The Legend Never Died

การเป็นศิลปินยืนท่ามกลางแสงสปอตไลต์ย่อมถูกจับจ้องเป็นธรรมดา เมื่อไรที่ทำเรื่องผิดพลาดสวนทางกับความคาดหวังของสังคม จงเตรียมรับดราม่าครั้งใหญ่ได้เลย ทว่าปัญหาเหล่านี้กลับทำอะไรผู้ชายที่ชื่อ เลียม กัลลาเกอร์’ ไม่ได้…

เลียม กัลลาเกอร์ อดีตฟรอนต์แมนตัวจี๊ดแห่ง Oasis วงดนตรีที่ได้ชื่อว่ามีแฟนเพลงมากที่สุดในโลก เขาคือชายที่โลกอนุญาตให้ปากหมาได้ตลอดกาล กว่า 20 ปีบนเส้นทางศิลปินเคยผ่านข่าวฉาวมานับไม่ถ้วน วีรกรรมปากกล้า จอมขบถ และเกรียนแบบไม่ไว้หน้าใคร ทำให้เลียมช่วงชิงพื้นที่สื่อทั่วโลก แต่ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่สร้างบาดแผลลึกให้ตัวเอง

นับตั้งแต่ Oasis วงแตกในปี 2009 ชีวิตของร็อกสตาร์คนนี้ฝ่ามรสุมครั้งใหญ่หลายระลอก อาจเพราะแพสชั่น หรือโชคชะตากำหนด ทุกครั้งที่ล้มลง เลียมกลับมายืนตระหง่านได้อีกครั้งเสมอ เรื่องราวเอ็กซ์คลูซีฟต่อไปนี้จะช่วยยืนยันว่าชายปากกล้าวัย 46 ปีคนนี้คือร็อกสตาร์สุดเก๋าที่ดราม่าฆ่าเท่าไร… เขาก็ไม่ตายสักที

ฉายแววร็อกสตาร์ตั้งแต่วัยรุ่น

ออร่าดาราไม่ใช่ของใหม่สำหรับเลียม ตอนอายุ 12 – 13 ปี เขามีฉายาว่า ‘Mr. Cool’ ทุกเช้าจะมีเด็กผู้หญิง 2 – 5 คนมาตะโกนเรียกชื่อหน้าบ้าน “เลียมคะ” เพื่อรอเดินไปโรงเรียนพร้อมกัน เรื่องนี้ พอล กัลลาเกอร์ พี่ชายคนโตยืนยันว่า “ไอ้เลียมเดินกรีดกรายไปโรงเรียนทุกเช้าโดยมีสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง มันแสร้งหงุดหงิด แต่จริงๆ แล้วโคตรภูมิใจในความหล่อของตัวเอง”

ถูกขู่ลักพาตัวในคอนเสิร์ต

ใครจะไปคิดว่าร็อกสตาร์สุดเกรียนคนนี้ จะเคยมีคนใจกล้าขู่ลักพาตัวในงานคอนเสิร์ตใหญ่ที่ Maine Road เมื่อปี 1996 ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคุ้มกันอย่างแน่นหนา เลียมพูดบนเวทีว่า “ขอมอบเพลง Hello ให้พวกที่จะมาจับกูเรียกค่าไถ่ ไม่ต้องรีบร้อน ใช้เวลาให้เต็มที่” โดยในงานคอนเสิร์ตที่ G-Max ปี 1997 เลียมก็โดนข่มขู่ในลักษณะเดียวกันอีก แต่ก็รอดจนถึงทุกวันนี้

สายการบินประกาศแบนตลอดชีวิต

ปี 1998 สายการบิน Cathay Pacific ประกาศห้าม ‘นายวิลเลียม จอห์น พอล กัลลาเกอร์’ บินโดยสารตลอดชีวิต เนื่องจากทำผิดกฎข้อบังคับการบินและสูบบุหรี่ระหว่างเส้นทางฮ่องกง – ออสเตรเลีย ข่าวใหญ่ระดับนี้ แต่ดูเหมือนเลียมในวัยคึกคะนองจะไม่รู้สึกอะไร เขาตอบกลับสื่อว่า “เออ! กูแม่-งไม่บินไปกับมึงหรอก จะบอกให้นะเด็กๆ กูยอมเดินไปออสเตรเลียว่ะ”

ห้าวมากจนต้องใส่ฟันปลอม

เวลาเห็นเลียมยิ้มยิงฟัน โปรดรู้ไว้ว่าฟันหน้า 2 ซี่นั้นเป็น ‘ฟันปลอม’ แถมใส่มาตั้งแต่อายุ 30 เนื่องจากไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับวัยรุ่นชาวอิตาเลียน 5 คนในบาร์ของโรงแรมที่เยอรมนี งานนี้โดนตำรวจรวบตัว ต้องจ่ายค่าประกันจำนวน 64,000 ปอนด์ แถมฟันยังหักอีกหลายซี่ ‘โนล’ พี่ชายที่แสนดี บอกเพียงว่า “ฟันมันหักหรือ ผมไม่สน ขอแค่ยังร้องเพลงได้ก็พอ”

ข่าวฉาวสุดในชีวิต

ปี 2013 ชีวิตครอบครัวแสนสุขต้องพังครืนลง เมื่อ ‘ลิซ่า จอร์บานี’ นักข่าวฟรีแลนซ์ของ New York Times แฉว่า “ฉันมีลูกสาววัย 7 เดือนกับอดีตฟรอนต์แมนวง Oasis” ทั้งคู่แอบสานสัมพันธ์ลับตั้งแต่พบกันครั้งแรกในปี 2010 โดยที่ ‘นิโคล แอปเพิลตัน’ ภรรยา ไม่เคยรู้ สุดท้ายเลียมถูกฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรจากลิซ่าเป็นเงิน 3 ล้านปอนด์ พร้อมถูกชาวอังกฤษประณามทั้งเกาะ!

รับศึกหนักภรรยาฟ้องหย่า

หลังข่าวฉาวแพร่ออกไป นิโคลโกรธมาก ไม่ให้เลียมเข้าบ้าน พร้อมฟ้องหย่าเป็นเงินจำนวน 8 แสนปอนด์ รวมทั้งต้องแบ่งทรัพย์สินสมรสกันในชั้นศาล ช่วงนั้นเลียมตัดสินใจยุติวง Beady Eye ทำให้สภาพคล่องทางการเงินไม่สู้ดีนัก เขาถึงกับบอกว่า “วันๆ ผมอยู่แต่กับพวกทนายความว่ะ อยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด จะได้รู้ว่ากูแม่-งจะเหลือเงินกี่เพนนี”

ต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า

ปัญหารุมเร้ารอบสารทิศทำให้เลียมต้องต่อสู้กับความเครียดและภาวะซึมเศร้าอย่างหนักในปี 2015 “ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ดื่มแต่เหล้า รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ออกไปไหน นั่งเกาตูดไปวันๆ” แต่แล้ว ‘เด็บบี้’ แฟนสาวคนปัจจุบันและผู้จัดการส่วนตัว เป็นคนแนะนำให้เขาไปวิ่งออกกำลังกายและหันมาทำงานเพลงอีกครั้ง “กูจะมานั่งเศร้าในบ้านหลังละ 3 ล้านปอนด์ไปทำไมกันวะ”

กลับมาทวงบัลลังก์ร็อกสตาร์ตัวจี๊ด

หลังสะสางปัญหาชีวิต ในปี 2017 เลียมกลับมาอีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวกับอัลบั้ม ‘As You Were’ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยจำนวนขายแผ่นเสียงในสัปดาห์แรก 16,000 แผ่น นับเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปีของอังกฤษ ก่อนจะถูกโค่นแชมป์โดยวง Arctic Monkeys ในเวลาต่อมา โดยก่อนหน้านี้เลียมกล่าวว่า “ถ้าอัลบั้มนี้ไม่ปัง พวกมึงจะไม่ได้เห็นกูทำเพลงอีก”
สำหรับปี 2019 เลียมยังคงเดินหน้าผลิตผลงานเพลงอัลบั้มชุดที่ 2 ‘Why Me? Why Not’ โดยส่งซิงเกิลแรก ‘Shockwave’ ซาวด์สุดเฟี้ยว ออกมาให้ฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเรียกเสียงฮือฮาด้วยภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติเรื่อง ‘As It Was’ ที่ตามถ่ายทำชีวิตจริงของเลียม กัลลาเกอร์ หลัง Oasis วงแตก เป็นเวลานานถึง 10 ปี

ไม่ว่าจะอายุเท่าไร แต่ทุกครั้งที่กลับมาโลดแล่นบนเส้นทางอันคุ้นเคย เชื่อว่าเขายังคงก๋ากั่นและปากกล้าไม่เสื่อมคลาย มีเพียงสีผมและริ้วรอยบนใบหน้าเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ในทุกๆ ครั้งที่เห็นร็อกสตาร์คนนี้ บางทีก็แอบคิดเหมือนกันนะว่ามันต้องเก๋าแค่ไหนถึงจะพิชิตทุกด่านดราม่าและรอดชีวิตมาได้โดยไม่หล่นหายไปจากวงการ!

สารคดี As It Was เข้าฉายแบบจำกัดโรงตั้งแต่ 25 สิงหาคม เป็นต้นไป

Author: All about RKID
Photography: Courtesy of the studio / Getty Images