Environmentally Friendly with Style

ย้อนกลับไปเมื่อสี่ห้าปีที่แล้วถ้าพูดถึงงานออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ sustainable design (งานออกแบบที่ยั่งยืน) คงเป็นอะไรที่ไม่คุ้นเคยกันในวงการออกแบบของบ้านเราสักเท่าไหร่นัก แต่ในรอบปีที่ผ่านมาแนวทางการออกแบบเช่นนี้ไม่ได้เป็นอะไรที่แปลกแยกอีกต่อไป เพราะมันกลายเป็นเทรนด์อันสำคัญของการออกแบบในปัจจุบัน ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเรา

มีสถาบันแห่งหนึ่งในบ้านเราที่เป็นศูนย์กลางในการค้นคว้าและวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการออกแบบอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์วิจัยแห่งนั้นมีชื่อว่า RISC หรือในชื่อเต็มว่า Research & Innovation for Sustainability Center ก่อตั้งโดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล นอกจากจะเป็นศูนย์วิจัยทางการออกแบบแล้ว สถาบันแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่กลางที่เปิดกว้างให้กับประชาชนทั่วไปและทุกองค์กรที่สนใจในแนวทางการออกแบบเพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ในครั้งนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาของศูนย์ RISC เพื่อสอบถามถึงความเป็นมาและจุดมุ่งหมายของพื้นที่แห่งนี้ เรามาฟังเรื่องราวจากเขากันเถอะ

“ศูนย์แห่งนี้เราวางแผนไว้ตั้งแต่ปี 2016 – 2017 แล้ว ด้วยความที่ผมสนใจเรื่อง sustainable design ส่วนทางบริษัท MQDC ก็สนใจเรื่องงานออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วด้วยความที่เขาเป็นดีเวล็อปเปอร์ที่มีความตั้งใจจะยกระดับ sustainable design ของทั้งอุตสาหกรรม คือให้ทุกๆ งานก่อสร้างอาคารเป็นงานดีไซน์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด แต่จะทำแบบนั้นได้ต้องมีคนทำเยอะพอ ศูนย์นี้เลยเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้คนสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ เราคาดหวังให้ทุกคนมาใช้ศูนย์นี้และเอาองค์ความรู้กลับไป

“เรามี Eco Materials Library และมีแล็บต่างๆ ให้ใช้ฟรี แม้แต่ดีเวล็อปเปอร์อื่นๆ ที่มองเราเป็นคู่แข่งก็เข้ามาใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เรามองว่านี่เป็นวิธีเดียวที่ทำให้องค์ความรู้เหล่านี้ถูกนำไปสู่การใช้จริง และเหตุผลที่เราเลือกพื้นที่ที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มาเป็นที่ตั้งศูนย์วิจัยที่ไม่สร้างรายได้โดยตรงก็เพราะพื้นที่ตรงนี้อยู่ใกล้สถาบันการศึกษา อีกทั้งยังนั่งรถไฟฟ้า BTS มาถึงได้ ถ้าเราอยากให้คนเข้าถึงได้ง่ายก็ต้องมาอยู่ใจกลางเมือง”
สิ่งที่น่าสนใจของศูนย์วิจัยแห่งนี้ก็คือเพียงแค่เราย่างเท้าเข้าไปภายในก็จะได้พบกับสภาพแวดล้อมอันแปลกตาที่ไม่เหมือนศูนย์วิจัยทั่วๆ ไปที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเหล่าบรรดาต้นไม้จำนวนมากที่ปลูกอยู่ในแปลงภายในห้องปิดในอาคาร และอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกปลูกในตู้เย็น ภายในห้องมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจสอบ จนดูคล้ายกับบรรยากาศในหนังไซไฟยังไงยังงั้น

“ห้องนี้เป็นห้องทดลองต้นไม้ เพื่อวิจัยว่าต้นไม้ที่อยู่ในอาคารจะสร้างความสดชื่นให้ผู้อยู่อาศัยได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องการการดูแลมากนัก และบางทีเราอาจจะสกัดสารสำคัญจากต้นไม้เหล่านั้นมาทำยาหรือเครื่องสำอางได้ ต้นไม้ฝั่งที่อยู่ในตู้ เราทำเพื่อควบคุมลักษณะการอยู่อาศัยของเขาว่าถ้าเราใส่คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป
ในต้นไม้เยอะๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้เหล่านี้ ถ้าเจอแสงสีขาวหรือแอลอีดีจะเกิดอะไรขึ้น
“ส่วนอีกฝั่งที่เป็นแปลงปลูกต้นไม้ เราทำขึ้นเพื่อทดลองสภาพอากาศในห้องนี้ โดยมีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับว่าห้องนี้มีคุณภาพอากาศดีกว่าห้องอื่นหรือเปล่า ถ้าดีกว่า เราจะได้รู้ว่าจริงๆ คนอยู่กับต้นไม้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนสบายๆ และด้วยความที่พื้นที่มีจำกัด เราก็เลยใช้ห้องทดลองต้นไม้นี้เป็นล็อบบี้ไปในตัว”
ด้วยความที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ทำการทดลองเกี่ยวกับงานดีไซน์เชิงสิ่งแวดล้อม และวัสดุรีไซเคิลต่างๆ มันจึงเต็มไปด้วยนักวิจัย จนบางคนอาจคิดว่าเป็นห้องวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากกว่าพื้นที่วิจัยทางการออกแบบ แต่อันที่จริงหลักการของงานออกแบบที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่งานออกแบบทั่วๆ ไปก็ไม่อาจแยกขาดออกจากวิทยาศาสตร์ได้อย่างสิ้นเชิง

“เป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ที่เราแยกสถาปนิกหรือนักออกแบบออกจากวิศวกรหรือนักวิทยาศาสตร์ เพราะถ้าเราแยกออกจากกันเมื่อไร สถาปนิกหรือนักออกแบบจะมองแต่ความสวยงามและการใช้งานเท่านั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าวัสดุในการก่อสร้างนั้นมาจากไหน มีคุณสมบัติยังไง ทนทานแค่ไหน หรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและผู้อยู่อาศัยอย่างไรบ้าง
“ตอนนี้เราจับมือกับนักวิจัยเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบัน MIT นอกจากนี้เรายังพัฒนาวัสดุรีไซเคิลขึ้นมาใช้เอง ไม่ว่าจะเป็นการนำขยะพลาสติกจากทะเลมาทำเป็นขอบถนน ท่อ ผ้าม่าน และพรม เพื่อใช้ในอาคาร เรามีวัสดุที่ทำจากเปลือกไข่ไก่ที่เหลือจากโรงงานทำ ไข่เหลว หรือวัสดุที่ทำจากเปลือกแมคคาเดเมีย กากกาแฟ ซึ่งสามารถนำไปใช้กับทุกส่วนของอาคาร วัสดุเหล่านี้จะถูกรวบรวมอยู่ใน Eco Materials Library รวมถึงข้อมูลสำหรับทำการค้นคว้า วิจัย หรือติดต่อกับผู้ผลิตได้โดยตรง โดยที่เราไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ”

ไม่ว่าจะเป็น sustainable design หรืองานออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คน หรือที่เรียกว่า well-being นั่นเอง ซึ่งแนวคิดที่ว่านี้ก็เป็นหัวใจสำคัญของศูนย์วิจัยแห่งนี้
“สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทุกคนต้องการคือการมีความสุข ซึ่งนั่นแหละคือ well-being ทีนี้ความสุขแต่เพียงอย่างเดียวมันก็ไม่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วความสุขของเราก็ต้องมีความสมดุลกับสภาพแวดล้อม กับธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ สิ่งเหล่านี้คืองานวิจัยของเรา”

Author: MutAnt

Photographer: Chatchanan Chantajinda