7 บทบาทที่น่าจดจำของไมเคิล ฟาสเบนเดอร์

ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์เป็นนักแสดงเชื้อสายเยอรมันที่เข้ามาแจ้งเกิดในวงการฮอลลีวูดหลังจากปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง 300 หลังจากนั้น ด้วยหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ และความสามารถทางการแสดงที่หาตัวจับยาก เขาก็กลายเป็นขวัญใจฮอลลีวูดได้ไม่ยาก และสิ้นปีนี้ เขาก็มีภาพยนตร์ส่งท้ายสิ้นปีทั้ง The Light Between Oceans และ Assassin’s Creed เรามาย้อนดูบทบาทที่น่าจดจำของเขากันดีกว่า

Movie: X-Men Series
Role: Erik Lensherr (Magnito)
การก้าวเข้ามาเล่นบทบาทที่มีคนเคยเล่นไว้แล้ว ไม่ว่าจะเข้ามาเสียบแทนในบทเดิมเป๊ะๆ หรือเข้ามาเล่นเป็นตัวละครเดิมในช่วงอายุอื่น ล้วนแล้วแต่ท้าทายทั้งสิ้น ฟาสเบนเดอร์เองก็เจอศึกหนักเมื่อเขาจะต้องเข้ามารับบทบาทของแม็กนีโต้ที่เซอร์เอียน แม็กเคลเลนได้เคยเล่นไว้ … แต่หลังจากที่ X-Men Original ถูกปล่อยออกไป เขาก็ดังเปรี้ยงปร้างแบบฉุดไม่อยู่ … เราว่านะ ต้องเป็นเพราะแววตาโศกเศร้าปวดร้าวที่เขาสามารถถ่ายทอดออกมาได้ในหลายๆ ฉากแน่ๆ

Movie: Prometheus
Role: David
ภาพยนตร์ไซไฟสุดล้ำจากริดลีย์ สก็อตต์เรื่องนี้นอกจากจะบังคับให้เราขบคิดเรื่องกำเนิดมนุษย์ กำเนิดจักรวาล และการดำรงอยู่ของพระผู้เป็นเจ้าในยุคสิ้นโลกแล้ว สิ่งที่น่าติดตาอีกประการคือ บทบาทของเดวิด หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่ปรากฏในเรื่อง การแสดงของฟาสเบนเดอร์นั้นดูพัฒนาเป็นอย่างมากในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาแสดงออกน้อยๆ แต่มากด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ควรจะมีของหุ่นยนต์ได้อย่างชัดเจน ถือเป็นอีกบทบาทที่จับใจเราไม่น้อย

Movie: 12 Years a Slave
Role: Edwin Epps
หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบลง หลายคนถึงกับตั้งคำถามถึงเรื่องมนุษยธรรมอันเกี่ยวข้องกับการค้าทาสในยุคนั้น และนายทาสเอ็ดวินนี่ก็ถือว่าเป็นตัวละครสุดโหดที่ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้ … จริงๆ หรือ … เรากลับมองว่า การแสดงของฟาสเบนเดอร์ในเรื่องนี้นั้นโคตรจะเศร้าและบาดลึกเลยทีเดียว แววตาของเขาที่ต้องสะกดอารมณ์รักรวดร้าวกับทาสผิวสี รวมไปถึงความอึดอัดคับข้องใจที่เขาแสดงออกผ่านสีหน้า และภาษากายของเขานั้น … ใครจะปฏิเสธได้ลงล่ะว่าผู้ชายคนนี้คือ ‘ศิลปิน’ ที่ทำอาชีพนักแสดงอย่างแท้จริง และเขาก็ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาดาราสมทบชายยอดเยี่ยมด้วยนะ

Movie: Steve Jobs
Role: Steve Jobs
ในปีที่ฟาสเบนเดอร์รับบทเป็นสตีฟ จ็อบส์นั้น เขาได้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างชัดเจนว่า นักแสดงไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกับเจ้าของชีวประวัติก็สามารถแสดงได้ ใครจะปฏิเสธล่ะว่าฟาสเบนเดอร์รับบทจ็อบส์ได้อย่างกลมกล่อมลงตัวแบบสุดๆ ลงตัวจนเราแอบเสียใจมากๆ ที่เขาเสียรางวัลออสการ์สาขาดารานำชายให้กับลีโอนาร์โด ดิคาปริโอจาก The Revenant ไปในปีนั้น … แต่เอาเถอะ … ฝีมือที่พัฒนาขึ้นๆ ขนาดนี้ เราเชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็ได้ตุ๊กตาสีทองนี้ประดับบ้านเขาเข้าสักวันแน่ๆ

Movie: The Light Between Oceans
Role: Tom Sherbourne
ภาพยนตร์ดราม่าฟอร์มเล็กแต่โคตรกินใจเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ความเป็นศิลปินของฟาสเบนเดอร์ผ่านบทบาทดราม่าที่ต้องอาศัยอารมณ์ในการขับเคลื่อนบทบาททั้งหมด การดำเนินเรื่องทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับเขาและเพื่อนร่วมงานอย่างอลิเซีย วิกันดา (ที่ก็กลายมาเป็นหวานใจกันในชีวิตจริงหลังจากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้จบ … ซึ่งเราก็ไม่แปลกใจหรอก เอาเข้าจริง ด้วยอารมณ์อันรวดร้าวที่ทั้งคู่ถ่ายทอดถึงกันและกันในเรื่อง ถ้าจะทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักกันในชีวิตจริง ก็เหมาะสมแล้วล่ะ) และทั้งคู่ก็พิสูจน์ฝีมือแล้วว่า ไม่ว่าจะบทบาทไหน หากคุณเป็นศิลปินที่สวมวิญญาณนักแสดงแล้วล่ะก็ … คุณก็จะแสดงได้ดีจริงๆ

Movie: Assassin’s Creed
Role: Cal Lynch / Aguilar
ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเกมสุดฮิตเรื่องนี้อาจจะไม่ใคร่จะได้รับการตอบรับในแง่บวกจากนักวิจารณ์เท่าไรนัก แต่เชื่อเราเถอะว่า มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก ถ้าคุณไปดูโดยไม่ได้คาดหวังอะไรเลยนะ เรารับรองเลยว่า คุณจะได้อะไรกลับมาแน่นอน อย่างน้อยที่สุด การแสดงของฟาสเบนเดอร์ที่แทบจะอุ้มภาพยนตร์ทั้งเรื่องไว้คนเดียวก็ถือว่าคุ้มแล้ว เอาจริงๆ

Movie: A Dangerous Method
Role: Carl Jung
ไม่ต้องปฏิเสธเลยว่าฟาสเบนเดอร์ได้รับบทนี้เพราะเชื้อสายเยอรมันอย่างแน่นอน (ก็ดูอย่างภาพยนตร์ The Ingloriuos Basterds ของเควนติน ทารันติโนสิ ยังขนเอานักแสดงที่พูดภาษาเยอรมันมารวมกันหมดฮอลลีวูดเลยทีเดียว) และก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาก็แสดงอารมณ์อันสับสนของตัวละครได้อย่างหมดจดงดงาม โอเค … ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูยาก และเคียร่า ไนท์ลีย์เองก็แสดงล้นเกินตามแบบฉบับของเธอ แต่ฟาสเบนเดอร์ก็ยัง … เอาอยู่ … อยู่ดี … ก็คนมันเก่งนี่นา … เนอะ