หากคุณคลั่งไคล้การปั่นจักรยาน Copenhagen คือเมืองที่คุณไม่ควรพลาด

Share This Post

- Advertisement -

Copenhagen on Bicycle

หากคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้การปั่นจักรยาน หรือเห็นคนอื่นปั่นจักรยานแล้วมีความสุข อาจด้วยพลังงานจากทั้งผู้คนที่เคลื่อนไหวไปมา Copenhagen เมืองหลวงแห่งประเทศเดนมาร์กคือเมืองที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

dscf0782_w1

ด้วยระยะทางการบินจากกรุงเทพมหานครของเราถึงโคเปนฮาเกน หรือที่คนท้องถิ่นออกเสียงว่า คู้บ เบ็น ฮ้าว” เพียง 11 ชั่วโมง (หากบินตรง) หรือหากต้องต่อเครื่องจากลอนดอนก็ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น

dscf0766_w1

ในยุคที่ผู้คนดูเหมือน “รักโลก-รักเรา” อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมืองนี้ที่วางแผนว่าจะเป็นเมืองที่ใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมทั้งหมด 100% โดยพลังงานหมุนเวียนนั้นก็ได้แก่ พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ มีเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จทั้งเมืองให้ได้   ภายในปีค.ศ. 2050 เราจึงมองเห็นกังหันลมขนาดยักษ์สีขาวหมุนไปหมุนมาดูเพลินตาดี

dscf0721_w1

ก่อนที่เครื่องจะแลนด์ลงบนแผ่นดินเดนมาร์ก เราขอแนะนำให้คุณมองออกมาจากช่องหน้าต่างเครื่องบินเพื่อชื่นชมถนนเชื่อมระหว่างเมืองโคเปนเฮเกนกับเมืองแมลหมู (Malmö) ประเทศสวีเดน เป็นอุโมงค์  ลอดใต้ทะเลออเรซุนด์ (Øresund) สะพานแห่งนี้มีความยาว 8 กิโลเมตรจากอ่าวสวีเดนมาจนถึงเกาะที่ถมทะเลและอุโมงค์ความยาว 4 กิโลเมตรจากเกาะเพเบอร์ฮอล์ม (Peberholm) จนถึงโคเปนเฮเกน ซึ่งเปิดใช้  เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 2000 ถนนเส้นนี้ช่วยทำให้การคมนาคม  กับคนในแสกนดิเนเวียและนักท่องเที่ยวสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟไปปั่นเพื่อไปมาหาสู่กันได้อย่างสบายใจ

dscf0949_w1

กระบวนการพิธีการตรวจคนเข้าเมืองไม่เข้มงวดเลยสักนิด ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเราได้ผ่านการออกวีซ่ากลุ่มประเทศเชงเก้นจากสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเข้มงวดมากที่สุดมาแล้วจึงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามมากมายเหมือนกับการเดินทางเข้ามหานครลอนดอนหรือเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรป

dscf0864_w1

การเดินทางมาโคเปนเฮเกนในครั้งนี้ของเราไม่มีจุดหมายสำคัญนอกจากตั้งใจว่าจะไปดูงานศิลปะที่ Museum of Modern Art LOUISIANA มีงานประติมากรรมกลางแจ้ง และงานของศิลปินเลื่องชื่ออย่าง Yayoi Kusama (ยาโยอิ คุซามะ) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน แขนงอื่นๆ สร้างสรรค์ผลงานแตกหน่อออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด งาน Installation “Gleaming Lights of the Souls” จัดแสดงไว้ในห้องเล็กๆ ทำให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมปลดปล่อยจินตนาการโดยไม่ต้องรอคิวยาวเหยียดเหมือนจัดแสดงที่ลอนดอน

dscf0724_w1

แน่นอนว่าก่อนกลับขอแนะนำให้แวะที่ร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ “Louisiana Butik” ที่ขนงานดีไซน์จากนักออกแบบทั้ง  ชาวเดนิชเองและจากประเทศเพื่อนบ้านมีตั้งแต่งานเซรามิก งานผ้า น้ำหอม ถ้วยโถโอชาม หรือแม้แต่หนังสือดีๆ ที่อาจหาที่อื่นได้ เรียกว่ามีของให้ช็อปตั้งแต่หลักสิบยันหลักหมื่น (โครน) และที่ห้ามพลาดคือการนั่งชิลด์จิบกาแฟที่ Louisiana Cafe เลือกที่นั่งริมระเบียงเพื่อมองวิวริมทะเลจะช่วยทำให้คุณผ่อนคลายพร้อมๆ ไปกับพักสายตาด้วยประติมากรรมชิ้นเอกจากประติมากรชาวอเมริกันเลื่องชื่อ Alexander Calder (อเล็กซานเดอร์ คัลเดอร์)

The Nyhavn docks become alive as the sun sets in this Danish summer night.

เราได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณกอล์ฟ – ยศอนันต์ มากสมบูรณ์ เพื่อนรุ่นน้องที่มาใช้ชีวิตตามประสาคติ Slow Life อยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้มานานถึง 17 ปี คุณกอล์ฟมีภรรยาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ และมีลูกน้อยหน้าตาหล่อเหลามาก คาดเดาว่าโตขึ้นสามารถเป็นนายแบบได้อย่างสบาย

dscf0980_w1

ก่อนเรามาคุณกอล์ฟช่วยทำการบ้านให้ด้วยการแนะนำให้เราซื้อ Copenhagen Card ด้วยคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการของบัตรที่จะทำให้เราสามารถขึ้นรถบัส รถไฟใต้ดิน รถไฟและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างไม่จำกัดถึง 73 แห่งภายในระยะเวลา 24-120 ชั่วโมงนับว่าคุ้มมากที่สุด (ราคาเริ่มตั้งแต่ 379-839 โครนสำหรับผู้ใหญ่) บัตรนี้มีจำหน่ายที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวใจกลางเมืองตรงข้ามกับสวนสนุก Tivoli แลนด์มาร์กหลักของเมือง ที่สนามบิน และที่พิพิธภัณฑ์ทุกแห่ง

dscf0733_w1

การเดินทางจากในเมืองโคเปนเฮเกนเพื่อไปยัง Louisiana ต้องนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟกลางเมืองไปอีก 40 นาที เราขอแนะนำว่าคุณสามารถลงทะเบียนรับบริการ Free-Wifi ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประจำเมืองเช่นกัน ช่วยประหยัดสตางค์ไปได้อีกนิดและไม่หลุดการเชื่อมต่อจากโลกโซเชียล

dscf0760_w1

หากคุณมีเวลาสัก 2 คืนในเมืองแห่งนี้ ขอแนะนำให้แวะไปทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตของคนที่นี่และประเทศใกล้เคียงรวมถึงประวัติศาสตร์ ของโลกตั้งแต่ยุคน้ำแข็งจนถึงยุคปัจจุบัน มีการจัดแสดงงานไว้เป็นหมวดหมู่เข้าใจง่ายที่ The Museum Of National History ซึ่งอยู่บริเวณเกาะใจกลางเมืองใกล้ๆกับอาคารรัฐสภา หอสมุดแห่งชาติ (หรือที่เรียกว่า The Black Diamond) หรือพระราชวังคริสเตียนเบิร์ก ไม่ว่าจะไปที่ไหน หากคุณเป็นคนชื่นชอบสถาปัตยกรรมยุโรปหรือดีไซน์ร่วมสมัยแล้ว เมืองนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความล้ำเลิศในการจัดการกับ “ที่ว่าง” ให้ดูโล่ง เมื่อเดินหรืออยู่ในอาคารนั้นๆ จะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ด้วยเหตุนี้เองคนเดนิชเลยเป็นนักออกแบบสร้างสรรค์ระดับโลก ข้อนี้เราคิดเอาเองเพราะความมหัศจรรย์แห่งความ “ว่าง” ที่สถาปนิกนักออกแบบตกแต่ง นักจัดวางภูมิทัศน์ ฯลฯ หรืออาจเหมาเอาได้ว่าคน  ที่นี่มีความว่างที่เป็นบ่อเกิดของการกระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ให้ทำงานอย่างน่ามหัศจรรย์ใจ

dscf0772_w1

เสร็จจากเดินชมพิพิธภัณฑ์แล้วก็ควรหาเวลาเดินเล่น หรือปั่นจักรยานที่มีให้ยืมทั่วไป จักรยานรุ่นใหม่นำทางด้วยระบบ GPS ใช้ระบบการจ่ายด้วยเครดิตการ์ดไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่ชาวเมืองด้วยกัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วได้รับความนิยมพอสมควร การแข่งขันให้เช่าจักรยาน   ก็ดูเป็นเทรนด์ที่มาแรงมาก มีจักรยานให้เลือกเช่าหลายแบบ เช่น แบบมาตรฐาน (2 ล้อ) ราคา 110 โครน (ต่อ 24 ชั่วโมง) หรือแบบครอบครัว (3 ล้อที่มีที่นั่งกระบะด้านหน้า) ราคา 450 โครน (ต่อ 24 ชั่วโมง)

golfcopen_w1

หรือหากจะออกแรงเดินให้เพลินๆ สามารถทำได้โดยไล่ไปตั้งแต่อาคารหอสมุดหรือที่รู้จักกันในชื่อ The Black Diamond ไปจนถึงบริเวณท่าจอดเรือ Nyh Havn เดินข้ามสะพาน Inderhavnsbroen ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ เปิดใช้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมปีนี้เอง แม้ว่าจะใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 5 ปี (ประวัติคร่าวๆ ก็คือ สะพานนี้เริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 2011 ตอนแรกกะจะสร้างเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 แต่สร้างไปครึ่งปี ก็พบว่าแปลนที่วาดมามีข้อผิดพลาด จึงต้องทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พอแก้ไขเสร็จ บริษัทรับเหมาก่อสร้างเดิมที่รับผิดชอบอยู่ก็ประกาศล้มละลาย ต้องหาบริษัทใหม่มารับช่วงต่อ หลังจากนั้นก็ยังไม่หมดเรื่อง เพราะงบประมาณแรกที่ตั้งไว้ 220 ล้านโครนนั้น ใช้ไปหมดจากความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำต้องอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมมาอีก  100 ล้านโครน จึงเสร็จจนได้) นับเป็นสะพานแห่งมิตรภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจริง ชาวเมืองโคเปนเฮเกนล้วนภาคภูมิใจ สะพานนี้เองเชื่อมระหว่าง Nyhavn ไปจนถึง Christianhavn และมีสะพานเล็กเชื่อมไปที่เกาะกระดาษ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Copenhagen Street Food ที่ชื่อว่าเกาะกระดาษ (PapirØen) ก็เพราะว่าสมัยก่อนเป็นที่ตั้งของโรงงาน ทํากระดาษ ที่นี่ประกอบไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ มีร้านอาหารไทย เกาหลีญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ มากมายถึง 35 ร้าน บาร์เบียร์หลากสัญชาติ   5 แห่ง ห้องน้ำใหญ่โตกว้างขวางมีพื้นที่นั่งด้านนอกรับลมริมทะเลเป็นแหล่ง แฮงค์เอาท์ของคนหนุ่มสาว วัยทำงาน นักท่องเที่ยว เรียกว่าเป็นโครงการนำเอาอาคารเก่าที่เคยเป็นโรงงานกระดาษมาปรับใช้พื้นที่เพื่อการสันทนาการ ให้สอดรับกับวิถีคนเมือง จุดนี้เองที่ทำให้โคเปนเฮเกนมีชีวิตชีวาไม่ดูอึมครึมหรือเงียบเหงาเหมือนบางเมืองในยุโรปที่เคยไปมา

dscf1037_w1

แค่เดินเล่นในโคเปนเฮเกนรับพลังงานจากคนทุกเพศทุกวัยที่ขับขี่จักรยานวนเวียนไปมาตั้งแต่เช้ายันดึก (หนุ่มสาวและคนวัยทำงานชอบออกมาดื่มด่ำรับลมยามค่ำคืนกันมาก ที่นั่งด้านนอกบาร์จึงมักได้รับ ความนิยม ช่วยเพิ่มอรรถรสการเป็นนักสังเกตการณ์ได้เป็นอย่างดี    หากจิบเบียร์ Tuborg ด้วยก็จะได้อารมณ์มาก) เดินเล่นๆ สูดรับอากาศบริสุทธิ์ริมทะเล มองเห็นคนใช้ชีวิตกลางแจ้งเล่นเรือใบ ว่ายน้ำ ตกปลา กีฬาทางน้ำแทบทุกชนิด ก็นับว่าเพียงพอต่อการมาชาร์จแบตเพิ่มพลังให้กับชีวิตแล้ว รับรองว่าไฟในตัวคุณจะลุกโชนจนอยากหาจักรยานเอาไว้ปั่นสักคัน

 

- Advertisement -