เคล็ดไม่ลับของ Frederic Hawecker สุดยอดเชฟขนมหวานจากฝรั่งเศส

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ (Frederic Hawecker) อาจไม่เหมือนเชฟขนมหวานในจินตนาการสักเท่าไหร่ เชฟร่างเล็กคนนี้มาพร้อมกับท่าทีขึงขังและพูดจาฉะฉาน แต่ทุกอย่างก็ดูนุ่มนวลขึ้นทันทีถ้าเป็นเรื่องของสิ่งที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการทำขนม และเหมือนเขาก็จะรู้จักตัวเองดี เพราะสำหรับแบรนด์ของเขาเองนั้น แท็กไลน์ที่เขาเลือกใช้ก็คือ “Createur de Douceurs” ที่แปลว่าผู้รังสรรค์ความนุ่มละมุนนั่นเอง

เฟรเดริก ฮาเวคเกอร์ มาจากเมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองอาวิญยงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทักษะการทำขนมของเขาได้ชื่อว่าไม่แพ้ใคร และเห็นได้ชัดว่าเชฟระดับท็อปของฝรั่งเศสก็เห็นด้วย จึงให้เขาผ่านการคัดเลือกจนเป็นหนึ่งใน Meilleur Ouvrier de France (MOF) หรือสุดยอดช่างฝีมือของฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดของหลายๆอาชีพในฝรั่งเศส และเชฟก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเฟรเดริกนั้นได้รับตำแหน่งนี้ในสาขาเชฟขนมหวานโดยเฉพาะ

เมื่อวานนี้ เราได้เจอกับเชฟเฟรเดริกที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ที่เชฟได้มารังสรรค์ชุดน้ำชาชุดพิเศษที่ใช้ช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโลแลตพรีเมียมจาก L’Opera Chocolaterie แบรนด์ช็อกโกแลตจากฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตช็อกโกแลตแบบซิงเกิล ออริจิน (Single Origin) โดยเชฟเฟรเดริกแอบแย้มว่าจริงๆแล้ว ช็อกโกแลตนั้นจะดีไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของช็อกโกแลตอย่างที่ใครๆ คิด แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดโกโก้ ซึ่งแบรนด์ L’Opera Chocolaterie ซึ่งเป็นแบรนด์คราฟต์ที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนี้ก็ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกเมล็ดโกโก้เป็นที่สุด

ด้วยความที่ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมที่มีกลิ่นอายของญี่ปุ่น เชฟเฟรเดริกจึงผสมผสานช็อกโกแลตเข้ากับองค์ประกอบจากญี่ปุ่น ตั้งแต่วิสกี้แบบญี่ปุ่น ส้มยูสุ ไปจนถึงกลิ่นชา แต่ในขณะเดียวกันก็แอบเติมรายละเอียดจากบ้านเกิดของเชฟอย่างน้ำมันมะกอกเข้าไปด้วย จากการชมการสาธิต เราสังเกตเห็นว่าเชฟดูจะให้ความสำคัญกับคำว่า “เท็กซ์เจอร์” เป็นพิเศษ สำหรับเขา ขนมหวานที่ดีไม่ใช่ขนมหวานที่หวานจนเกินไป และต้องมอบ “ประสบการณ์” ให้กับผู้ที่รับประทานได้ และประสบการณ์ที่ว่าก็มาจากการเล่นกับเท็กซ์เจอร์นั่นเอง และการที่จะสร้างเท็กซ์เจอร์ให้น่าสนใจได้นั้น “ต้องอาศัยการคิดคำนวณอย่างดีครับ” เชฟกล่าวระหว่างสาธิตการทำกานาจให้เราดู

ชุดน้ำชา “ซึบากิ” เซ็ตพิเศษที่มาพร้อมกับขนมหวานฝีมือเชฟเฟรเดริกจะมีเสิร์ฟในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ระหว่างเวลา 14.oo น.-17.oo น. ที่ Up & Above Bar ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เท่านั้น โดยราคาอยู่ที่ 1,290++ บาท (รวมชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน) สำรองที่นั่ง โทร. 02-687-9000