The Famous Five ต้อนรับลมร้อนกับห้าหนุ่มฮ็อต SBFIVE บอยแบนด์ที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ ที่ทุกคนยืนยันอย่างจริงใจว่า ‘ มีวันนี้ได้เพราะแรงสนับสนุนของ ‘แฟนคลับ’ อย่างแท้จริง ‘

ระหว่างการถ่ายทำปกนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์กับเสื้อผ้าสุดชิคจาก MLB บรรยากาศในกองถ่ายเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง ความขี้เล่นและสนิทสนมของแต่ละคนนั้นถ่ายทอดออกมาเผื่อแผ่ทีมงานในกอง ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามพวกเขาไปด้วย เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มๆ ทั้งห้าคนถึงกลายมาเป็นที่รักของแฟนๆ หลากหลายประเทศภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้

ธนพล จารุจิตรานนท์ (ตี๋)

เข้าวงการมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

: ตั้งแต่สมัยอยู่ที่เชียงใหม่ ผมก็ทำงานถ่ายแบบแล้วครับ พอเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็รับงานถ่ายโฆษณา ได้เล่นซีรีส์ แล้วก็มาถึงจุดนี้ล่ะครับ

ทำไมชอบทำงานนี้ ?

: ผมชอบความรู้สึกเวลาได้แสดงศักยภาพอะไรบางอย่างของตัวเอง แล้วแฟนๆ ชอบน่ะครับ เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ

ประทับใจอะไรในตัวแฟนคลับบ้าง ?

: ที่ประทับใจที่สุดคือ แฟนคลับบอกว่า พวกเขาจะยืนเคียงข้างเรา ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องร้ายๆ มาขนาดไหน พวกเขาจะคอยสนับสนุนและดูแลเราอยู่ข้างตลอด ไม่ไปไหนครับ เวลาท้อๆ มันช่วยได้เยอะนะครับ เหมือนเป็นกำลังใจให้กันและกัน ไม่ใช่แค่ว่าแฟนคลับเป็นกำลังใจให้พวกเราเท่านั้น แต่พวกเราก็เป็นกำลังใจให้กับแฟนคลับด้วยเหมือนกัน ต่างเยียวยากัน บางทีเขาไปเจอเรื่องร้ายๆ มา พวกเราให้กำลังใจไป หรือวันไหนที่เราท้อ แฟนคลับแค่บอกว่า ‘สู้ๆ นะ เราจะอยู่ข้างคุณ’ คอยดูแลพวกเรา ได้เห็นรูปที่พวกเขาถ่าย ได้อ่านแคปชั่นน่ารักๆ ที่เป็นกำลังใจได้ เท่านี้ก็พอแล้วครับ

เวลาเห็นรูปตัวเองที่แฟนคลับถ่าย รู้สึกอย่างไรบ้าง ?

: รู้สึกดีมากครับ ไม่เคยเห็นตัวเองยิ้มแย้มขนาดนั้น ปกติคนเราก็ไม่ค่อยเห็นตัวเองเท่าไหร่เนอะ ถ้าไม่ส่องกระจก เป็นโมเมนต์ที่แฟนคลับเขาเก็บทั้งหมดจริงๆ เวลาผมยิ้มแย้ม คุยกับใครอยู่ เขาถ่ายมาหมดเลย เหมือนได้เห็นตัวเองมากขึ้น ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้เห็นบุคลิกภาพตัวเอง เอามาพัฒนาตัวเอง มันจะมีความรู้สึกว่านิ่งไป ขี้เล่นเกินไปไหม ก็ปรับให้อยู่ตรงกลาง

ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์ (เต้)

เข้าวงการมาได้อย่างไร ?

: ผมเริ่มต้นจากการเดินแบบครับ ต่อด้วยเข้าประกวดเวทีหนึ่ง และก็มีคนมาแคสต์ จนได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง ‘มหายาลัยเที่ยงคืน’ ประกบกับพี่มาร์กี้ (ราศรี บาเล็นซิเอก้า) ผมตกใจมากเลยครับ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ ตอนนั้นผมตื่นเต้นมากจริงๆ ครับ ได้ประกบดารารุ่นใหญ่ทั้งนั้นเลย ประหม่ามาก ผลงานแรกนี่มาถึงแล้วเจอชุดใหญ่เลยครับ

ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ในวงเป็นอย่างไรบ้าง ?

: ส่วนตัวผมเป็นคนนิ่งๆ นะครับ ยิ่งเวลาอยู่กับคนที่ไม่คุ้น ผมจะนิ่งมาก แต่ด้วยความที่พวกเราห้าคนทำงานด้วยกันมาแทบจะทั้งวันทุกวัน มานานมากแล้ว เลยสนิทกันแล้ว พอได้มีเวลาอยู่ด้วยกันทำงานด้วยกัน มันก็เฮฮาครับ

บอกอะไรแฟนคลับหน่อย

: ผมรู้สึกรักพวกเขามากๆ เลยครับ สัมผัสได้ถึงความรักที่ทุกคนมีให้ ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีพวกเรานะ ผมคือคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เดินมาได้ไกลขนาดนี้ เพราะมีกลุ่มคนที่รักผม สนับสนุนผม และไม่ว่าพวกเราจะทำอะไร มีผลงานอะไร เขาพร้อมสนับสนุนเต็มที่ เขาภูมิใจในตัวเราเลยครับ มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้มาสัมผัสความรัก ความรู้สึกแบบนี้ เป็นความโชคดีมากๆ เลยครับ

คำพูดไหนของแฟนคลับที่ทำให้ประทับใจมากๆ ?

: ผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่เพอร์เฟ็กต์ ไม่หล่อเลย คำพูดของแฟนคลับที่ได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวผมนี่คือ เขาไม่ได้ต้องการคนที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด เขาต้องการเราที่เป็นเรา เขารักในความไม่สมบูรณ์แบบของเรา คำพูดนี้กระทบใจผมมากๆ เลยนะครับ รู้สึกได้เลยว่า การที่มีคนที่รักความเป็นเรา ถึงเราจะไม่หล่อ หุ่นไม่ได้ดี แต่เขารักเราอ่ะ แล้วเราจะมาไม่มั่นใจในตัวเองทำไม เขารักที่เราเป็นเรา เราไม่ได้มีอะไรผิด เรารู้สึกว่าเรามีความสุขกับตัวเองมากขึ้นจริงๆ หลังจากได้ยินคำพูดนั้น เรียกได้ว่ากังวลน้อยลงไปเยอะเลยครับ

ภานุวัฒน์ เกิดทองทวี (คอปเตอร์)

ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม หลังจากมาเป็น SBFIVE ?

: ผมเปลี่ยนแปลงไปเพราะสิ่งรอบตัวนี่ล่ะครับ พอตัวเรากลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง มีคนคอยติดตาม หรืออัพเดทชีวิตตลอด ฉะนั้น พฤติกรรมที่ต้องเปลี่ยนเลยก็คือ เวลาออกไปข้างนอก ผมต้องดูแลตัวเองให้เยอะๆ เพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเป็นบุคลากรในวงการบันเทิงน่ะครับ

เข้าวงการมาได้อย่างไร ?

: ผมอยากเป็นศิลปินตั้งแต่เด็กๆ แล้ว อยากเป็นนักร้อง ผมเรียนเต้น เรียนร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ แต่งานแรกที่ได้ทำจริงๆ เป็นงานแสดง คือ ไม่ได้ถนัดมากนะครับ ถ้าให้เลือกงานในวงการบันเทิงนี่อาจจะอ่อนที่สุด แต่มันเป็นโอกาสที่ผมได้รับ ต้องทำให้ดีที่สุดให้ได้ พอพยายามมากๆ ก็เลยได้ผลตอบรับว่ามีแฟนคลับคอยติดตาม พอได้เห็นแฟนคลับเวลาไปงาน หรือออกอีเวนต์ เห็นเขามาเชียร์ จะเป็นความภูมิใจเล็กๆ ว่า ผมได้พิสูจน์ตัวเองในวันนั้น จนได้มีวันนี้ได้

เล่าความประทับใจในแฟนคลับหน่อย

: ตั้งแต่ช่วงที่เล่นซีรีส์ ‘เดือนเกี้ยวเดือน’ ที่มีกระแสดราม่าว่ามีการแคสต์ไม่ตรงบท ผมรู้สึกเฟลนะ คือ ผมพยายามทำตามความฝัน มาออดิชั่นเหมือนคนอื่น แต่ทำไมเราเป็นไม่ได้ ทำไมคนอื่นต้องมาดูถูกเรา ถึงขั้นคิดเลยว่าไม่ไปต่อดีไหม ซึ่งแฟนคลับก็พยายามบอกว่า ไม่ต้องไปแคร์คนอื่นหรอก พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นสิ ด้วยผลงานของเรา ด้วยความพยายามของเรา ให้คนอื่นเห็นไปเลยว่าเราทำได้ ผมเลยจำตรงนี้ขึ้นใจเลยครับ ผมรู้สึกเลยว่า นี่เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ แฟนคลับเราดีมาก เขาไม่ได้มารับแรงกดดันเหมือนเรา แต่ทำไมเขาถึงคิดได้แบบนี้ ผมเลยเก็บสิ่งนี้ ที่เขาส่งพลังให้ผม เป็นพลังในการใช้ชีวิต หรือการทำงานในวงการบันเทิงมาตลอด

วโรดม เข็มมณฑา (คิมม่อน)

เข้าวงการมาได้อย่างไร ?

: ถ้างานชิ้นแรกจริงๆ ในวงการบันเทิงคือเป็นเอ็กซ์ตร้านะครับ เดินไปเดินมาทั้งวัน เปลี่ยนชุดสามสี่ชุด อะไรแบบนั้นครับ หลังจากนั้นก็ค่อยได้แคสต์งานโฆษณา จนสุดท้ายได้แคสต์ละครซีรีส์เรื่อง Love Sick the Series ซีซั่นสองครับ นั่นคือจุดเริ่มต้น

ตอนที่รู้ตัวว่าตัวเองมีแฟนคลับแล้ว รู้สึกอย่างไร ?

: มันเปลี่ยนโลกไปเลยครับ ผมเริ่มต้นจากการเป็นเอ็กซ์ตร้านะครับ พอแคสต์ติดเท่านั้นแหละ มีแฟนคลับทันทีเลย เร็วมาก ไม่ทันตั้งตัวเลยครับ งงไปหมด ผมยังไม่ทันได้ขึ้นเวทีเลยเสียด้วยซ้ำ แค่แคสต์ติด มีชื่อขึ้นหน้าประกาศโซเชียล ยอดไอจีผมเด้งหนักมากครับ เป็นวินาทีที่ช็อคที่สุดในชีวิตแล้ว นั่งอึ้งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หน้าชาอยู่แล้วที่แคสต์ติด พอยอดขึ้น คนมาติดตาม มีบ้านแฟนคลับเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอกันเลย มันช็อคครับ พอเราได้ประกาศว่าเป็นผู้เข้ารอบ เราก็ต้องขึ้นเวทีกับนักแสดงคนอื่นๆ ตอนนั้นจำได้ว่าหูอื้อไปหมดเลยครับ หน้าชามาก ทำตัวไม่ถูกเลยครับ คือ ผมไม่ได้เคยโดดเด่นอะไรนะครับ ไม่เคยมีคนกรี๊ดมากมาย แต่พอมีคนมากรี๊ด มีคนมาชอบนี่คือ ทำตัวไม่ถูกน่ะครับ

คำพูดของแฟนคลับที่ประทับใจ ?

: ผมชอบคำนี้นะครับ เป็นคำที่ผมจำตลอด คือ แฟนคลับเขาบอกว่า เขาไม่สัญญาว่าจะอยู่กับผมตลอดไป แต่จะอยู่ไปเรื่อยๆ ให้ความรักเต็มที่ในตอนนี้ มันเป็นคำที่จริงมากสำหรับผม วันหนึ่งเขาคงต้องไปแหละ ผมรู้ มีศิลปินใหม่ๆ มีอะไรใหม่ๆ มาตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาสัญญาไม่ได้จริงๆ ว่าจะรักเราตลอดไป แต่เขาจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผมชอบมากเลยครับ ดูจริงครับ ผมเป็นคนจริงครับ ชอบแฟนคลับแบบเรียลๆ

สุรเดช พินิวัตร์ (บาส)

บอกรักแฟนคลับหน่อยสิ ?

: เอ่อ… บอกตรงๆ นะครับว่าไม่ต้องถึงขั้นเดินขึ้นเวทีหรอกครับ แค่เดินไปแคสต์ซีรีส์สักเรื่อง แล้วมีคนถ่ายรูป ผมก็ดีใจมากแล้วครับ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยครับว่าจะมีคนสนใจเรา ตอนแรกๆ ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นแฟนคลับด้วยซ้ำ คิดว่าเป็นสื่อ แต่พอรู้ว่าเป็นแฟนคลับคือดีใจมากเลยครับที่มีคนชอบเรา ดีใจจริงๆ ครับ อันนี้พูดจากใจเลยนะครับ

ประทับใจอะไรในคำพูดแฟนคลับบ้าง ?

: แฟนคลับบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะอยู่กับเราตลอด ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง และไม่ว่าเราจะทำอะไร ทำอะไรก็ได้จริงๆ ขออย่าผิดกฎหมายเท่านั้นเอง เขาจะพร้อมอยู่กับเราเสมอ บางทีผมก็เริ่มโตขึ้น ความคิดอาจจะเปลี่ยนไป จะมีบางกลุ่มไม่ชอบ แต่จะมีกลุ่มที่ย้ำเสมอว่า ขออย่าทำอะไรผิดกฎหมาย เราจะอยู่กับผมเสมอ เขารู้ว่าคนเราไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ ต้องดีขนาดนั้น ผมก็เคยบอกพวกเขาว่า ผมไม่เพอร์เฟ็กต์นะ ไม่เป๊ะนะ ขอบคุณนะที่อยู่กับผมมาตลอด ผมดีใจจริงๆ นะครับ

เห็นรูปตัวเองที่แฟนคลับถ่าย รู้สึกอย่างไร ?

: รู้สึกดีมากครับ ถ้าไม่มีแฟนคลับ ผมคงเคว้งนะครับ เคยคิดแบบนั้น

คิดว่าแฟนคลับชอบอะไรในตัวเรา ?

: ผมว่าผมเป็นตัวเองที่สุด ไม่มีการคีพลุคอะไรเลย ขนาดอยู่กับสื่อ หรืออยู่บนเวที ผมก็เป็นตัวเองตลอดเวลา เป็นคนกวนๆ เล่นตามประสา ตามวัยน่ะครับ เอาเป็นว่า ผมไม่เก๊ก ไม่เฟค ทำหน้าตาน่าเกลียดขนาดไหนก็ได้จริงๆ ทุกคนรับได้ รูปหลุดที่ขี้เหร่ๆ ของผมไม่มีผลกับคนที่ตามผมเลยนะครับ เพราะผมไม่เก๊กเลย คือ ทุเรศแค่ไหนก็ได้ ทำหน้าประหลาดแบบไหนก็ได้ สบายใจจริงๆ ครับที่เป็นตัวเองได้ขนาดนี้ มันทำอะไรไม่ต้องมานั่งเก๊ก ดึงหน้า มันเหนื่อยครับ ดีใจที่ทุกคนยอมรับผมได้ขนาดนี้ครับ ดีใจจริงๆ

Author : Pacharee Klinchoo
Fashion Editor : Chanond Mingmit
Photographer : Napat Gunkham