The Rebirth of the Classic

เล่าให้ฟังหน่อยว่าคุณเริ่มต้นคอนเซ็ปต์ของรองเท้า Shoeker รุ่น No_Code
ขึ้นมาได้อย่างไร เพราะมันดูแตกต่างและแหวกขนบรองเท้ากอมมิโนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Tod’s แบบที่ทุกคนคุ้นชินอย่างสิ้นเชิงโลกใบนี้มันหมุนไปข้างหน้าตลอดเวลานะ
แล้วเวลาเราจะแต่งตัวไปประชุม หรือไปจิบกาแฟกับเพื่อน เราก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะอารมณ์และความเหมาะสมตอนนั้น นั่นทำให้ผมคิดโปรเจ็กต์ No_Code ให้ Tod’s ไงล่ะครับ มันเป็นการปฏิวัติในแง่ของการดีไซน์ยุคใหม่ซึ่งต้องการความคิดใหม่ๆ ล้มล้างระบอบการคิดแบบเดิมๆ ลงน่ะครับ

ปัจจุบันผู้ซื้อต้องการสินค้าที่ร่วมสมัยและถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ซึ่ง No_Code เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่ต้องการแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์และพื้นที่แสดงตัวตนของพวกเขา ถ้าจะบอกว่า Tod’s No_Code เป็นแบรนด์หนึ่งแล้ว Shoeker
คงจะเป็นสินค้าชิ้นแรกของแบรนด์ล่ะครับในฐานะนักออกแบบอุตสาหกรรม เวลาคุณออกแบบรองเท้ามันแตกต่างจากการออกแบบรถมากไหม และคุณได้แรงบันดาลใจมาจากไหนกันแน่

ผมเป็นคนตามเทรนด์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และส่วนตัวผมก็เป็นคนชอบเทคโนโลยีอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม นอกจากนั้นผมยังได้แรงบันดาลใจมาจากการก้าวกระโดดในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ พวกเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วมากทั้งในเรื่องของวัสดุและเทคโนโลยีต่างๆ ผมอยากจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบทุกอย่างของผม เพื่อให้สิ่งที่ผมออกแบบนั้นโดดเด่นและแตกต่างน่ะครับสำหรับรุ่น Shoeker 03 นั้นผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ที่ออกแบบโดย Marcello Gandini นักออกแบบรถชื่อดังชาวอิตาเลียนที่ออกแบบรถ Lancia Stratos Zero ซึ่งเป็นไอคอนสำหรับผมเลยครับ

มันท้าทายมากไหมกับการใช้วัสดุสมัยใหม่อย่างนีโอพรีนมาผสมผสานกับวัสดุคลาสสิกอย่างหนัง ซึ่ง Tod’s เองก็ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหนังอยู่แล้วกระบวนการออกแบบนั้นนำไปสู่ผลลัพธ์การสร้างสรรค์รองเท้าที่มีคาแร็กเตอร์ที่ยังดูเป็นทางการ แต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็นสปอร์ตส์แวร์อยู่ด้วย และที่สำคัญที่สุดต้องสวมใส่สบาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่ใช้ส้นยางในรองเท้า No_Code Shoeker เลย เพราะมันหนักเกินไปอย่างไรล่ะ เราใช้วัสดุที่เป็นส่วนผสมระหว่าง EVA กับยาง เพื่อลดน้ำหนักรองเท้าลง

ปรเจ็กต์ Shoeker ของ Tod’s นี้สำเร็จลงได้เพราะการสั่งสมฝีมือการผลิตรองเท้ามาถึงสามชั่วอายุคน ฝีมือการผลิตระดับ Made in Italy นั้นเมื่อมาผสมรวมกับวัสดุที่พิเศษ
จากธรรมชาติทำให้รองเท้าของเรานั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน

No_Code Shoeker นี้เป็นลูกผสมระหว่างรองเท้ากับสนีกเกอร์ อธิบายหน่อยสิว่าคุณสามารถผสานคาแร็กเตอร์ของรองเท้าทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและแปลงมันออกมาเป็นรองเท้าสำหรับทุกโอกาสได้อย่างไรShoeker (ซึ่งเป็นคำผสมระหว่าง ‘shoe’ กับ ‘sneaker’) นั้นเป็นโปรเจ็กต์ที่เราอยากจะเพิ่มคุณค่าให้กับรองเท้ากีฬาแบบดั้งเดิม โดย Shoeker นั้นเป็นรองเท้าที่สวมใส่ได้จริง แต่ก็ยังไม่ทิ้งความหรูหราลงไป ทุกคู่เป็นรองเท้าทำมือจากช่างชำนาญการในประเทศอิตาลี ใช้วัสดุที่ดีที่สุด ตัดในรูปทรงรองเท้าคลาสสิกสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม

คุณสามารถสวมมันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตอนเช้าคุณสามารถใส่มันวิ่งไปวิ่งมาได้ และก็สามารถใส่ไปงานเป็นทางการได้ ไปประชุมหรือจะไปแฮงเอาต์ต่อกับเพื่อนก็ได้หมด นั่นเป็น
จุดเด่นของ Shoeker เพราะมันปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายจริงๆในโลกของแฟชั่นทุกคนเชื่อว่า อยากสวยต้องทนเจ็บ’ แต่ Shoeker นั้นทั้งสวยและสวมใส่สบายจริงๆ คุณคิดถึงเรื่องแฟชั่นบ้างไหมตอนออกแบบมันจริงๆ แล้วผมมาจากงานดีไซน์สายอุตสาหกรรม เคยออกแบบรถยนต์มาก่อน สำหรับผมนะ สุนทรียะทางการดีไซน์นั้นสำคัญกว่าเทรนด์แฟชั่นนะ ก่อนที่รองเท้าจะถูกนำไปสวมใส่ มัน ก็คือวัตถุหนึ่งชิ้น หน้าที่ของผมคือทำยังไงก็ได้ ให้มันดูสวยงาม หลังจากเห็นของสวยงามแล้วคนจึงอยากจะซื้อมันไปสวมใส่เป็นลำดับถัดมา ดังนั้นสำหรับผมแล้วนี่เป็นเรื่องของความสวยงามล้วนๆ รูปทรงต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดครับ

Interview by: Sethapong Pawwattana