THE TINY BEAST : รถซูเปอร์คาร์ที่มีไว้ใช้ชีวิตประจำวันได้สบายแตะเต็มไปด้วยพละกำลังที่สมบรูณ์แบบในทุกๆด้าน

แบรนด์รถยนต์สัญชาติเยอรมันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ถ้านึกกันไวๆ BMW คือหนึ่งในผู้นำที่ยังยืนหยัด มั่น คง แข็งแรง และพัฒนาตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมเสมอมา เราก็เชื่อแบบนั้นมาตลอดเช่นกัน แต่ถ้าแค่ดูพรีเซนเทชั่นสวยงามหรือฟังถ้อยคำสวยหรูที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างน่าฟัง แล้วเราเพียงแค่มาเรียบเรียงอีดครั้งเพื่อมาตีพิมพ์ออกไป ก็เกรงว่าสิ่งที่เราส่งสารออกไปจะไม่ใช่สิ่งที่เรารับรู้โดยแท้จริง

ครั้งนี้คือของจริงที่BMW Thailand ชวนเราไปร่วมสัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังและเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตที่ใช้ได้จริง ให้ลองเล่นแบบละเอียดยิบ ขรรถเกือบทุกซีรีย์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมาให้ลองขับแบบเต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อกิจกรรม BMW Fleet Review 2018 แน่นอนว่าวันนี้ไม่ต้องรีบร้อนอะไร ยังไงทาง BMW ก็ยินดีให้เราได้ทดลองสมมรถนะของรถทุกคันในสนามด้วยความยินดี แถมยังแอบเปรยๆว่าขับไปเลย เอาให้เต็มที่เอาเท่าที่พวกคุณไหวเลยครับ

BMW M2 Coupe คือสปอร์ตคูเป้สองประตูตระกูล M ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW M-Power ทำให้เราอย่ากรู้ว่าทำไมถึงเอาชนะใจนับขับทั่วโลกได้มากมาย ด้วยขุมกำลัง BMW M Twin Power Turbo 3.0 ลิตที่ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 465 นิวตันเมตร มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 4.3 วินาที ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ และเมื่อเราได้มาลองในสนามแข่งทั้งที นี่แหละคือเวลาที่เหมาะสมในการลุยให้เต็มที่

ถายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราแต่ก็เต็มไปด้วยสปอร์ตลุคโทนดำ ปราดเปรียวน่าสนใจในการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งหลังคาภายในสี anthracite พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังแบบ M และเบาะหนงประทับตราสัญลักษณ์อักษรแบบ M มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ที่สมบรูณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีระบบ BMW Apps ที่รองรับการเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ พร้อมทั้งแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้และเลือกระบบเสียงจาก Harman Kardon มาทำหน้าที่ปลุกเร้าอะดรีนาลินในร่างกายอรกแรงหนึ่ง

ดีไซน์ภายนอกอาจจะไม่ได้ดุดันเท่า BMW M4 รุ่นพี่ เนื่องจาก M2 ไม่ได้มีชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มาเสริมความดุ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความดุร้ายลดน้อยถอยไป ด้วยกันชนหน้าที่ใหญ่และดุดัน ช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่ใช้รับลมเพื่อไประเบายความร้อนให้กับชุดเบรก และยังช่วยในหลักพลศาสตร์ที่เกาะถนนได้ดีเมื่อคุณทำความเร็วสูง พร้อมกระจังหน้าในแบบเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M มิติตัวถังมีความกว้าสง 1,854 มิลลิเมตร ความยาว 4,475 มิลลิเมตร มากับล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว M Double Spoke และโดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทางที่จะแผดเสียงคำรามเมื่อคุณเปิดโหมด Sporะ และ Sport+ มาพร้อม Adaptive LED หรือระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัยหลังคาซันรูฟ กล้อง และเซ็นเตอร์ด้านหลัง

เราเหยียบคันเร่งแบบสุดท้ายออกตัวล้อฟรีเข็มไมล์ตีขึ้นอย่างเร็ว 0-100 ในเวล่ 4.3 วินาทีที่เคลมไว้เราทำได้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงมาก พวงมาลัยกระชับหนักขึ้นเรื่อยๆตามความเร็วในโค้งแรกเรายังไม่กล้าใส่เต็มเท่าไหร่ เพราะยังรู้จักรถไม่ดีพอหลุดโค้งออกมาความมั่นใจกลับเพิ่มขึ้น เราคิดในใจว่าโค้งหน้าขอลองเข้าไปแบบเต็มๆสักครั้ง ผลที่ออกมาคือเรายิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ รถไม่มีอาการหลุดให้รู้สึกเลย คุมง่าย ขับสนุก ก่อนเข้าพิตของลองซัดอักทีเพื่อลองชุดเบรกเซรามิกของ M ว่าจะทำให้เชื่อมั่นได้จนวิทนาทีที่รถหยุดสนิทนิ่งได้ไหม และใช่ครับ แทบไม่มีตำหนิ

หลายคนที่ไม่เคยลอง จะคิดว่ารถ BMW ตระกูลขับยาก เอาไม่อยู่ ขับแล้วเหนื่อยแบบรถคูเปอร์คาร์ เมื่อครั้งเห็นจำนวนแรงม้าถ้ามีโรงรถก็คงไว้ขับได้แค่ตอนดึกๆ รถน้อยๆบนทางด่วน หรือเช้าวันหยุดถนนโล่ง แต่เรากล้าพูดว่าคุณสามารถมีมันไว้ใช้ชีวิตประจำวันได้สบาย ถ้าเรานิยามแบบง่ายๆมันคือรถโกคาร์ตที่มีกระดอง หรูหรา สะดวกสบายและเต็มไปด้วยพละกำลังที่สมบรูณ์แบบในทุกๆด้านของการขับขี่

ราคาจำหน่าย 5,939,000 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกตบำรุงรักษา BSI Standard)

Related Post