Sneaker-Heart My Way

ถ้าเอ่ยชื่อเวย์ ไทยเทเนียม หลายคนคงรู้จักเขาในฐานะแร็ปเปอร์ฝีปากจัดจ้าน หนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีแร็ปชื่อดังระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่างไทยเทเนียม และศิลปินเดี่ยวผู้มีฉายา PCESS และ Daboyway รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวง Money Exchange Movement (M.E.M.) แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่านักร้องหนุ่มผู้นี้เป็นนักสะสมรองเท้าผ้าใบ (หรือที่เรียกกันเท่ๆ ว่าสนีกเกอร์)ตัวยง เขาเก็บสะสมรองเท้าสนีกเกอร์แบรนด์ดังยอดฮิต รวมถึงสนีกเกอร์รุ่นคลาสสิกหายากหลายร้อยคู่

เวย์กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการสะสมรองเท้าสนีกเกอร์เหล่านี้ของเขาว่า “จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบแต่งตัวตั้งแต่เด็ก ผมเกิดเติบโต และเรียนที่สหรัฐอเมริกา ในโรงเรียน เด็กๆ ก็จะแต่งตัวแข่งกัน เหมือนมาเดินแบบในโรงเรียน แล้วตอนเด็กๆ ผมก็ไม่ค่อยมีตังค์ ปกติก่อนเปิดเทอมใหม่ของโรงเรียน แม่ก็จะซื้อให้คู่หนึ่ง แล้วผมก็ต้องใส่คู่นั้นไปทั้งปีจนจบชั้น นอกจากโตขึ้นหรือเท้าใหญ่ขึ้น ก็เป็นสนีกเกอร์แหละ แต่แม่เขาจะไม่ซื้อรองเท้าแพงๆ ให้ เพราะเขามองว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากที่จะต้องซื้อรองเท้าราคา 100 เหรียญซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าแพงมากแล้ว เขาจะไม่ซื้ออะไรเกิน 60 เหรียญ มันก็จะได้ประมาณหนึ่ง แบบ British Knights, KangaROOS หรือถ้าเป็น Nike ก็ไม่ได้เป็นรุ่นที่เราอยากได้ (หัวเราะ) เราก็เลยเริ่มทำงานเก็บตังค์ซื้อเอง จำได้ว่าสนีกเกอร์ที่ซื้อเองคู่แรกน่าจะเป็น Nike Kevin Durant

“พอได้รองเท้าใหม่มาคู่หนึ่ง เวลาไปโรงเรียนเราก็จะเอารองเท้าคู่ใหม่ใส่ถุง ใส่คู่เก่าเดินไป พอไปถึงโรงเรียนเราก็จะเอาคู่ใหม่ออกมาใส่อวดเพื่อน พอโรงเรียนเลิก เราก็เอารองเท้าคู่ใหม่เก็บใส่ถุง แล้วใส่คู่เก่าเดินกลับบ้าน (หัวเราะ)”

และเวย์กล่าวถึงต้นเหตุแห่งความหลงใหลในสนีกเกอร์ของเขาว่า “เหตุที่ผมชอบสนีกเกอร์เพราะเราอยู่ในวัฒนธรรมสนีกเกอร์ ซึ่งตอนนี้มันดังไปทั่วโลกแล้ว ตอนนั้นผมโตในอเมริกา ในสมัยที่นักกีฬามีอิทธิพลมาก ไม่ว่าจะเป็นนักบาสเกตบอล นักเบสบอล นักอเมริกันฟุตบอล นักเทนนิส อย่าง Michael Jordan, Shaquille O’Neal, Deion Sanders, Ken Griffey Jr., Bo Jackson, Andre Agassi”

ถ้าถามว่าเวย์โปรดปรานสนีกเกอร์แบรนด์ ใดที่สุด ก็คงต้องตอบว่าเป็นแบรนด์ยอดนิยม ในดวงใจหลายๆ คนอย่าง Nike นั่นเอง “ผมรัก Nike มาตั้งแต่เด็กแล้ว อาจเป็นเพราะการตลาดของเขา แบบ Nike Flight… You wanna jump higher? อยากบินเหมือนไมเคิล จอร์แดนไหม คุณก็ต้องใส่ Nike ส่วน Reebok เนี่ยเกือบจะตีตลาดได้เหมือนกัน กับ Reebok Pump แต่สุดท้ายผมว่ามันก็สู้ Nike Jordan ไม่ได้ พอมี air bubble ออกมาเนี่ย โอ้โห มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆ

“สำหรับผม การใส่รองเท้านี่เป็นแฟชั่นล้วนๆ เลย คือกีฬาทำให้เราไปชอบตัวรองเท้า แต่เราใส่รองเท้าเพื่อแฟชั่น ถ้าเล่นกีฬาก็จะเป็นรองเท้าอีกแบบเลย เพราะผมเล่นเบสบอล รองเท้าก็จะมีปุ่มปักกับดิน เราใส่รองเท้า เพื่อโชว์ ผมชอบถึงขนาดที่ว่าห้ามใครมาเหยียบรองเท้า มันเป็นความฝังใจมาตั้งแต่เด็กจนโต มีลูกแล้ว บางทีลูกมาเหยียบรองเท้าก็ยังแบบ… (หัวเราะ) คือก็ไม่ได้อะไรหรอก ก็คิดได้ว่านี่ ก็แค่รองเท้า แต่คำว่า ‘อย่าเหยียบรองเท้า’ ก็ติดปากเราไปแล้วน่ะ

“จำได้ว่าตอนได้รองเท้าคู่ไหนมาใหม่ๆ ผมพยายามเดินยังไงไม่ให้รองเท้าเป็นรอยยับ รักษาความสะอาดมาก เพราะผมใช้ตังค์ตัวเองซื้อ ตอนนั้น 100 เหรียญก็มีค่ามากสำหรับเรา พอเลอะนิดหน่อยก็เช็ดตลอด ต้องเข้าห้องน้ำเช็ดตลอด คือบ้าน่ะครับ (หัวเราะ)”
เวย์เล่าถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของวัฒนธรรมการแต่งตัวของชาวฮิปฮอปให้เราฟังว่า “สายฮิปฮอป เนี่ยต้องใส่เสื้อผ้า-รองเท้าให้ใหม่ ให้คลีน ที่สุด ต้องเฟรช นั่นคือวัยรุ่นยุค ’90s บางทีป้ายยี่ห้อ-ป้ายราคายังไม่แกะเลย ทุกอย่างต้องดูเหมือนเพิ่งออกมาจากห้าง หรือออกมาจากแมกกาซีน มันเป็นแบบนั้น ใครยิ่งแต่งตัวได้ ใหม่สุด คลีนสุด เฟรชสุด ก็จะยิ่งได้รับความเคารพที่สุด หรือป็อปปูลาร์ หรือมีสาวๆ ชอบที่สุด

“วัฒนธรรมของอเมริกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมฮิปฮอป มีการแข่งขันสูง เพราะทุกคนเท่าเทียมกันหมด We are all the same. อยู่ที่ใครจะทำตัวยังไงให้เด่นกว่ากัน เป็นค่านิยมของสังคมอเมริกัน แล้วตอนเด็กๆ เราก็อยากจะ fit in กับคนรอบข้าง กับเพื่อนๆ อยากให้ เขาชอบ เพราะถึงเราเองจะเกิดที่อเมริกา แต่หน้าตาเราก็ไม่ใช่ เราเป็นคนต่างชาติ เราก็อยากจะหาที่ทางของเรา ซึ่งแฟชั่น การแต่งตัว ก็ช่วยเราได้ ทุกวันนี้เวลาผมเดินออกไปในนิวยอร์ก พอคนเห็นรองเท้าเขาก็จะ ‘ใช่เลย,’ ‘I see you.’ คือรู้กันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาเรียก break your neck คนเดินผ่านเห็นรองเท้าเขาก็จะบอกว่า ‘Oh s***! Where did you get that?’ คนที่เล่นก็จะรู้กัน”

ส่วนการที่ปัจจุบันแบรนด์แฟชั่นดังหันมาทำสนีกเกอร์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นกันให้โครมๆ นั้น เวย์ให้ความเห็นว่า “ก็มีบางรุ่นที่ชอบนะครับ บางรุ่นก็สวย ก็อยากได้เหมือนกัน แต่ว่าบางแบรนด์ก็แค่ทำตามกระแสเฉยๆ แล้วก็ขายราคา แพงมากๆ ซึ่งเรารู้ว่าต้นทุนการทำรองเท้าคู่หนึ่งไม่ได้แพงขนาดนั้น แล้วผมว่าพวกรองเท้า ลิมิเต็ดเอดิชั่นเนี่ยสมัยนี้ถ้ายูมีตังค์ก็สามารถ ซื้อได้ เพราะมันอาจจะลิมิเต็ดแค่เรื่องตังค์ แล้วก็ไม่ได้แปลว่ายูใส่รองเท้า 2,000 หรือ 2,500 เหรียญแล้วจะดูดี สิ่งหนึ่งสำหรับผมในการใส่รองเท้าหรือแต่งตัวมันขึ้นอยู่กับว่าเราใส่แบบไหน บางทีเราใส่รองเท้าราคา 40 – 50 เหรียญก็ดูดีได้ มันอยู่ที่คนใส่ มันก็มีลิมิเต็ดเอดิชั่นบางตัวที่เราอยากได้ แต่เราก็ไม่ได้พยายามซื้อสนีกเกอร์ ลิมิเต็ดเอดิชั่นทุกตัว ไม่เลย
“สำหรับผมการเลือกรองเท้ามันเหมือนดูงานศิลปะ ผมมองการแต่งตัวเป็นเหมือนศิลปะอย่างหนึ่ง คือเราจะแต่งยังไงมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเรา วันนี้เรารู้สึกอย่างไร ผมถึงมักจะมีปัญหาเวลาจะจัดกระเป๋าเสื้อผ้าไปต่างประเทศนานๆ หลายๆ วัน เพราะผมไม่รู้ว่าอารมณ์ของผมจะเป็นยังไงในอีกสี่ห้าวันข้างหน้า (หัวเราะ) คือผมแต่งตัวตามอารมณ์ของตัวเองวันนั้น บางวันเราแค่เดินออกไปเซเว่น ไม่ได้ไปไหนหรอก แต่ก็อยากจะแต่งเต็ม บางทีก็ไม่อยากแต่งอะไรเลย มันเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเลือกรองเท้าสักคู่หนึ่งมันก็อยู่ที่มุมมอง ของเราว่าเรารู้สึกกับมันไหม แต่สมัยนี้ก็จะยากหน่อย เพราะผมไม่ค่อยได้มีประสบการณ์ตรงในการซื้อรองเท้าแล้ว เดี๋ยวนี้ก็แค่เห็นใน อินสตาแกรม แล้วก็โทรไปที่ร้านบอกว่าส่งอันนี้มาให้หน่อย (หัวเราะ) ไม่ค่อยได้ไปเลือกเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะซื้อรองเท้ารุ่นเดียวกันแบบเดียวกันมาสามคู่ คือใส่ เก็บแล้วก็เผื่อขายหรือเทรด แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว ซื้อมาใส่อย่างเดียว บางคู่ซื้อมาก็ไม่ได้ใส่ ยังไม่เคยเอาออกจากกล่อง หลายคู่เลย (หัวเราะ) บางทีก็ลืมไปแล้วว่า เราเคยมีคู่นี้ด้วย”

แล้วถามว่า ซื้อรองเท้า เก็บรองเท้าเยอะขนาดนี้ พอจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักสะสมสนีกเกอร์ได้ไหม เวย์ตอบเราว่า “ถ้าสมัยก่อนอาจจะเรียกว่าผมสะสมได้ แต่ตอนนี้ผมก็แค่ซื้อสนีกเกอร์ มันเป็นวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ก่อนก็จะเล่นทุกรุ่น ตัวนี้ๆๆๆ ต้องมีอยู่ในตู้ แต่ตอนนี้ก็แค่โอเค เราก็แค่รักสนีกเกอร์ ก็ซื้อมาใส่ แต่ก็มีบางคู่ที่ได้มาแล้วไม่กล้าใส่ อย่าง Nike Air Force ‘Anaconda’ เพราะราคามันตั้ง 3,000 เหรียญ กลัวใส่แล้วพัง (หัวเราะ) แล้วก็ Nike Air Fear of God ชอบรูปทรง ชอบสี ชอบวัสดุ แต่ก็ไม่อยากจะใส่น่ะ เก็บไว้ดู อย่างที่บอกว่าเรามองบางคู่เป็นงานศิลปะ ก็เอาไปตกแต่งห้อง แต่งร้าน หรือวางโชว์บนชั้น”
ซื้อรองเท้ามาเยอะขนาดนี้ เราเลยอยากรู้ว่าเขามีสนีกเกอร์ในดวงใจคู่ไหนที่ยังไม่เคยได้มาครอบครองไหม คำตอบก็คือ “คู่ที่อยากได้มากๆ แต่ยังไม่ได้คือ Nike Air Mag ‘Back to the Future,’ I want that one ได้แค่นั้นก็พอแล้ว เพราะมีเกือบทุกคู่แล้วที่อยากได้
“ผมรักสนีกเกอร์ อย่างที่บอกว่าผม มองว่ามันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การเดินเข้าไปในห้องแล้วเห็นมัน ผมชอบมอง ชอบใส่ และชอบสะสมมัน หลายๆ ปีที่ผ่านมาผมก็แจกรองเท้าให้กับลูกน้อง ให้เพื่อนๆ เป็นของขวัญวันเกิด คนไหนใส่ไซส์เดียวกับเรา เราก็จะ ให้รองเท้าเขา หรือถ้าเพื่อนๆ รู้ว่าผมชอบรองเท้ารุ่นไหน เขาก็จะเอามาให้ผมตลอด ‘ไอซื้ออันนี้มาให้ยูนะ ยูน่าจะชอบ’ ซึ่งผมก็ทำเหมือนกัน บางทีไม่จำเป็นต้องเป็นวันเกิด แค่เรารู้ว่าเขาสะสมสนีกเกอร์เหมือนกัน เขาก็จะซื้อให้กัน มันเป็นวัฒนธรรมสนีกเกอร์ที่ผมโตขึ้นมา

“ที่ผ่านมา Nike ให้การสนับสนุนอาชีพของวง Thaitanium แล้วก็ผมมาตลอด อย่างตอนงาน Nike Air Force ครบรอบ 25 ปี เขาก็ให้ผมทำหนังให้ หรือตอน Air Max Day เขาก็ collaborate กับเรา แล้วก็ได้ออกแผ่นเสียง เขาก็สนับสนุนเรามาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ให้สินค้า ออกอีเวนต์ หรือสนับสนุนโปรเจ็กต์ของวงอยู่เรื่อยๆ ก็ 15 – 16 ปีมาแล้ว
“อย่างตอนนี้ผมก็คุยกับแบรนด์สนีกเกอร์ต่างชาติหลายแบรนด์ว่าจะทำ collaboration กัน แต่จะเป็นแบรนด์ไหน รุ่นอะไร ก็คงต้องรอดูกันต่อไป” เวย์กล่าวทิ้งท้าย

Author: MutAnt
Photographer: Chatchanan Chantajinda