10 Questions with Kim Jones

หลังจากเผยโฉมคอลเลกชั่นแรกของ Dior Men ไปอย่างฮือฮาน่าจับตามองแล้ว ลอฟฟีเซียล ออมส์ไทยแลนด์ ก็อดไม่ได้ที่จะดึงตัวKim Jones หัวหอกคนใหม่ของแบรนด์ Dior มาตั้งคำถามถึงแรงบันดาลใจ ไอเดีย และอะไรต่อมิอะไรในหัวเขา เพราะเราเชื่อว่าการเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้จะกลายมาเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการแฟชั่นอย่างแน่นอน

ในมุมมองของคุณ คุณมองแบรนด์ Dior อย่างไร

เป็นแบรนด์ที่เก๋ไก๋ หรูหรา สง่างาม โรแมนติกและเต็มไปด้วยเรื่องเล่า เรื่องราวอันเป็นต􀂷ำนานแต่ก็มีความทันสมัยที่พร้อมจะหมุนไปกับโลกใบนี้ มันมีความรีแล็กซ์บางประการที่สัมผัสได้ผมอยากจะทำให้แบรนด์นี้มีความสง่างามเพิ่มขึ้นไปอีก ความสง่างามถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผม ในส่วนกระบวนการทำงานนั้น Diorเป็นแบรนด์ที่มีทั้งเสื้อผ้ากูตูร์ และเสื้อผ้าเรดดี้ทูแวร์ ดังนั้นจึงมีกลิ่นอายของความเป็นกูตูร์อยู่มากในแต่ละคอลเลกชั่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ ที่ได้มาทำงานในฐานะดีไซเนอร์

ไอเดีย คอนเซ็ปต์ และแรงบันดาลใจแรกสุดที่คุณใช้สร้างสรรค์คอลเลกชั่นแรกให้กับ Dior Men คืออะไร และคุณนิยามเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างไร

มรดกตกทอดและคอลเลกชั่นต่างๆ ที่ Dior มีนั้นมหัศจรรย์มาก และพวกเขาก็เคารพต่อรากเหง้าของตัวเองได้อย่างน่านับถืออีกด้วย นี่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะร่วมต่อยอดตำนานให้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ผมเลือกใช้สีสันและแพตเทิร์นของแบรนด์ พร้อมหยิบเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นของเมอซิเออร์ดิออร์ และภาพเก่าๆ ของครอบครัวมาใช้เป็นเรเฟอเรนซ์ คือผมแอบขุดลงไปในชีวิตส่วนตัวของเขาด้วยนิดหน่อยล่ะคอลเลกชั่นฤดูร้อน 2019 นี้ฉายแสงทุกอย่างของความเป็น Dior ออกมาอย่างหมดจดลวดลายดอกไม้ก็ได้มาจากการตกแต่งห้องรับประทานอาหารส่วนตัวของเมอซิเออร์ดิออร์ซึ่งสะท้อนความหลงใหลในธรรมชาติของเขา และปรัชญา femmes-fleurs ที่เขายึดมั่น เราก็หยิบภาพรวมตรงนั้นมาถ่ายทอดออกมาเป็นลายพิมพ์เพราะตัวเขาก็มีชื่อเสียงในเรื่องรสนิยมการรับประทานอาหารที่ละเมียดละไมเช่นกันส่วนบ็อบบี้ หมาสุดที่รักของเขา ก็เคยเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้ำหอม Miss Dior เมื่อปี 1952 เราจึงดึงทั้งเขาและบ็อบบี้มาถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ของ Kaws ในส่วนของเครื่องประดับนั้นผมใส่ความโมเดิร์นเข้าไปในโลโก้ดั้งเดิมที่ครอบครัว Dior ใช้ก่อตั้งแบรนด์ตั้งแต่ยุค ’20s แล้วยังมีลายพิมพ์ซิกเนเจอร์อย่าง toile de Jouy ที่เมอซิเออร์ดิออร์ใช้ตกแต่งร้านแรกของเขาในปี 1947 ซึ่งเราเอามาประดับประดาเย็บบนผ้าโปร่งหลากหลายเนื้ออีกหนึ่งซิกเนเจอร์เห็นจะได้แก่กรรมวิธี cannage หรือการใช้เลเซอร์คัตลงไปในกระเป๋าหนังบางรุ่น และเทรนช์โค้ต ซึ่งเราก็นำมาปัดฝุ่นให้มีความทันสมัยและดูไม่หนักอึ้งเกินไป ผมคิดว่านี่คือการตีความความเป็น cannage ในรูปแบบใหม่ให้มีความเป็นมาสคิวลีนมากขึ้น ก็ถือว่าเป็นการนำเอามรดกดั้งเดิมของแบรนด์มาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยนอกจากนั้นผมยังหยิบเอา Oblique และSaddle มาจัดการใหม่อีกด้วย กระเป๋าพวกนี้มีความเป็นมาสคิวลีนดั้งเดิมอยู่แล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะย้ายพวกมันมาอยู่ร่วมในคอลเลกชั่นผู้ชายอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ผมตัดสินใจเอาสัญญะสำคัญอย่างคำว่า saddle (อานม้า) มาตีความใหม่ในคอลเลกชั่นผู้ชาย ออกมาเป็นกระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าเป้ และกระเป๋าคาดเอว สัดส่วนของ ‘กระเป๋าอานม้า’เหล่านี้เจ๋งมากเลยนะครับ มันมีกลิ่นอายของความเป็นโคบาลอยู่สูงมาก ซึ่งนั่นก็บ่งบอกถึงความเป็นคอลเลกชั่นผู้ชายที่แท้จริง

เมอซิเออร์ดิออร์ให้แรงบันดาลใจอย่างไรบ้างใน Dior Men คอลเลกชั่นแรกนี้

Dior เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นแฟชั่นชั้นสูง และนั่นก็หมายถึงความเหมาะสมในทุกสิ่ง รวมไปถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปดูเรเฟอเรนซ์ของตัวแบรนด์ Dior ในทุกยุคเอง ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ Dior ผมเคยอยู่ที่ Louis Vuitton มาก่อนนะครับ ซึ่งทั้งสองแบรนด์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Vuitton มีรากฐานมาจากแบรนด์เครื่องหนัง ทำกระเป๋าเดินทาง ซึ่งผมรักแบรนด์นั้นนะครับ และยังรักมาจนถึงตอนนี้ แต่การทำงานนั้นคนละเรื่องกันเลย ทุกอย่างถูกผลิตในโรงงาน ไกลจากออฟฟิศของเรา ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยได้เห็นเสื้อผ้าหรือโปรดักต์อื่นๆ เท่าไหร่ ในขณะที่การทำงานของ Dior นั้นมีอาเตลิเยร์อยู่ในออฟฟิศทั้งหมด คุณสามารถเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการได้ตลอดเวลา กระบวนการตัดเย็บนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมากมีวิธีการทำงานที่ครีเอตมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด Vuitton เป็นยานพาหนะขนาดใหญ่ที่มีการหล่อลื่นไม่ติดขัด ในขณะที่ Dior ยังคงความเป็นกูตูร์ชั้นสูงของแบรนด์ไว้ได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งในฐานะดีไซเนอร์ การทำงานในสภาวะแวดล้อมเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง นอกจากนั้นเรายังสนุกกับการสร้างสรรค์ชิ้นงานกูตูร์ในแต่ละคอลเลกชั่นให้ออกมาน่าจดจำและน่าสะสมในขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอื่นๆ นั้นมีแนวทางที่ชัดเจน ผมรู้สึกว่า Dior โดดเด่นแตกต่างจากทุกแบรนด์ ผมจึงเริ่มจากการให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตก่อน อย่างพวกเสื้อผ้าสปอร์ตส์แวร์นั้นผมก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ความเป็นกูตูร์เข้าไปตอนฟินิชชิ่งมันคือการเบรกดาวน์สิ่งที่แบรนด์ถนัดอยู่แล้วนั่นคือเอเลเมนต์ความเป็นกูตูร์ที่จะถูกเสริมเข้าไปตรงโน้นตรงนี้ ซึ่งโดยรวมแล้วจะทำให้คอลเลกชั่นทั้งหมดมีความเป็นมาสคิวลีนและน่าสนใจมากขึ้น

ตอนที่เห็นกรุสมบัติที่แสดงถึง DNA ของแบรนด์ตั้งแต่เริ่มต้นนั้นคุณรู้สึกอย่างไรคอลเลกชั่นทั้งผู้ชายและผู้หญิงของ Diorนั้นโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ เสมอมาคุณสามารถรวบรวม ตกตะกอน และสังเคราะห์ไอเดียต่างๆ เพื่อออกมาเป็น Dior Men คอลเลกชั่นแรกที่เราเห็นวันนี้ได้อย่างไร

ผมต้องการหาเรเฟอเรนซ์ความเป็นออริจินอลของแบรนด์ Dior ก่อน และหาสัญญะความเป็นเสื้อผ้าผู้ชายในยุคปัจจุบัน ผมหาดูงานของเมอซิเออร์ดิออร์ทั้งหมดที่มี ซึ่งก็เป็นงานเสื้อผ้าผู้หญิงทั้งนั้น แต่ถ้าคุณมองให้ลึก เบรกดาวน์เอเลเมนต์ต่างๆ ออกมาก็จะเห็นเรื่องราวของเสื้อผ้าผู้ชายซ้อนทับอยู่ในนั้นได้ไม่ยากขอนิยามว่าสิ่งเหล่านี้คือ ‘ความโรแมนติก’มากกว่า ‘ความเป็นเฟมินีน’ นะครับ เพราะส่วนตัวผมคิดว่าแบรนด์นี้ค่อนข้างโรแมนติกทีเดียว ถ้าคุณเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ให้ถ่องแท้จะเห็นว่าทุกอย่างก็อยู่ตรงหน้ารอคุณหยิบมาเลือกใช้ครับ

ทำไมถึงเลือกใช้สีพาสเทลในคอลเลกชั่นนี้คุณสามารถนำเอาโทนสีแบบนั้นมาสอดแทรกในคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษในยุคปัจจุบันได้อย่างไร อธิบายหน่อย

ผมคิดว่าสีชมพูดิออร์และสีเทาดิออร์นั้นเป็นสองสีสำคัญที่ถ่ายทอดความเป็นเมซงนี้ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ตอนที่ก้าวเข้ามาร่วมงานกับ Dior ใหม่ๆ ผมได้รับบรีฟมาให้‘ใส่พลังงานและสีสันเข้าไปอีกเยอะๆ’ ดังนั้นผมจึงเลือกสองสีอันเป็นเอกลักษณ์นี้ เราเลือกสีชมพูเพราะมันเป็นสีที่ถูกใช้ในชุดยาวของสุภาพสตรีในช่วงที่เมซงนี้เพิ่งก่อร่างสร้างตัวและยังเป็นสีที่เมอซิเออร์ดิออร์ใช้ตกแต่งบ้านของเขาอีกด้วย และสำหรับคนที่คิดว่าสีชมพูไม่เหมาะกับสุภาพบุรุษละก็ ผมขอแนะนำให้คุณไปที่แอลเอนะ เด็กรุ่นใหม่ใส่สีชมพูเดินกันเกลื่อนเมืองเลยล่ะ

คิดอย่างไรถึงเลือก Kaws มาร่วมงานด้วยในคอลเลกชั่นนี้ คุณชอบงานของเขาตรงไหนกัน

ผมอยากร่วมงานกับ Kaws มาตั้งนานแล้วผมว่างานของเขามีเอกลักษณ์และสื่อสารถึงคนได้หลายกลุ่ม นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากให้งานของผมเป็นน่ะ ผมชอบงานของเขามาตั้งแต่เด็กๆ พอผมโตขึ้นมา เขาก็กลายเป็นศิลปินสำคัญคนหนึ่งของเจเนอเรชั่น แล้วงานของเขาก็เข้าถึงทุกคนได้จริงๆ และผมอยากได้อะไรที่มันเซอร์ไพรส์หน่อย เราจึงมอบหมายให้ Kaws ออกแบบตัวผึ้งใหม่ เราเอาเมอซิเออร์ดิออร์มาเป็นคาแร็กเตอร์คู่ขวัญกับบ็อบบี้หมาของเขา ผมอยากให้โชว์นี้ยิ่งใหญ่อลังการซึ่งความช่วยเหลือของ Kaws นั้นก็มาเติมเต็มความต้องการของผมได้สมบูรณ์แบบเลยล่ะถึง Dior จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ แต่ทีมงานทุกคนเคารพกันและกันเป็นอย่างมาก ทุกคนทำงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน Kaws เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราได้อย่างไม่เคอะเขินเลยครับ

Saddle bag ถือเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ทันทีที่คุณนำมันมาออกโชว์ของ Dior Men ก็มีคนไปควานหาคอลเลกชั่นเก่ากันใหญ่ คุณตั้งใจลบเส้นแบ่งระหว่างแฟชั่นชาย-หญิงหรือเปล่า

ความเป็นมาสคิวลีนและเฟมินีนที่ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ Christian Dior นั้นมีอยู่สูงมาตลอด ในขณะที่ตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี เขาก็ควานหาเสื้อโค้ตที่มีความเป็นสุภาพบุรุษสูงมาก ผมว่าคุณสามารถนำเอาไอเดียแบบนั้นมาปรับใช้ในคอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายได้ง่ายมากเลย ดูไม่เป็นผู้หญิงเกินไปด้วย มันดูหรูหรางามสง่ามากเลยนะเมื่อก่อนผมเคยซื้อเสื้อถักนิตของ Celine มาใส่ ก็ชอบและใส่ได้พอดีตัว ผมไม่ได้แยกแยะว่านั่นเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็แค่เสื้อผ้าสวยๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้นเองตราบใดที่เมื่อผู้หญิงเลือกเสื้อผ้าผู้ชายมาใส่หรือผู้ชายใส่เสื้อผ้าผู้หญิงแล้วเป็นประเด็นมันก็ไม่ใช่การแต่งตัวข้ามเพศอย่างแท้จริงเราอาศัยอยู่ในเมืองที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นมากนะ คุณต้องคิดนอกกรอบอะไรบางอย่างหน่อยน่ะ ลองดูพวกแร็ปเปอร์ก็ได้นะ พวกเขานี่โคตรจะผู้ชายเลยใช่ไหม แต่เดี๋ยวนี้ก็มีหลายคนเอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่ สวยด้วยนะ อิทธิพลอะไรแบบนี้น่าสนใจจะตายคุณว่าไหมล่ะ

ลายดีไซน์ต้องการการตัดเย็บที่ประณีตละเอียดอ่อน อย่าง savoir-faire คุณมีปัญหาอะไรกับการผลิตเสื้อผ้าเรดดี้ทูแวร์ด้วยเทคนิคแบบนั้นมากไหม

สำหรับโชว์แรกผมให้ความสำคัญกับการตัดเย็บดั้งเดิมของแบรนด์จึงใส่ลงไปเต็มที่ แต่สำหรับซีซั่นถัดมาผมตั้งใจจะหาเทคนิคและนวัตกรรมใหม่ๆมาใส่มากขึ้น ผมแค่อยากจะเริ่มทำคอลเลกชั่นแรกให้ Dior ในแบบของ Dior เท่านั้นเองครับ

คิดจะเอาเทคนิค savoir-faire มาเป็นเทคนิคซิกเนเจอร์ให้กับคอลเลกชั่นในอนาคตบ้างไหม

เราพยายามหาชิ้นที่จะกลายเป็นชิ้นกูตูร์หลักในแต่ละคอลเลกชั่นอยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องการตัดเย็บเท่านั้น แต่หมายถึงความสุขด้วย เราพยายามจะบาลานซ์ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันDior เป็นแบรนด์ที่แตกต่างจากแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอื่นๆ ในตลาด ทักษะของช่างที่ทำงานในอาเตลิเยร์นั้นเป็นพลังงานสำคัญที่ทำให้ผมกระชุ่มกระชวย ดังนั้นผมจึงคิดอะไรจากสกิลล์และช่างฝีมือเหล่านั้น แน่นอนว่าเราก็ต้องให้ความสำคัญกับสายการผลิตหลักอยู่นั่นแหละแต่งานฝีมืออันละเอียดอ่อนถือเป็นจุดขายสำคัญ ดังนั้นโชว์แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องประกาศให้โลกรู้ถึงฝีมือของทุกคนภายในอาเตลิเยร์ และความละเอียดอ่อนของเทคนิค savoir-faire ส่วนฤดูกาลถัดๆ มานั้นเราจะหาอะไรใหม่ๆ มาเสริม เท่านั้นเอง

ใช้เวลานานไหมกว่าจะตกตะกอนความคิดโดยรวมของ Dior Men ได้

ผมเริ่มคิดจากชิ้นงานที่จะกลายมาเป็นศักราชใหม่ของ Dior ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ ไปค้นกรุผลงานเก่าๆ ของแบรนด์ ล้วงลึกลงไปในชีวิตส่วนตัวของเมอซิเออร์ดิออร์ ทั้งก่อนและหลังการกำเนิด Dior Couture โดยพยายามหาแก่นสารสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่น โฟกัสไปที่ตัวเมอซิเออร์ดิออร์เอง เพราะชีวิตส่วนตัวเขายังดูลึกลับอยู่มาก เขาเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว มีทีมงานที่ทุ่มเทสุดชีวิตห้อมล้อม มันน่าสนใจมากนะสำหรับผม ผมพยายามค้นหาว่าเขาชอบอะไรสมัยเด็กๆ เพราะแฟชั่นในยุคนี้ก็ถูกสวมโดยพวกเด็กๆ ทั้งนั้น ผมหาไอเดียการแต่งตัวของผู้ชายคนนี้ตั้งแต่อายุ 16 ปี ไปจนถึงวัย 75 ถึงผมจะเข้าใจภาพรวมว่าผู้ชายส่วนใหญ่ในโลกนี้แต่งตัวอย่างไร แต่ผู้ชาย Dior นั้นจะต้องรู้ตัวว่าพวกเขาต้องการอะไร ต้องมั่นใจในตัวเองรักรากเหง้าของตัวเอง แต่ก็ไม่กลัวที่จะลองอะไรใหม่ๆ เขารู้จักโลกใบนี้ดีและเคารพมันอย่างสุดหัวใจน่ะครับ

Related Post