดอนไม่ค่อยมีดีเจผู้หญิงเท่าไหร่หรอกค่ะ แต่แทนที่ฉันจะมารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจใดๆ ฉันตัดสินใจที่จะใช้โอกาสนี้ทำให้ตัวเองโดดเด่น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีคิดจริงๆ ค่ะ! ฉันเชื่อว่าถ้าคุณมีสกิลล์ในการเป็นดีเจที่แข็งแรงพอ เพศสภาวะของคุณก็ไม่เกี่ยวอะไรหรอกค่ะ นั่นทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าสมัยที่เริ่มอาชีพดีเจใหม่ๆ ฉันรู้สึกอะไรนิดๆ หน่อยๆ บ้างนะคะ แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะฉันยังใหม่ในวงการนี้เท่านั้นเองล่ะค่ะ ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆ มากมายหลังจากที่อยู่ในวงการมาเป็นสิบปี ซึ่งปัจจุบันผู้จัดมิวสิกเฟสติวัลเองก็พยายามใช้ดีเจทุกเพศแล้วล่ะค่ะ อย่างงาน Kolour in the Park นี่เห็นได้ชัดเจนเลยทีเดียว ฉันภูมิใจมากค่ะที่ได้เป็นหนึ่งในดีเจผู้หญิงของงานนี้

คุณมีศิลปินคนไหนที่อยากร่วมงานด้วยเป็นพิเศษไหมหรือใครก็ได้ที่คุณชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ

ตอนนี้ฉันกำลังคลั่งไคล้ Dimmish และ Toman มากเลย มีเพลงเฮาส์ดีๆ ให้ฟังแล้วในที่สุด ฉันมั่นใจมากว่าพวกเราจะต้องทำเพลงที่ดีมากแน่ๆ ถ้าได้ร่วมงานกัน คงเป็นการร่วมงานที่ฉันจะมีความสุขมากแน่ๆ และฉันยังเป็นแฟนตัวยงของ Inland Knights พวกเขาทำเพลงได้คลาสสิกมาก ฟังที่ไหนเมื่อไหร่ก็ไม่เบื่อเลย แต่ฉันก็ไม่ได้ฟังแต่เพลงอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นนะ ช่วงที่โตๆ มาฉันก็ฟังเพลงของ Jamiroquai, Foo Fighters, Madonna, Crowded House และ Counting Crows ด้วยค่ะ เป็นอัลบั้มที่ฉันฟังต่อจากพี่ชายคนโตของฉันเองน่ะ อ้อ… มีอีกเรื่องที่คุณอาจจะไม่รู้นะ ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Fleetwood Mac ด้วยค่ะ

มองอนาคตตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้าไว้อย่างไรบ้าง

ตอนนั้นฉันก็เข้าหลักสี่แล้วสินะ เดาว่าฉันคงจะรบกับครอบครัวของตัวเอง และพยายามทำงานเพลงต่อไป มีโฮมสตูดิโอ อะไรแบบนี้ และฉันอยากจะเซ็นสัญญากับค่ายเพลงสักแห่ง เพื่อที่จะได้มีซีนในวงการดนตรีอย่างต่อเนื่อง ฉันอยากจะสนับสนุนเด็กเลือดใหม่ด้วย การได้เซ็นสัญญากับค่ายคงช่วยเรื่องนี้ได้อีกเยอะ ตอนนั้นฉันคงกลับไปอยู่ที่ยุโรปแล้ว แต่ก็หวังว่าจะได้กลับมาออกทัวร์ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้งช่วงฤดูหนาว ฉันอยากจะทำสิ่งที่ฉันรักไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ร่างกายและจิตใจของฉันยังสู้ไหว นั่นคือจุดประสงค์หลักของฉันเลยล่ะค่ะ

บอกอะไรกับแฟนๆชาวไทยหน่อย

ประเทศไทยได้ใจฉันเสมอค่ะ ที่นี่มีบรรยากาศอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกพิเศษตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะความน่ารักและอัธยาศัยดีของคนไทยก็ได้ค่ะ คนไทยชอบการสร้างสรรค์ ซึ่งนั่นก็เป็นผลดีกับเราชาวดีเจ ตั้งแต่มาที่นี่เมื่อสองปีที่แล้วฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากคนไทยและจากแฟนๆ ชาวไทยแบบล้นทะลักเลยทีเดียว ฉันดีใจมากที่ได้ทำงานดีเจในกรุงเทพฯ จริงๆ ค่ะ

www.kolourinthepark.com