Generation ZERO

LOptimumThailand Satori Sedai

กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ต้องการรถยนต์ กระเป๋า หรือสินค้าแบรนด์เนมใดๆ เพราะพวกเขารู้สึกว่ามันเป็นของสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น พวกเขาเลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์เพราะทำให้สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้มากกว่าการทำงานประจำ และอาศัยอยู่บ้านเป็นเวลานานหลังจากเรียนจบ ไม่ต้องการแต่งงานสร้างครอบครัวหรือมีลูก ทำไมกัน? นี่มันเป็นชีวิตสุดโต่งเกินไปรึเปล่า

โดยปกติคนส่วนใหญ่เมื่อเรียนจบแล้วจะพยายามดิ้นรนหางานทำเพื่อเริ่มสร้างอนาคตทันที ด้วยการเริ่มต้นเป็นพนักงานบริษัทประจำ และจะเริ่มวางแผนแต่งงานสร้างครอบครัวในช่วงอายุช่วง 29-30

ในประเทศญี่ปุ่นมีคนกลุ่มหนึ่งถูกเรียกว่า ‘satori sedai’ มีความหมายในเชิงพุทธศาสนาของคำนี้คือ การเป็นอิสระจากความต้องการทางวัตถุ การมุ่งมั่นสู่ความต้องการที่แท้จริง รู้จักคิดมีสติรู้ทันตัวตลอดเวลา แต่ในทางกลับกันหลายคนอาจคิดได้ว่า เป็นกลุ่มคนประเภทสิ้นหวัง ไม่มีทัศนคติ ความคิด หรือแม้แต่ความหวังใดๆ

กลุ่มคนพวกนี้จะอยู่ในช่วงอายุ 20 ปีซึ่งเกิดในช่วงปี 1980 ขึ้นไป โดยคนกลุ่มนี้จะเชื่อในความคิดและการกระทำของตัวเอง พวกเขาจะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อและลงมือทำอย่างเต็มที่ในสิ่งที่คิดว่าสมควรโดยไม่เชื่อใครง่ายๆ

รายการทีวีของประเทศญี่ปุ่นรายการหนึ่งได้ลองสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในห้องส่งว่า ในวันอาทิตย์วันหยุกพักผ่อน พวกเขาต้องการสาวๆมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ หรืออยากได้รถดีๆราคาแพงสักคันมาขับบ้างหรือเปล่า?

เด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มคนพวกนี้ทำท่าทีเขินอาย และตอบว่า “ผมไม่รู้สึกสนใจอะไรอย่างนั้นจริงๆ”

ซึ่งในตอนนี้คนทั้งโลกกำลังวิพากวิจารณ์กลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นคนขี้เกียจ ขาดทั้งแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อนในการทำสิ่งต่างๆ ในขณะเดียวกัน ได้มีการสุ่มสอบถามกลุ่มคนเหล่านี้ จากหลายๆมหาวิทยาลัยในโตเกียว เกี่ยวกับมุมมองเรื่องนี้ว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่กับ ความเห็นข้างต้น เกือบทุกคนตอบว่า ไม่จริง พวกเขาไม่ได้ขี้เกียจ พวกเขาเพียงแต่เติบโตในยุคสมัยที่ทุกอย่างสะดวกสะบาย เพรียบพร้อม พวกเค้าแค่ปรับตัวให้เป็นไปตามสภาพแวดล้อมเท่านั้น

นี่เป็นคำถามต่อสังคมและคุณผู้อ่าน ว่า สิ่งนี้เป็นแนวความคิดที่สมควรแล้วหรือไม่?

นักเขียนวัย 63 ปี เกนิชิโร่ ทาคาฮาชิ ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาร่วม 10 ปี เขาได้ตั้งชื่อให้กลุ่มคนกลุ่มนี้ไว้ว่า เป็น ‘generation of loss’ จากชื่อนี้หลายๆคนอาจจะคิดว่า นักเขียนคนนี้มีทัศนคติในเชิงลบต่อคนกลุ่มนี้ แต่จริงๆแล้วเขาต้องการบอกว่า กลุ่มคนกลุ่มนี้เกิดมาในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างซับซ้อน จึงเกิดการหลงทิศทางในชีวิตได้ง่าย ดังนั้นพวกเค้าจึงมีการปรับตัว คือเลือกที่จะให้ความสำคัญกับเฉพาะในสิ่งที่ตัวเองต้องการและสนใจเท่านั้น ไม่ใช่การต่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้แต่อย่างใด

แหล่งที่มา : https://www.adbusters.org/magazine/113/satori-generation.html