STYLE

ในยุคก่อนสงครามโลก การแต่งกายเปรียบได้กับยูนิฟอร์ม กฎเกณฑ์สารพัดลอยลมอยู่ในอากาศ พอๆกับข้อห้ามมากมาย ซึ่งถ้าคุณไม่ใช่เหล่าเจ้าขุนมูลนาย หรือชนชั้นสูงผู้ชอบลองของ เพื่อค้นหาเทรนด์หรือลูกเล่นใหม่ๆมาส่งต่อสู่สังคม หากคุณพลาดไป แม้เพียงการติดกระดุมผิดเม็ดเดียว ก็จบข่าว… ลาก่อน

lopt style3

ลอปติมัมจะมาชวนคุณมาทำความเข้าใจคำว่า  ‘สไตล์’ ในมิติอื่นๆที่คุณอาจไม่เคยเข้าใจ

สไตล์คืออะไร-ทำอย่างไรจึงจะดูดีมีสไตล์-สไตล์อะไรที่เข้ากับคุณ-ค้นหาสไตล์ตัวอย่างไร?
เอาเถิดเรื่องเหล่านี้คงมีให้อ่านได้เกลื่อน รวมถึงใน L’Optimum ฉบับสไตล์ 4 ฉบับที่ผ่านมา ส่วนใหญ่คงบอกนิยาม บอกวิธีการว่าจะต้องทำตัวอย่างไรให้มีสไตล์ หรือบอกข่าวสารข้อมูบเพื่ออัพเดตให้มีสไตล์ไม่ตกเทรนด์ตกยุค แต่อยากจะมาชวนคิดถึง สไตล์ในมิติอื่น ที่คุณอาจจไม่เคยคิดหรือคนที่คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระหน่อมแน้มเบาหวิว ไม่มีความหนักแน่นไม่เหมือนเรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ผู้หญิงๆดูไม่แมน อันนั้นคงเป็นมุมมองในการมองเรื่องสไตล์เพียงมิติเดียวแบบผิวเผินหรือเพียงด้านเดียวเท่านั้น

ถ้าเรามองว่าสไตล์คือ ต้นทุนทางวัฒนธรรม ของคนคนนั้น จะเป็นเรื่องอะไรที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นไหม? คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเราอยู่ในโลกทุนนิยมเสรี ทุกอย่างมีต้นทุนในการใข้ในการแลกมาซึ่งทุนอื่นๆ ได้ต่อยอดต่อไป คุณผู้เกิดมามีหน้าตาอันงดงามหวานน้อย หล่อเวอร์เป็น มาริโอ้ ก็ถือว่าคุณมีต้นทุนทางกายภาพที่ดีเลิศ เมื่อถึงเวลาและโอกาสคุณสามารถต่อยอดต้นทุนทางกายภาพไปแลกเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ หรือ เงิน

loptimum style lo

กลับเข้าเรื่องว่าสไตล์จะเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมให้คุณได้อย่างไร?
การได้มาซึ่งต้นทุนทางวัฒนธรรมนั้นจะต้องมีขั้นตอนและเวลาในการสะสมทุน การมีสไตล์ใช่ว่าเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่แล้วติดตัวออกมาเหมือนต้นทุนทางกายภาพรูปลักษณ์หรือต้นทุนทางสังคม เหมือนชาติกำเนิดได้ ต่อให้มีข้อได้เปรียบที่ว่าเกิดในครอบครัวที่แสนสไตลิชยิ่งต่อตามเถอะ ก็จะใช่ว่าคุณจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนมีไตล์เหมือนคุณพ่อคุณแม่ ในทางกลับกันต่อให้คุณเกิดในครอบครัวที่ห่างไกลจากเทรนด์ แฟชั่น ก็ใช่ว่าคุณจะโตมาเป็นคนมี ‘สไตล์’ ไม่ได้

การมีต้นทุนทางสไตล์นั้น คุณสามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของคุณ หรือใช้แลกเปลี่ยนทุนด้านอื่นๆมาได้อีก จากระดับง่ายๆว่า คุณเป็นคนมีสไตล์ เพื่อนๆยอมรับ อาจจะได้รับการไหว้วานให้ช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าในสามีเพื่อน ซึ่งปรากฎว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการอะไรสักวงการหนึ่งที่คุณต้องการคอนเน็กชั่นอยู่พอดี เท่ากับว่าคุณใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมแลกต้นทุนทางสังคมมาได้ อาจจะไปไกลถึงขั้นแอดวานซ์ว่าคุณเป็นผู้มีสไตล์ขนาดได้รับรางวัลจากองค์กรแฟชั่น สถาบันน่าเชื่อถือต่างๆ มากมายว่าเป็น ผู้แต่งกายดีเยี่ยม หรืออะไรก็ตาม คุณจึงได้รับเชิญเป็นวิทยากรต่างๆที่ได้เงินในการบรรยายหรืออกสื่อต่างๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เท่ากับว่าคุณใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมแลกกับทุนทางเศรษฐกิจมา

loptimum style 2

สไตล์เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง
บางครั้งเราเกิดการจัดอันดับ หรือเหยียดกัน อ๊ะๆๆ อย่ามาทำตัวเป็นคนดีว่าไม่เค้ย… ไม่เคยทำอย่างนั้น ง่ายๆเลยเวลาเห็นเพื่อนร่วมงานแต่งตัวมาแล้วคุณทักเพื่อนว่า ‘เฮ้ย แม่งสะเหล่อหว่ะ’ นั่นแหละเป็นการเหยียดหรือการดูถูกชนิดหนึ่งแล้ว!!!

การเหยียดเป็นเรื่องที่ต้องห้ามในสามัญสำนึกของสังคมโลก
อย่างการเหยียดชาติพันธุ์ เหยียดเพศ เหยียดผิว เหยียดชนชั้น เหยียดวัย.. อย่างไรก็ตามการเหยียดสไตล์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะเป็นต้นทุนชนิดหนึ่ง การสั่งสมที่มากน้อยต่างกันไป เป็นสิ่งที่นำมาเป็นเครื่องมือในการเหยียดของมนุษย์ขี้เหม็นอย่างเราๆได้ อาจจะมีการบอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐจึงใช้วัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการเหยียดมนุษย์ผู้อื่นได้ นั่นก็คงจะจริง เพราะเราไม่ได้ใช้พละกำลังในการเหยียดหรือกดให้ผู้อื่นดูต่ำต้นกว่าเช่นเดรัจฉาน แต่เราก็ยังมีมนุษย์ที่มีสัญชาตญาณแบบเดรัจฉานใช้พละกำลังในการเหยียดและทำร้ายผู้อื่น แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสามัญสำนึกของสังคม

loptimum style1

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ มนุษย์บนโลกไม่ได้สนใจเรื่อง Style ทั้งหมด!!
การเหยียดสไตล์แบบที่เราไปดูแคลนคนอื่นว่าไร้รสนิยม บ้านนอก สะเหล่อ เสี่ยว โลว์เทสต์ เจ็ก มันมีมิติการเหยียดอื่นๆ เข้ามาผสมผสานอีกด้วย ไม่ว่าเรื่องเพศ เรื่องชาติพันธ์ หรือชนชั้น เพราะอย่างไรเสีย มันก็ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของทุนทางวัฒนธรรมและบางครั้งมันแอบแฝงเข้ามาในระดับจิตใต้สำนึกด้วยซ้ำไป
ในทางกลับกันการเหยียดสไตล์ ก็อาจจะถูกเหยียดจากคนอื่นๆที่เห็นความสำคัญในเรื่องอื่นมากกว่า แล้วมองว่าพวกทีเอาสไตล์เป็นสรณะนั้น ช่างเป็นพวกที่ไร้สาระและอ่อนเสียจริงๆ หรือไม่ก็การเหยียดสไตล์อาจจะไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะฝ่ายที่ถูกเหยียดสไตล์นั้นไม่ได้ยึดเอาสไตล์เป็นข้อใหญ่ในการดำเนินชีวิต รวมถึงสนใจทุนทางวัฒนธรรมในแบบอื่นมากกว่า…..

loptimum style 3

บางที่คุณ ผู้มีสไตล์และทำท่า บึนปาก ยักษ์ไหล่ มองคนที่ไม่มีสไตล์ด้วยหางตาตั้งแต่หัวจรดเท้า อาจจะถูกคนที่ตัวเองดูถูกหันมามองด้วยตาใสๆ ธรรมดาว่า ‘มึงปัญญาอ่อนเปล่าว่ะ’ ก็เป็นได้