ROLEX TESTIMONEES ในโลกแห่งภาพยนตร์

ROLEX TESTIMONEES 4 สุดยอดนักสร้างภาพยนตร์

Rolex ยกย่องและสนับสนุนผู้ที่สามารถประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแวดวงกีฬา ภาพยนตร์ หรือศิลปะแขนงต่างๆ สำหรับ Rolex Testimonees ทั้ง 4 ท่านในวงการภาพยนตร์ ได้แก่ Kathryn Bigelow, James Cameron, Alejandro G. Iñárritu และ Martin Scorsese ล้วนเป็นสุดยอดฝีมือที่มีผลงานภาพยนตร์ระดับตำนาน เคยกวาดรางวัลออสการ์รวมกันแล้วทั้งสิ้น 57 รางวัล ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์บุคคลในตำนานเหล่านี้เล็งเห็นคุณค่าของการบันทึกช่วงเวลาต่างๆ โดยอาศัยผลงานของตนตีความหมายสรรพสิ่งในโลกด้วยชั้นเชิงทางศิลปะ ผู้กำกับภาพยนตร์ทั้ง 4 ท่านแสวงหาความเป็นเลิศที่เป็นอมตะ และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่เดินตามความฝัน ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อสร้างผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

KATHRYN BIGELOW
Kathryn Bigelow เป็นสุภาพสตรีคนแรกและเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เธอมีความสามารถโดดเด่นในการเล่าเรื่องผ่านภาพ ความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด และการเลือกเรื่องต่างๆ ที่เธอสนใจได้ปลุกเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และพลิกโฉมวงการภาพยนตร์ในปัจจุบัน ผู้กำกับชาวอเมริกันท่านนี้ยังเป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทภาพยนตร์ให้กับผลงานของตนเองหลายเรื่อง

Bigelow ร่วมเขียนบทและกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของเธอ The Loveless ในปี 1981 และในช่วงทศวรรษที่ 90 เธอได้กำกับภาพยนตร์แอ็กชั่น 3เรื่อง ได้แก่ Blue Steel (1989), Point Break (1991) และ Strange Days (1995) เธอได้ฉีกกฎรูปแบบเดิมๆ ของภาพยนตร์แอ็กชั่น และผลงานภาพยนตร์เรื่องต่อๆ มาของเธอ ยิ่งช่วยสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังยิ่งขึ้นและก้าวขึ้นสู่ทำเนียบสุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยภาพยนตร์แอ็กชั่นระทึกขวัญเชิงการเมือง อาทิ The Hurt Locker ในปี 2008 และ Zero Dark Thirty ในปี 2012 โดยผลงานเรื่อง The Hurt Locker ส่งให้เธอคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครอง สำหรับภาพยนตร์ล่าสุดเรื่อง Detroit (2017) ที่เธอเป็นทั้งผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างได้อ้างอิงเรื่องราวของเหตุจลาจลในเมืองดีทรอยต์เมื่อปี 1967 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงทางเชื้อชาติ ผลงานภาพยนตร์ของเธอได้กระตุ้นให้เกิดการพิเคราะห์สถานการณ์การเมืองรอบตัว และสร้างชื่อให้เธอในฐานะสุดยอดผู้กำกับตัวจริง

“คำแนะนำของฉันที่อยากจะบอกกับผู้กำกับรุ่นใหม่คือ จงอย่าย่อท้อ และพร้อมรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคต่างๆ ที่จะต้องเจอเมื่อทำงานศิลปะ ฉันอยากให้ทุกคนถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองออกมาอย่างลึกซึ้งและเคารพจุดยืนของตนเอง”

JAMES CAMERON
Cameron เป็นนักสร้างภาพยนตร์และนักสำรวจที่ได้รับการยกย่อง ในฐานะที่เป็นทั้งผู้กำกับ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เขามีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจมากที่สุดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อาทิ The Terminator (1984), Aliens (1986), The Abyss (1989) Terminator 2: Judgement Day (1991), True Lies (1994), Titanic (1997) และ Avatar (2009)

ภาพยนตร์ของเขาได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้าน visual effect และทำสถิติสูงสุดในหลายๆ ด้านทั้งในและต่างประเทศ Avatar คือภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ โดยที่ Titanic เคยครองสถิตินี้มาก่อนถึง 12 ปี ภาพยนตร์ของเขายังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงและกวาดรางวัลต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ Titanic ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากสถาบันฯ 14 รางวัล และคว้ามาได้ถึง 11 รางวัล รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และตัดต่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวแคนาดาที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมายคนนี้ เป็นผู้นิยมความเที่ยงตรงแม่นยำ และเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของภาพยนตร์ เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยนำพาผู้ชมเข้าสู่โลกที่ภาพยนตร์ต้องการนำเสนอได้อย่างสมจริงที่สุด

Cameron สวมใส่ Rolex มาเป็นเวลาหลายสิบปี และนาฬิกา Rolex ยังได้ปรากฏโฉมอยู่ในฉากสำคัญในภาพยนตร์ของเขาหลายเรื่อง เขาให้ Bill Paxton นักแสดงผู้ล่วงลับสวม Rolex Submariner ในขณะถ่ายทำเรื่อง Titanic ซึ่งในงานประกาศรางวัลออสการ์ประจำปี 2017 ได้นำภาพยนตร์บางตอนมาฉายด้วย “ภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมจะต้องใส่ใจในรายละเอียดอย่างครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น แต่เป็นทุกๆ รายละเอียด ตัวละครทุกตัว อุปกรณ์ทุกชิ้น และความต่อเนื่องทุกฉาก” เขากล่าว “Rolex ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาที่งดงามและผลงานประดิษฐ์ชิ้นเอกทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังแข็งแกร่งทนทานอีกด้วย Rolex เป็นนาฬิกาที่คุณสวมใส่ได้ในทุกสภาพแวดล้อมและทานทนต่อแรงกดดัน ฉะนั้น จึงเป็นการสื่อความหมายโดยนัยไปยังผู้ชมว่า ตัวละครนี้สามารถทนต่อความกดดันที่เขาหรือเธอจำเป็นต้องรับมือให้ได้เช่นกัน”

“ผมพยายามค้นหาวิธีที่จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งสมบูรณ์แบบ เพื่อให้เรื่องนั้นๆ สะท้อนความรู้สึกและจิตใจของผู้คนได้ถึงแก่นมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริงบนโลกใบนี้ก็ตาม แต่ผมคิดว่าถ้าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพยนตร์ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมบอกกับตัวเองทุกวันว่า ‘จะพยายามและลงมือทำให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ขอให้ดีกว่าที่เคยทำมาก่อนก็พอ’ เมื่อนั้น คุณจะสามารถนำเสนอสิ่งที่ปรากฏอยู่บนจอได้อย่างภาคภูมิใจ เพราะมันจะคงอยู่ในใจผู้คนไปตลอดกาล”

ALEJANDRO G. IÑÁRRITU
เจ้าของรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน (จาก Birdman ในปี 2015 และ The Revenant ในปี 2016) Alejandro G. Iñárritu มีชื่อเสียงในด้านการค้นหาความหมายของความเป็นมนุษย์ ควบคู่กับสไตล์การนำเสนอภาพอันเป็นเอกลักษณ์ ผลักดันเขาให้ขึ้นเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับที่มีบทบาทสำคัญในวงการ ผลงานเปิดตัวของเขาเรื่อง Amores Perros ในปี 2000 เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และการได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน ส่งให้ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวเม็กซิกันผู้นี้ ได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ฮอลลีวูดเทียบเคียงกับ John Ford และ Joseph L. Mankiewicz

ผลงานเรื่องล่าสุดของเขา CARNE y ARENA (Virtually present, Physically invisible) ใช้เทคโนโลยี VR กับสื่อ installation ถ่ายทอดเหตุการณ์หนึ่งที่อ้างอิงจากเรื่องจริง ทำให้ผู้ชมสามารถร่วมรับรู้ประสบการณ์บางเสี้ยวของชีวิตผู้อพยพลี้ภัย ฉายเป็นครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และคว้ารางวัลออสการ์เกียรติยศในการประกาศรางวัล Governors Awards ประจำปีครั้งที่ 9 นับเป็นรางวัลออสการ์ตัวที่ 5 ของ Iñárritu โดยทางสถาบันได้ประกาศเกียรติคุณยกย่องเขาในฐานะ “นักเล่าเรื่องที่มีจินตนาการล้ำลึกและถ่ายทอดประสบการณ์ได้อย่างทรงพลัง”

นอกจากนี้ Iñárritu ยังเป็นที่ปรึกษาด้านภาพยนตร์ในโครงการ Rolex Mentor and Protégé Arts Initiative ปี 2014-2015 โดยเขาได้เชิญศิลปินภายใต้การดูแลของเขา เข้าไปเยี่ยมชมกองถ่ายทำเรื่อง The Revenant อีกด้วย

Iñárritu เชื่อว่างานศิลปะเป็นสิ่งที่ยืนยง ดำรงอยู่ให้ผู้คนเสพและสัมผัสตลอดไป “มันคือสิ่งที่เปลี่ยนไปตามความรู้สึกของผู้เสพงานแต่ละคน และส่งผลต่อจิตใจของผู้คนแตกต่างกันไป”

MARTIN SCORSESE
Martin Scorsese คือบุคคลที่สำคัญอีกท่านหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกภาพยนตร์ ด้วยประสบการณ์บนเส้นทางอาชีพที่ยาวนานกว่า 50 ปีที่เขาได้ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง และผู้เขียนบทภาพยนตร์ มีผลงานที่โดดเด่นหลายเรื่องและได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสูงสุดตลอดกาล เขาหลงใหลและชื่นชอบในศิลปะภาพยนตร์ เป็นผู้ที่กระตุ้นให้เราตระหนักถึงการอนุรักษ์ภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง Scorsese เติบโตในย่านลิตเติ้ลอิตาลีในกรุงนิวยอร์ก และเริ่มทำภาพยนตร์เรื่องแรกๆ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 เขาได้เปิดมุมมองและสร้างนิยามใหม่ต่อความคิดที่ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นไปได้ในภาพยนตร์ ผ่านผลงานคลาสสิกต่างๆ เช่น Mean Streets (1973), Taxi Driver (1976) และ Raging Bull (1980) บุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Scorsese ที่ผสมผสานความเป็นสุดยอดด้านศิลปะ เสน่ห์ที่น่าค้นหา และความมีน้ำใจยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างภาพยนตร์และผู้ชมทั่วทุกมุมโลกมาโดยตลอด การเอาใจใส่ในรายละเอียดต่างๆ คือกุญแจสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจอภาพเห็นได้จากภาพยนตร์ที่เลื่องชื่อหลายเรื่องที่ Scorsese ได้หยิบยกนาฬิกา Rolex รุ่นต่างๆ โดยเฉพาะรุ่น Oyster Perpetual Day-Date ที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษ ให้ไปปรากฏบนจอภาพยนตร์
ในปี 2008 Scorsese ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในโครงการ Rolex Mentor and Protégé Arts Initiative โดยเลือกร่วมงานกับ Celina Murga นักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ชาวอาร์เจนติน่า ซึ่งทำงานเคียงข้างเขาขณะถ่ายทำเรื่อง Shutter Island (2010)

โดยสรุปแล้ว Martin Scorsese มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่องานศิลปะแขนงนี้ที่เขาได้ยึดถือเป็นวิชาชีพมาตั้งแต่อายุยังน้อย เขาฝากข้อคิดถึงนักสร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่ไว้ว่า “ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใครๆ ก็สร้างภาพยนตร์ได้ แถมยังมีตัวเลือกมากมายให้เลือกใช้ แต่สิ่งที่สำคัญเหนืออื่นใดมีอยู่เรื่องเดียวคือ คุณอยากที่จะบอกเล่าเรื่องราวมากน้อยเพียงใด มีแต่คุณเท่านั้นที่จะจุดประกายความคิดนั้นได้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำให้คุณได้”