Doctor Sleep: คุณกล้าที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตไหม?

Come play with us, Danny!

Doctor Sleep (2019) เป็นเรื่องราวของหนูน้อยแดนนี่ ตัวละครเอกจากภาพยนตร์เรื่อง The Shining (1980) ที่เติบโตมาพร้อมกับอดีตอันลืมไม่ลงที่เขาได้ประสบครั้งที่ตามติดผู้เป็นบิดาไปทำงานที่ Hotel Overlook กลางหุบเขา

ในฐานะที่เราเติบโตมาพร้อมกับฉากอันน่าสะพรึงกลัวต่างๆ จากการรังสรรค์ของ Stanley Kubrick ในครั้งนั้น เราอดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะรับรู้เรื่องราวของหนูน้อยแดนนี่หลังจากที่เขาและมารดาหนีออกมาจากโรงแรมผีสิงแห่งนั้นได้ และเมื่อเราได้รู้ว่า ผู้ที่จะมาสานต่อตำนานโรงแรมผีสิงนี้คือ Mike Flanagan (ผู้กำกับและเขียนบทจาก The Haunting of Hill House) เราเองก็อดตื่นเต้นและคาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้สูงมากไม่ได้จริงๆ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็แอบเผื่อใจไว้นิดๆ เพราะการรังสรรค์ภาคต่อภาพยนตร์ในตำนานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจึงเดินเข้าโรงภาพยนตร์ไปด้วยอาการก้ำๆ กึ่งๆ ภายในใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ยวน แม็กเกรเกอร์ รับบทเป็นหนูน้อยแดนนี่ในวัยกลางคน ผู้มีอาการติดเหล้าจากอดีตอันน่าสะพรึงที่ตามมาหลอกหลอนเขา ไคลี่ เคอร์รัน รับบทเป็นแอบบรา สาวน้อยผู้มี shining แบบเขา ผู้มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน และรีเบคก้า เฟอร์กูสัน รับบทเป็นโรส ตัวแปรสำคัญที่ดำเนินเรื่องราวหลังในภาคต่อนี้

ส่วนตัว เรายอมรับเรื่องการเขียนบทของ Doctor Sleep ว่าสามารถสานต่อเรื่องราวได้ค่อนข้างน่าประทับใจ (ถึงเราจะแอบเอ๊ะ! กับบทของโรสและผองเพื่อนของเธอบ้างนิดหน่อยก็ตาม) เมื่อเทียบกับบทของ The Shining เพราะในส่วนที่เราติดใจที่สุดคือ tagline ของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่บอกว่า ‘DARE TO GO BACK’

ซึ่งการเดินทางของแดนนี่เพื่อกลับไปหาอดีตอันน่าสะพรึงกลัวของตัวเอง อันส่งผลมาให้เขากลายเป็นคนติดเหล้าและชีวิตพังในวันนี้นั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เราตั้งคำถามว่า ‘ถ้าเป็นเรา เราจะกล้ากลับไป ณ จุดนั้นอีกครั้งไหม’

และเมื่อแดนนี่เดินทางไปถึง Hotel Overlook เพื่อจัดการปิด unfinished business หรือความทรงจำอันค้างคาจากวัยเยาว์ของเขา เราก็คิดว่า ทั้งบท การกำกับ และลูกเล่นต่างๆ ที่ผู้กำกับใส่เข้ามาเพื่อให้เคารพต้นฉบับ The Shining ดั้งเดิมนั้น ก็ทำได้ดีมากเลยทีเดียว ทั้งในแง่ของการตอบคำถามในใจของทั้งเรา และแดนนี่ รวมไปถึงการดำเนินเรื่องหลักของ Doctor Sleep ได้อย่างกลมกล่อม

เราได้ยินบางกระแสที่ตั้งคำถามกับการดำรงอยู่ของโรสและผองเพื่อน แต่ถ้าไม่นับเรื่องนั้น ส่วนตัวเราว่า Doctor Sleep เป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่ทำได้ดีมาก (ถึงมากที่สุด) ใครที่เป็นแฟน The Shining มาก่อน ก็คงจะมีความสุขกับหลายต่อหลายฉากที่ชวนย้อนระลึกถึงภาพยนตร์ต้นฉบับ ในขณะที่ใครที่ไม่ใช่แฟนภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็สามารถเอนจอยไปกับเนื้อเรื่องได้แบบเพลินๆ

Doctor Sleep ลางนรก เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนเป็นต้นไป