ฟาร์ ฟาร์ อะเวย์ (Far Far Away) คมกฤษ เทพเทียน

ริชาร์ต โคห์ โปรเจกต์ มีความยินดีนำเสนอการแสดงนิทรรศการเดี่ยวของศิลปิน คมกฤษ เทพเทียน (เกิด พ.ศ.2528) ฟาร์ ฟาร์ อะเวย์ (Far Far Away) ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ที่ ริชาร์ต โคห์ โปรเจกต์ กรุงเทพฯ จะมีการนำเสนอชิ้นงานล่าสุดที่ทำจากวัสดุผสมผสานจำนวน 10 รูป ปั้นโดด 3 ชิ้น และรูปปั้นติดกำแพง 7 ชิ้น

สำหรับนิทรรศการฟาร์ ฟาร์ อะเวย์นี้ ชิ้นงานทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่าจักรวาลมีความเกี่ยวพันกับมนุษย์อย่างไร แบบจำลองจักรวาลในช่วงแรกๆนั้นจะวางมนุษย์ไว้ที่กึ่งกลางและบอกว่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างนั้นมีความเชื่อมต่อกัน และเราคือวัตถุประสงค์ของทุกสิ่งทุกอย่าง ในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 นั้น ได้เกิดสมมติฐานใหม่ขึ้นมาเพื่ออธิบายรูปแบบของสวรรค์ และเมื่อมาถึงศตวรรษที่ 19 แนวคิดที่กล่าวว่าโลกคือศูนย์กลางของจักรวานก็ไม่ได้รับความนิยมอีก มนุษย์ถูกขับไล่ออกจากบทบาทผู้นำจักรวาล ซึ่งยังผลให้เกิดแนวคิดที่ว่า มนุษย์อย่าทำตัวเย่อหยิ่ง ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ความคิดบรรเจิดทางด้านวิทยาศาสตร์มักจะมีในเรื่องของจิตวิญญาณ ศาสนา ปรัขญา และการอภิปรายในเรื่องคุณธรรมรวมอยู่ด้วย และจักรวาลคือหัวข้อที่ถูกศิลปินนำมาพูดถึงมากที่สุดไม่ว่าจะในด้านสังคมและวัฒนธรรม  อันที่จริงแล้ว วินเซนต์ แวน โก๊ะ เองก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพกลุ่มก๊าซหมุนวนของทางช้างเผือกที่วาดโดยนักดาราศาสตร์ชาวไอริชชื่อ วิลเลียม พาร์สัน ในปี พ.ศ. 2388

ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศกาลครั้งนี้นับว่าเป็นวัตถุที่ให้ข้อมูล ที่จะทำให้เราต้องคิดทบทวนใหม่ว่าเรามองจักรวาลอย่างไร ทำให้ตัวเราไปอยู่ตรงกลางระหว่างการสังเกตข้อมูลใหม่และความรู้ที่มีมาก่อน  ทั้งวัฒนธรรมป็อปที่มองเห็นได้จากงาน การส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อชั่วคราว และการบรรยายเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา ทำให้งานชุดใหม่ของคมกฤษนั้นสามารถที่จะทำให้ผู้ชมเห็นภาพต่างๆในความคิดได้อย่างมากมายและนำไปสู่การคิดเชิงวิเคราะห์ มนุษย์เรา “มองเห็น” จักรวาลอันกว้างใหญ่ด้วยอุปกรณ์ที่มีสมรรถนะในระดับหนึ่ง และเรียนรู้เรื่องจักรวาลจากสิ่งพิมพ์วิทยาศาสตร์ที่มีการนำมาเผยแพร่ครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าเช่นนั้น แล้วเราเข้าใจจริงๆหรือ แล้วที่เราทำเช่นนั้นมันบ่งบอกอะไรในด้านวัฒนะรรมและคุณธรรมได้บ้าง งานของเขาจะทำให้มนุษย์เราต้องกลับมาย้อนคิดในเรื่องนี้

ผู้ชมจะได้รับการแนะนำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้รู้จักกับวัตถุและเหตุการณ์ที่สอดประสานกับความก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์ที่มนุษย์เอาชนะจักรวาลได้ คมกฤษได้อ้างถึงการค้นพบแรงโน้มถ่วงของไอแซค นิวตั้นซึ่งในที่สุดแล้วได้นำไปสู่กฎแห่งการเคลื่อนย้าย และเป็นรากฐานแห่งการทำความเข้าใจวิชาฟิสิกส์และจักรวาล นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวถึงการไปเหยียบดวงจันทร์ของนีล อาร์มสตรองด้วยอารมณ์ขัน และที่อยู่ข้างๆกันคือเทวตำนานของจีน  และเขายังได้สร้างรูปปั้นจากเรซิ่น 3 ชิ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงสัตว์ที่ได้ก้าวออกนอกโลกก่อนใคร  ซึ่งก็คือ เฟลิแซตเจ้าแมวตัวแรกที่ได้ไปท่องอวกาศ  ไลก้าเป็นสัตว์ตัวแรกที่ได้ไปโคจรรอบโลก และอัลเบิร์ตซึ่งเป็นลิงที่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจระหว่างภารกิจ  สำหรับรูปปั้นสัตว์ทั้ง 3   ตัวนี้จะมีวงแหวนอยู่รอบรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติภูมิแก่พวกมันเฉกเช่นที่เราทำให้แก่นักรบทหารผ่านศึก แต่เจ้าไลก้านี้ วงแหวนจะเป็นสีทอง เนื่องจากมันคือสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลกได้สำเร็จเมื่อครั้งที่มันเดินทางไปกับดาวเทียมสัญชาติรัสเซีย สปุตนิค 2

คมกฤษ เทพเทียน (เกิดพ.ศ.2528 จังหวัดสุพรรณบุรี) เขาใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร จบปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (พ.ศ.2550) มหาบัณฑิตสาขาประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร  เขาได้เข้าร่วมในงานนิทรรศกาลนานาชาติอย่างเช่น Bangkok Art Biennale พ.ศ. 2561 (ประเทศไทย) ASIA NOW, Paris Asia Art Fair พ.ศ. 2561 (ประเทศฝรั่งเศส) Art Central Hong Kong พ.ศ. 2561 และเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ริชาร์ต โคห์ โปรเจกต์ เป็นสถานที่เพื่อการท่องเที่ยวแนวป็อปอัป ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาเชิงนวัตกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นโปรแกรมที่มีวัตถุประสงค์ในการเป็นเวทีเพื่อการแสดงออกของศิลปินในภูมิภาคนี้ รูปแบบป็อปอัปของสถานที่นี้ก็เพื่อให้สามารถรองรับการจัดแสดงที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสอดคล้องกับงานศิลปะที่มีวิวัฒนาการไม่หยุดนิ่ง