Notre Damn de Paris ไม่ใช่แค่โบสถ์หลังหนึ่ง

เรียกว่าฉับพลันทันใดที่เพลิงซึ่งโหมกระหน่ำส่วนบนของอาสนวิหารนอตเทรอดามแห่งปารีสยังไม่ดับสนิท Kering Group ผู้เป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่นอย่าง GUCCI, SAINT LAURENT, BOTTEGA VENETA และอื่นๆ ก็ประกาศบริจาคเงินสมทบทุนการบูรณะ 100 ล้านยูโร และอีกไม่นานทาง LVMH เจ้าของแบรนด์ LOUIS VIUITTON, DIOR, FENDI และแบรนด์ดังอื่นๆ ก็ประกาศบริจาคเงินสมทบทุนการบูรณะอาสนวิหารนี้ 200 ล้านยูโร ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ทาง L’OREAL และตระกูล Bettencourt ประกาศบริจาคเงิน 200 ล้านยูโรสำหรับการบูรณะครั้งนี้ แน่นอนว่าจะบริษัทใหญ่ต่างๆ พร้อมใจร่วมบริจาคอีกรวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่แค่ชาวฝรั่งเศส เพราะทุกคนต่างพากันเศร้าสะเทือนใจกับเหตุการที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

ประธานาธิบดีแอมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสก็มาประกาศว่าจะมีการบูรณะอาสนวิหารแห่งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปีให้ทันกับการที่ปารีสจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อน 2024 แม้นักอนุรักษ์จะมีความเห็นว่าด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันก็ยังต้องใช้เวลานับ 10 ปีขึ้นไปเพราะขั้นตอนการอนุรักษ์ไม่ใช่งานก่อสร้าง ต้องมีการประชุมและหารือมากมาย แต่กระนั้นก็ไม่มีใครจะคัดค้านคำพูดของประธานาธิบดีว่าเป็นไปไม่ได้

เรามาดูว่าทำไมอาสนวิหารนอตเทรอดามแห่งปารีส จึงไม่ใช่แค่โบสถ์หนึ่งหลังอย่างที่หลายคนมาเกรียนกันในโซเชียลมีเดีย อาสนวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 มีอายุกว่าแปดร้อยปี แต่ความสำคัญไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าทางวิศกรรมและสถาปัตยกรรมเมื่อแปดร้อยกว่าปีก่อนเท่านั้น ทว่าอาสนวิหารนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์มาตั้งแต่ก่อนจะมีประเทศฝรั่งเศสเสียอีก

ก่อนที่จะเรียกสถาปัตยกรรมของอาสนวิหารนอตเทรอดามแห่งปารีสว่ามีรูปแบบโกธิก(Gothic) แต่แรกนั้นเรียกรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนี้ด้วยภาษาละติน มีความหมายว่าเป็นสไตล์ฝรั่งเศสแบบโมเดิร์น อันประกอบด้วยจุดเด่นอย่างโค้งยอดแหลมที่พัฒนามาเป็นโครงสร้างทรงโค้งแบบมีสัน(Rib vault) และครีบยันลอย(Flying buttress)ที่เราจะเห็นจากด้านข้างและด้านหลังของตัวอาคารอาสนวิหารนี้ ถือว่าที่นี่คือที่แรกที่มีการสร้างในรูปแบบโกธิกกับสถาปัตยกรรมทั้งหลัง ก่อนหน้านั้นจะมีทำเพียงบางส่วนของตัวอาคาร
อาสนวิหารแห่งนี้เร่ิมสร้างราวศตวรรษที่ 12 และใช้เวลากว่า 200 ปีจึงสร้างสำเร็จโดยสร้างจากผังเดิมและแผนงานเดิมทั้งสิ้น

มีสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าสองร้อยกว่าปีที่ผ่านไปได้มีเทคโนโลยีทางวิศวกรรมเพิ่มเติมเข้ามาไม่ว่าจะเป็น Buttress กำแพงค้ำยันที่สร้างขึ้นรอบๆ เพราะน้ำหนักเครื่องบนของตัวอาคารกดทับลงมาทำให้ผนังที่โปร่งบางโก่งร้าว และต่อมาก็ได้คิด Frying Buttress ครีบยันลอยขึ้นมาช่วยแก้ปัญหานี้อีก อาสนวิหารนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความล้ำยุคของสถาปนิกและวิศวกรที่ร่วมกันคิดโครงสร้างใหม่นี้และเป็นพื้นฐานของสถาปัตยกรรมเรียกว่าโกธิกในเวลาต่อมา

อาสนวิหารนี้คือต้นแบบของทุกอาสนวิหารที่ใช้ชื่อ Notre Damn (แม่พระหรือ Our Lady)ไม่ว่าจะเรื่องของการวางผัง ความโอ่อ่า หรือขนาด ซึ่งมีอาสนวิหารแม่พระนี้ที่เมือง Lyon เมือง Strasbourg เมือง Rouen และเมืองต่างๆ อีกประมาณ 15 เมืองในฝรั่งเศสและในประเทศอื่นๆ อีก 8 ประเทศ แม้จะมีที่ผิดแปลกแตกต่างอย่าง Notre Dame du Haut ที่เมือง Ronchamp ออกแบบโดยเลอ กอบูซิเยร์ แต่ก็เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างความตื่นตะลึงและมีคุณค่าสูง จึงไม่แปลกใจที่ชาวคริสต์และชาวฝรั่งเศสจะยกย่องอาสนวิหารนอตเทรอดามแห่งปารีสเป็นอย่างมาก

อาสนวิหารแห่งนี้ได้รับความเสียหายระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1793 ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก แต่เมื่อจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศสต้องการรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ขึ้นมาใหม่จึงได้ทำพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นที่อาสนวิหารแห่งนี้ และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งธรรมเนียมเดิมราชวงศ์ฝรั่งเศสก่อนหน้านั้นจะทำพิธีนี้ที่อาสนวิหาร Cathédrale Notre-Dame de Reims แห่งเมืองแร็งส์

นี่แค่เป็นตัวอย่างเพียงส่วนน้อยที่จะบอกว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับนอตเทรอดามแห่งปารีสนั้นไม่ใช่แค่เกิดกับโบสถ์หลังหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศฝรั่งเศส นอกจากจะเป็นหนึ่งในอาคารทางประวัติศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อปารีส ริมฝั่งแม่น้ำแซนเมื่อปี 1991

นี่ยังไม่พูดถึงอาสนวิหารแห่งนี้ในฐานะจุดหมายของนักเดินทางที่มาปารีสและต้องการจะได้เห็นความอัครฐานของสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ๋ รวมถึงความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ของนักเดินทางที่ว่าต้องมาเหยียบที่แผ่นทองเหลืองซึ่งเป็นจุดกิโลเมตรศูนย์หรือสะดือปารีสด้านหน้าอาสนวิหารนี้แล้วจะได้กลับมาปารีสอีก ไม่รวมกับร้านรวงรอบๆ บนเกาะ Île de la Cité ที่ตั้งของอาสนวิหารนี้

เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอเราจะได้เห็นนอตเทรอดามแห่งปารีสกลับมาสวยเด่นเป็นสง่าคู่เมืองปารีสอีกอย่างแน่นอน

Author : Sethapong Pawwattana
Photos : Getty Images.