Refocus Heritage ไปกับสมาคมสถาปนิกสยามฯ

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด แถลงข่าวการจัดงานสถาปนิก’63 “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage” ชูแนวคิดการปรับเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อมรดกสถาปัตยกรรม และการอนุรักษ์ เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานครั้งนี้ว่า “สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดงานสถาปนิกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2529 จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่าสามทศวรรษ กระทั่งได้พัฒนารูปแบบและขยายพื้นที่จนเป็นงานจัดแสดงสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงานยังคงจุดยืนเดิมคือแสดงศักยภาพและผลงานของสถาปนิก ให้สังคมได้รับรู้ถึงบทบาทของสถาปนิกที่มีต่อสังคม 

สำหรับแนวคิดในการจัดงานครั้งนี้ สมาคมสถาปนิกสยามฯ ต้องการนำเสนอเรื่องราวของมรดกสถาปัตยกรรมจากอดีต การอนุรักษ์อาคาร และการรักษาคุณค่าเพื่อส่งต่อจากคนรุ่นเรา ซึ่งงานอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเป็นภารกิจที่สมาคมทำมาโดยตลอด จึงเป็นที่มาของแนวคิด “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage” 

Temple of Dawn, Wat Arun, Bangkok Thailand

ดร.วสุ โปษยะนันทน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก’63 กล่าวถึงรายละเอียดการจัดงานว่า “งานสถาปนิก’63 “มองเก่า ให้ใหม่ : Refocus Heritage” ต้องการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด ‘มรดก’ หรือ ‘Heritage’ ในหลากหลายมิติ หลายคนอาจคิดว่างานอนุรักษ์อาคารหรือเรื่องมรดกสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องไกลตัว เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรหรือนักอนุรักษ์เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนเกี่ยวข้องกับคนทุกสาขาอาชีพ คนที่มีบ้านเก่าต้องการจะปรับปรุงอาคาร สามารถมาหาความรู้เกี่ยวกับวัสดุและการซ่อมแซมอาคารเก่าได้อย่างถูกหลักและถูกสตางค์ การปรับเปลี่ยนอาคารโบราณเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ตลอดจนการพัฒนาเมืองและชุมชน ตัวอย่างเช่น การเกิดขึ้นของชุมชนสร้างสรรค์ในย่านเก่าที่ก่อให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจมากมาย 

Bangkok during golden sunset. City skyline with traffic on the roads and Chao Phraya River.

งานสถาปนิก’63 จัดบนพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือส่วนจัดแสดงสินค้าที่รวมผู้แสดงสินค้าชั้นนำทั่วโลกกว่า 850 ราย และส่วนพื้นที่นิทรรศการธีมงาน (Thematic Exhibitions) โดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 5,000 ตารางเมตร ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการก่อสร้างรูปทรงที่ลํ้าสมัย สะท้อนแนวคิดจากอดีต ผู้ชมจะได้พบกับกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินมากมาย อาทิ 

  • นิทรรศการช่างกับงานมรดก พบกับองค์ความรู้ด้านวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างโบราณที่หาชมยาก ตื่นตากับการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมของช่างในอดีตที่ได้รวบรวมมานำเสนอในรูปแบบที่ชวนติดตาม กิจกรรมฉายหนังสั้นมรดก 63 ชวนผู้ชมสำรวจ 63 ความเห็นอันหลากหลายของคนในสังคมที่มีต่อการอนุรักษ์ จัดฉายในโรงหนังไม้ไผ่สุดลํ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากภูมิปัญญางานพื้นถิ่นในอดีต 
  • นิทรรศการวิกฤตมรดกบนโลกออนไลน์ นำเสนอประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เช่น การรื้อโบราณสถาน การบูรณะซ่อมแซมวัดแบบขาดความรู้ความเข้าใจ ทั้งนี้เพื่อชวนให้ประชาชน ไปจนถึงผู้ดูแลสมบัติสาธารณะของประเทศมาช่วยกันตั้งคำถาม และมาร่วมค้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่สังคมกำลังจับตาได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องโดยตรง 

สำหรับกิจกรรมประกวดออกแบบประจำงานสถาปนิกครั้งนี้จะถูกยกระดับให้เป็นการประกวดแบบสถาปัตยกรรมระดับชาติ ภายใต้แนวคิด ‘Everyday Heritage’ เปิดโอกาสให้กับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ทุกกลุ่ม รวมถึงนักเรียนมัธยมที่สามารถใช้รางวัลนี้ในการต่อยอดเพื่อการศึกษาได้ 

นิทรรศการเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจยังมีให้ชมกันเต็มอิ่ม อาทิ นิทรรศการรางวัลสถาปัตยกรรมเด่น ประจำปี 2563 รวมที่สุดของผลงานออกแบบอาคารใหม่ซึ่งถูกคัดเลือกโดยสมาคมสถาปนิกสยามฯ และ นิทรรศการรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ซึ่งปีนี้ได้ยกระดับมาตรฐานการตัดสินให้สอดคล้องกับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Awards นิทรรศการปฏิบัติการกู้ชีพอาคารเก่า (Heritage in Danger) ซึ่งนำเสนอผลงานของนักศึกษาสถาปัตยกรรมทั่วไทยในการออกแบบเพื่อฟื้นฟูมรดกสถาปัตยกรรมในชุมชนที่สถาบันการศึกษานั้นตั้งอยู่จริงๆ 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย หมอบ้านอาษา บริการให้คำปรึกษาปัญหาการออกแบบและก่อสร้างโดยสถาปนิก วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ บริเวณลานอาษา พื้นที่สันทนาการสำหรับผู้ชมทุกกลุ่มทุกวัย เราเตรียมกิจกรรมน่าสนใจ การบรรยาย เวิร์คช็อป หมุนเวียนตลอด 6 วันเต็ม และพบกับการนำเทคโนโลยีลํ้าสมัยที่ใช้ในงานอนุรักษ์ อย่างการสแกนวัตถุสามมิติมาสาธิตให้ชมกันอีกด้วย 

สำหรับผู้ที่เป็นสถาปนิก พลาดไม่ได้กับอาษาฟอรั่ม (ASA Forum) เวทีบรรยายด้านสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ อาษาคลับ พื้นที่พบปะสังสรรค์สำหรับสมาชิกสมาคมสถาปนิกสยามฯ ยังคงมีอยู่เช่นเคย รวมถึง ร้านอาษา (ASA Shop) และ ร้านหนังสือ (Book Club) ที่คราวนี้เราปรับรูปแบบใหม่ เตรียมสรรหาหนังสือสถาปัตย์ดีๆ ที่หาไม่ได้ตามร้านหนังสือทั่วไปมานำเสนอ พร้อมกับกิจกรรมเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ๆ ในงานอีกด้วย 

แนวคิด ‘มองเก่า ให้ใหม่’ เป็นการ Refocus ที่ไม่เพียงแต่เป็นการหวนกลับมามองดูมรดกเหล่านี้อีกครั้งเท่านั้น แต่เป็นการปรับความคมชัดด้านการรับรู้ที่มีต่อมรดกสถาปัตยกรรม ยังหมายถึงความยืดหยุ่นของการอยู่ร่วมกันเพื่อการรักษาคุณค่า ระหว่างความเก๋าของอาคารเก่าและความเก๋ของอาคารใหม่ร่วมสมัย เป็นการปลุกมุมมองต่อมรดกสถาปัตยกรรมให้มีชีวิตที่กว้างขึ้น หลากหลายมิติมากขึ้น สามารถเข้าถึงผู้เข้าชมงาน ที่มีความหลากหลายอาชีพ และความแตกต่างทางยุคสมัย ให้ทุกคนหันกลับมาตระหนักถึงบทบาทในความเป็นเจ้าของ มรดก ในอันที่จะมีส่วนร่วมในการรักษาและส่งต่อสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้ให้กับสังคมที่จะต้องก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้ร่วมกันอย่างยั่งยืน” 

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือนีโอ ผู้บริหารงานสถาปนิก’63 เปิดเผยความคืบหน้าการจัดงานฯ ล่าสุด ว่า “ในปีนี้นีโอมีการวางกลยุทธ์ผลักดันให้งานสถาปนิก’63 เป็นงานเเสดงสินค้าสถาปัตยกรรมวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างระดับนานาชาติของเอเชีย ผ่านการบริหารพื้นที่จัดแสดงสินค้าบนพื้นที่รวมกว่า 75,000 ตารางเมตร พร้อมขยายโปรไฟล์ใหม่ครอบคลุมเรื่องประกันภัยเเละโซลูชันไอโอที เพื่อรองรับผู้ร่วมแสดงสินค้า (Exhibitors) จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย จีน และอาเซียน รวมกว่า 850 บริษัทชั้นนำทั่วโลก โดยขณะนี้มียอดการจองพื้นที่จัดแสดงสินค้าแล้วกว่าร้อยละ 70 ผู้ประกอบการรายใหญ่จากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าแล้ว เช่น AT EAST DESIGN, BANGKOK ROAD LIGHTING, CERAMIQUE, CHAMPACA, CNP PLASTIC INDUSTRIES, CRISTINA, COTTO, DP CERAMIC, DELTA, DOS, DURAGRES, EDL, EE&C, EPSON, FORMICA, HAFELE, HI-KOOL, HP, LAMINA FILMS, JORAKAY, KOHLER, LAMPTITUDE (PEMCO), LED ON HOME, LEOWOOD, LIGMAN LIGHTING, MITSUBISHI ELECTRIC KANG YONG WATANA, OPPLE, PANASONIC, POLYMER MASTER, SATS, SCG, SEACON HOME, SIAM YAMATO STEEL, TAK, TPI POLENE, TS-TEAK, UTTHAYAN, VRH, WATTANA, WDC และอีกมากมาย 

นอกจากนี้ ผู้จัดงานฯ ยังมีการจัดกิจกรรม Inno-talks เวทีที่จะรวมกูรูในวงการมาบอกเล่าถึงเทคโนโลยีเพื่องานสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง พร้อมเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากแคมเปญ Buyer Program ให้ผู้ร่วมแสดงสินค้าได้พบกับกลุ่มผู้ซื้อภายในงาน และเพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับผู้ผลิตสินค้าจากต่างประเทศผ่านการเข้าร่วมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจระดับเอเชีย 

“งานสถาปนิก’63 พร้อมแล้วที่จะพลิกมุมมองของคุณให้ตระหนักถึงความสำคัญของมรดกโลกเติมเต็มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุด พร้อมกิจกรรมที่คุณห้ามพลาด งานนี้จัดขึ้นปีละ 1 ครั้งเท่านั้น” นายศักดิ์ชัยกล่าว