Fashion Manual: เทรนช์โค้ท ผมเปีย และยุค 90’s ทั้งหมดนี้รอคุณอยู่ที่ Paris Fashion Show

ความท้าทายของเหล่านักออกแบบที่ผลิตเสื้อผ้าออกมาเกือบร้อยชิ้นต่อปีคือ ความจำเป็นที่จะต้องเสาะแสวงหาสิ่งใหม่หรือดัดแปลงสิ่งเก่าให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าเศรษฐกิจขาลงย่อมชะลอการจับจ่ายใช้สอยของคนรักแฟชั่น งานหนักจึงตกไปอยู่กับนักออกแบบมือฉมังที่นอกจากจะทำงานตามความชื่นชอบแล้ว ยังต้องหาชิ้นเด็ดชิ้นโดนใจมาเรียกลูกค้า เพื่อไม่ปล่อยให้แบรนด์ของตนกลืนหายไปกับกาลเวลา

Maison Margiela

ความกล้าในฐานะนักออกแบบที่เรียกเสียงฮือฮาให้แก่สื่อและคนรักแฟชั่น คงจะต้องยกอันดับหนึ่งให้ John Galliano การที่เขาย้ายมาอยู่ใต้แบรนด์ Maison Margiela เรียกว่า มวยถูกคู่

ความประหลาดพิลึกพิลันของแบรนด์ และที่มีอยู่แล้วในความเป็น Galliano ทำให้คอลเล็กชั่นผู้ชายลำดับแรกของ Galliano ที่ทำให้ Maison Margiela เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น ลุกที่โดดเด่นคงจะเป็นเทรนช์โค้ทหลากรูปแบบ ที่ถูกรื้อสร้างทั้งแพทเทิร์นและเนื้อผ้า ตัดต่อด้วยสีต่างกัน บางตัวถักไหมพรม สวมคลุมร่างกายเป็นเสื้อผ้าชิ้นเดียวคล้ายชุดคลุมอาบน้ำ


Thom Browne

หลังจากเรียกเสียงฮือฮาด้วยการจับนายแบบใส่กระโปรงและส้นสูงออกมาเดินบนรันเวย์ คอลเล็กชั่นนี้นักออกแบบชาวอเมริกา เนรมิตโชว์ของเขาให้กลายเป็นแคมป์ไฟฤดูหนาว เต็มไปด้วยหิมะ บรรดานายแบบผมเปีย และเสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อผ้ากีฬา

เป็นที่รู้กันดีว่า Thom Browne จะนำเสนอสูทสีเทาตัวเก่งของเขาในรูปลักษณ์ใหม่ ๆ ทุกคอลเลกชั่น ปีนี้มาเหนือกว่าปีก่อนๆ หลังจากนายแบบเดินเสร็จ ทุกคนก็ล้มตัวลงนอนในถุงนอนสีเทาที่วางเรียงอยู่กลางรันเวย์ นักออกแบบกล่าวว่า “ถุงนอนสีเทาคือสูทสีเทาของคอลเล็กชั่นนี้”

 

Dior Homme

ปีนี้เราเห็นเด็กพังก์เต็มปารีสไปหมด แม้แต่แบรนด์เก่าแก่อย่าง Dior Homme ก็ยังหนีไม่พ้นกระแสนี้ แต่แน่นอนว่า พังก์แบบ Dior Homme ย่อมไม่เหมือนกันพังก์ทั่วไป Kris Van Assche กลับไปรื้อ Archive ของแบรนด์เพื่อแสวงหาแรงบันดาลใจ

สิ่งที่เขาได้กลับมาคือการตัดเย็บเสื้อผ้าของ Dior ในยุค 40’s และปรับแบบให้กลายเป็นสูทตัวเก่งของผู้ชายในยุคปัจจุบัน ส่วนความพังก์ที่กล่าวไว้ตอนแรก หากจะชี้ให้ชัดคือการแต่งตัวสมัยที่คุณเพิ่งเริ่มเที่ยวผับ ย้อนกลับไปสัก 30 ปีก่อน ทั้งการเลเยอร์เสื้อผ้าและทรงผม ทุกอย่างกลับมาให้คุณหวนระลึกบนรันเวย์กลางกรุงปารีส