10 Greatest Bluffs in Pop Culture

ตามพจนานุกรม การบลัฟฟส์ (Bluffs) หมายถึงการหลอกให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดว่าตนถือไพ่แต้มสูง แต่ในชีวิตจริงเราไม่ได้ใช้แต่ในการเล่นโป๊กเกอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเหล่าเซเลบฯ นักการเมืองสุดเพี้ยน หรือแม้แต่ผู้กำกับฯ ยังบลัฟฟ์กันออกสื่ออย่างไม่หวั่นเกรงต่อการตอบโต้ของอีกฝ่าย (ที่ถูกบลัฟฟส์) และเหล่านี้คือ 10 เหตุการณ์บลัฟฟส์ๆ ในแวดวงป๊อบคัลเจอร์ที่เรามองเป็นเรื่องขำขันประจำวัน 

 

Kanye West

เรื่องมีอยู่ว่า: การบลัฟฟส์ครั้งยิ่งใหญ่ในปีค.. 2016 นี้ทำให้คนทั้งโลกสนใจเขาขึ้นมาทันทีเพราะเขาทวีตติด ๆ กันว่าเขาติดหนี้ถึง 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว และเขาก็ทวีตขอเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Mark Zuckerberg (มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก) ซีอีโอเฟซบุคเพื่อเป็นทุนสนับสนุนสิ่งที่เขาเรียกว่า ความคิดของคานเย เวสต์ เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงคงแปลกน่าดู เพราะดูจากช่องทางทำมาหากินแล้ว เขาน่าจะมีทรัพย์สินเกิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วหนี้ก้อนที่คานเยพูดถึงน่าจะเป็นกำไรที่เขาได้จากการลงทุนในโปรเจ็กต์แฟชั่นต่าง ๆ มากว่า 13 ปีแล้วต่างหาก

ผลบลัฟฟ์: เปล่าประโยชน์ ข้อเสนอที่เขาได้รับหลังทวีตออกแบบนั้น (ไม่รวมข่าวลือและคำด่าสารพัด) คือข้อเสนอให้เป็นพนักงานส่งพิซซ่าจากบริษัท Pizza Hut ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไปเรียบร้อย

 

Quentin Tarantino

เรื่องมีอยู่ว่า: ตอนอายุ 22 ปี เควนตินเกือบได้แจ้งเกิดเป็นนักแสดงเสียแล้ว เขาเขียนในเรซูเม่ว่า มีประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่จริงๆ แล้วเขากุขึ้นมาทั้งหมดเพื่อให้ดูมีประสบการณ์ ผู้กำกับฯ จะได้เลือกเขา นอกจากนี้เควนตินยังโม้ไปอีกด้วยว่าเขาเคยร่วมแสดงในเรื่อง King Lear ของ Jean-Luc Godard (ฌองลุค โกดาร์ด) และหนังซอมบี้ของ George Romero (จอร์จ โรมิโร) โดยอาศัยว่ามีนักแสดงที่เล่นเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์หน้าเหมือนเขาพอดี ที่ทำไปเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับตัวเองล้วนๆ

ผลบลัฟฟ์: แทบจะเปล่าประโยชน์ เพราะเขาแจ้งเกิดในฐานะผู้กำกับเรื่อง Reservoir Dogs ที่ออกฉายในปีค.. 1992 แทนที่จะแจ้งเกิดในฐานะนักแสดง

 

Ricky Martin

เรื่องมีอยู่ว่า: ในยุค ’90s ถ้าจะนับศิลปินชายที่เปิดตัวว่าเป็นพวกรักร่วมเพศแล้วจะให้สาว ๆ ตามกรี๊ดต่อไปก็คงมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ ดังนั้น Ricky Martin (ริกกี้ มาร์ติน) จึงเลือกออกเดทกับซูเปอร์สตาร์สาวหลายคนเพื่อออกสื่อว่า เขาชอบผู้หญิง เขาคงกลัวว่าสื่ออาจจะประโคมข่าวของเขาเสียหายหากเขายอมรับเรื่องรสนิยมทางเพศ แต่ในปีค.. 2010 ที่ลูกแฝดของเขาที่เกิดจากการอุ้มบุญมีอายุครบ 2 ขวบพอดี ริกกี้ก็ถือโอกาสฤกษ์ดี ประกาศในเว็บไซต์ว่า ผมภูมิใจที่จะบอกว่าผมเป็นเกย์ที่แสนจะโชคดี

ระยะเวลาในการบลัฟฟ์: ตลอดระยะเวลา 10 ปี และก่อนที่เขาจะเปิดตัวก่อนหน้านั้นไม่ถึง 1 ปี เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ว่าถูกข่าวประโคมมาตลอดว่าเขาเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่เขาชอบผู้หญิง

Philipp Plein

เรื่องมีอยู่ว่า: เจ้าตัวเป็นคนเล่าด้วยตัวเองในนิตยสารลอปติมัมประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกันยายน 2014 ว่า ในปีค.. 2003 เขาตัดสินใจผันตัวเข้าสู่วงการออกแบบภายใน ผลงานชิ้นแรกของเขาคือ ห้องชุดสุดพิเศษที่ภายในมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้เขาก็ถือโอกาสขายเครื่องประดับแฟชั่นไปด้วย เมื่อเขากำลังแสดงผลงานห้องชุดที่นิทรรศการศิลปะ Maison et Objet เขาได้แขวนแจ๊กเก็ตแนววินเทจ ลายทหารเยอรมันที่เขาซื้อมาตอนลดราคา และปักเพิ่มรายละเอียดรูปหัวกะโหลก พร้อมประดับด้วยคริสตัลลงไปบนชุดอีกที ใคร ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็สะดุดตามัน จนมีชายคนหนึ่งเดินมาถามราคา ตอนแรกเขาก็ยืนยันไม่ขาย แต่เมื่อโดนตื๊อหนักเข้า เขาเลยตัดบทไปว่า 3,500 ยูโร เพื่อให้เลิกตื๊อ แต่ชายคนนั้นกลับควักเงินมาจ่ายทันที

ผลบลัฟฟ์: ปัจจุบัน ฟิลิปป์ ไพลน์ กลายเป็นแบรนด์แฟชั่น มีช็อปของตัวเองมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก และโกยกำไรจากการขายสินค้าที่นิวยอร์กได้มากกว่าหนึ่งล้านยูโรในแต่ละซีซั่น

 

Lucas Severino

เรื่องมีอยู่ว่า: นักเตะดาวรุ่งชาวบราซิลคนนี้ที่ถูกสโมสรฟุตบอลแรนส์ซื้อตัวในปีค.. 2000 ด้วยราคา 150 ล้าน ฟรังก์ (มากกว่า 21 ล้านยูโร) ถือเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดที่สโมสรเคยจ่ายเลยทีเดียว ตอนนั้นใคร ๆ ก็มองว่าเขาเป็นปลาตินี ดาวรุ่งคนต่อไปแน่ๆ แต่เมื่อลงสนามจริงแล้ว เซเวริโนก็โชว์ฟอร์มได้เก่งกว่าพวกโนเนมแค่นิดเดียว เห็นจากที่เขาลงแข่งทั้งหมด 72 แมตช์ แต่ยิงประตูได้แค่ 6 ลูกเท่านั้น

ผลบลัฟฟ์: แน่นอนว่าได้ผลสำหรับทุกคน ยกเว้นเซเวริโนเอง นิตยสาร So Foot เคยเขียนว่าสโมสรแรนส์เลือกซื้อตัวนักเตะผิดคน ถือเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เขาเลยมีสิทธิ์เล่นให้กับสโมสรแรนส์แค่สามฤดูกาลเท่ากัน 

 

Elon Musk

เรื่องมีอยู่ว่า: บริษัทรถยนต์ซึ่งอีลอน มัสก์เป็นผู้ก่อตั้งขาดทุนถึง 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มัสก์จึงหากลยุทธ์เพื่อที่จะทำให้ตัวเองแตกต่าง กลยุทธ์นั้นก็คือ เขาจะต้องเป็นผู้ปฏิวัติวงการเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยล้ำยุค แต่เขาลืมคิดไปว่าในการผลิตจริง ๆ นั้นต้องใช้เวลา เห็นได้จากรุ่น Roadster ที่เปิดตัวช้ากว่ากำหนดการเดิมถึง 9 เดือน รุ่น Model S ที่เปิดตัวช้าไปอีก 6 เดือน และรุ่น Model X ที่เปิดตัวช้าไปอีกถึง 18 เดือนเลยทีเดียว

ผลบลัฟฟ์: แทบไม่ได้ผล บริษัทได้รับออร์เดอร์ให้ผลิตรถยนต์รุ่น Model 3 จำนวน 40,000 คัน ซึ่งลูกค้าจะต้องรอจนถึงปีค.. 2018 และอีลอนยังสัญญาว่า จะผลิตรถยนต์ทุกรุ่นออกมาให้ได้ 1 ล้านคันในปีค.. 2020

 

Donald Trump

เรื่องมีอยู่ว่า: เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2015  โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีใน ปี ค.. 2016 คงไม่มีใครลืมว่ามีฝูงชนจำนวนหนึ่งที่คอยมาปรบมือตอนฟังเขาพูด คลื่นมวลมนุษย์เหล่านั้นทำให้การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนั้นดูดีมีมูลค่าเป็นอย่างมาก แต่ทว่าฝูงชนนั้นมาจากบริษัทแคสติ้งนักแสดงอย่าง Extra Mile ที่ทรัมป์จ้างมา !

ผลบลัฟฟ์: ผลการเลือกตั้งคงบอกอยู่แล้วว่า การบลัฟฟส์ครั้งนี้ได้ผลดีขนาดไหน

 

Related Post