ชิลล์อย่างหรูที่ Park Hyatt Seoul ใครไปห้ามพลาด !

L’Officiel Hommes Thailand ขอแนะนำสองสถานที่นั่งชิลล์อย่างหรูหราเมื่อคุณไปเยือนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

The Lounge: Korean Tea House

ตั้งอยู่ ณ ชั้นที่ 24 โรงแรม Park Hyatt Seoul นำเสนอประสบการณ์การดื่มชาแบบเกาหลีแท้ๆ ทีเฮ้าส์นี้ออกแบบโดยบริษัท Super Potato ที่ให้อารมณ์ของประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ละทิ้งกลิ่นอายของเกาหลีแบบดั้งเดิม สามารถมองออกไปเห็นวิวอันโอ่อ่างดงามของเมืองยามจิบชา ถือว่าเป็นจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งของเมืองนี้ คุณสามารถเลือกจิบชาเขียวสารพัดประเภทที่ปลูกในคาบสมุทรเกาหลี ในส่วนของของหวานนั้น ก็มีให้เลือกมากมายตามฤดูกาล ทำให้ทั้งวันของคุณทั้งสวยงามและอิ่มอร่อย

The Timber House: Vinyl Music Bar

ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม Park Hyatt Seoul ถือเป็นไวนิลบาร์และร้านอาหารแห่งแรกในทวีปเอเชีย ออกแบบโดย Super Potato เพื่อให้ระบบเสียงภายในมีคุณภาพสูงสุด แต่ละคืนจะมีดีเจทั้งหมด 6 ชีวิตมาสับเปลี่ยนเล่นเพลงขับกล่อมทุกคน นอกจากนั้นภายในบาร์ยังมีคอลเลกชั่นแผ่นเสียงโชว์เคสอยู่กว่า 2,000 แผ่นอีกด้วย นอกจากดนตรีสุดเหวี่ยงแล้ว อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่แพ้กัน มีเสิร์ฟแอลกอฮอล์ระดับพรีเมี่ยมอิมพอร์ตจากทั่วโลก และมีเมนูสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นมาในจานเล็ก เป็นกับแกล้มน่ารัก และอาหารเกาหลีพื้นเมืองให้เลือกอีกมากมาย

ทั้งสองตั้งอยู่ที่โรงแรม Park Hyatt Seoul

www.parkhyattseoul.com

 

Related Post

SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช็อปจึงต้องขายมากกว่าเสื้อผ้า

Text: Patsaya Ch.

แม้ SIWILAI มีจุดกำเนิดจากการเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรด์ดังจากทั่วโลก แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ การรอให้คนเข้าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าในราวแขวนอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นหลายแบรนด์เปลี่ยนทิศทางจากการเป็น selected shop คัดของเท่ๆ คูลๆ เข้ามาวางขายในร้าน ด้วยการสร้างแบรนดิ้งที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกันจนเกิดเป็น SIWILAI CITY CLUB หรือแหล่งแฮงเอาท์ของคนที่หลงใหลในดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บริเวณด้านนอกของ SIWILAI CITY CLUB

 

 

หลังจากความสำเร็จของ SIWILAI CITY CLUB จึงต่อยอดเป็น SIWILAI Tour งานดนตรีร่วมสมัยที่แปลกและไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกมาแสดงบ่อยครั้ง เช่น A$AP Rocky, Hot Chip & Holy Ghost และ The Cool Kids ซึ่งล้วนเป็นสายแข็งทางดนตรีร่วมสมัย มาปีนี้ SIWILAI Tour ขอพรีเซ็นต์ DJ Set ของ Robbie Chater และ Tony Di Blasi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังหรือที่รู้จักกันในนาม The Avalanches ซึ่งดังสุดๆ จากเพลง Since I Left You ในปี 2000 ล่าสุดในปีที่ผ่านมา พวกเขายังขึ้นเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกถึงสามรายการ อาทิ Coachella, Glastonbury และ St. Jerome’s Lane Way Festival

 

ดูโอ Robbie Chater และ Tony Di Blasi หรือ The Avalanches

 

Wildflower งานเพลงชิ้นที่ 2 ซึ่งออกมาในปี 2016

 

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของ SIWILAI CITY CLUB ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ธีมของงานนี้จึงยกความสนุกของ ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ มาไว้บนหาดทรายลอยฟ้า ที่ต่างจากการเล่นในคลับหรือสถานที่จัดคอนเสิร์ตอื่นๆภายในงานเราจะเห็นคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ เพราะความชอบส่วนตัว และกลุ่มคนที่มาเพราะเชื่อในเทสต์ของ SIWILAI ว่าพวกเขาเองก็น่าจะชอบฟังเพลงแนวนี้ได้เหมือนกัน และแม้แต่ละคนจะมาด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ SIWILAI สามารถหลอมทุกคนในงานให้สนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างไร้พรมแดน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปลื้มวงหรือเป็นแฟนขาประจำของ SIWILAI ลองไปพิสูจน์ด้วยกันในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2018 ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilai/theavalanches

Related Post

Feel the Difference สัมผัสใหม่ที่พัทยา

ข้อดีของพัทยาคือคุณสามารถไปได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไปไม่กี่อึดใจก็ถึง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีโรงแรมหรือรีสอร์ตเปิดใหม่แทบทุกเดือน ตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไล่ไปจนถึงหลักหมื่น

วันนี้เราเลยขอนำเสนอที่พักแห่งใหม่ เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพัทยาใต้ใกล้กับเขาพระตำหนัก ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหรือจุดถ่ายรูปยอดนิยมในพัทยา เพราะสามารถมองเห็นพัทยาได้อย่าง 360 องศา อยู่คั้นระหว่างหาดหอมเทียนกับพัทยาใต้ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากเกาะล้าน เกาะที่ได้ชื่อว่าหาดทรายและน้ำทะเลยังคงใสสะอาด หลายคนมาเที่ยวพัทยาก็จริง แต่แทนที่จะเล่นน้ำหรือนอนอาบแดดริมหาดจอมเทียน กลับเลือกที่จะนั่งเรือไปเกาะล้านมากกว่า เพราะเหมือนเที่ยวทะเลอื่น

ห้องพัก Deluxe room 

 

Family Suite ห้องพักสำหรับมาเป็นหมู่คณะหรือครอบครัว

 

 

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ย่านที่อยู่อาศัย ดังนั้นสภาพแวดล้อมจึงไม่อึกทึกคึกโครมเหมือนพัทยากลาง สะอาด สงบ มีทั้งหมด 163 ห้อง ตกแต่งอย่างสวยทันสมัย อุปกรณ์ภายในห้องครบครัน มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม นอกจากนั้นยังมีห้องฟิตเนส สปา SPA Cenvaree และบริการรถรับ-ส่งถึง Central Festival Shopping Centre

Centara Grand Phratamnak Pattaya

 

และถ้าใครเบื่อร้านอาหารเดิมๆ ในพัทยา หรืออยากพิเศษขึ้นมาหน่อย ที่นี่ก็มี Oceana ห้องอาหารที่แปลกใหม่ด้วยการตกแต่งสไตล์อควาเรียม (Aquarium) มีครัวเปิดเสิร์ฟทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง แต่ถ้าไม่อยากทางการมากนัก ลองอาหารกินง่ายที่ Ruffino Restaurent & Lounge ชั้นดาดฟ้าติดกับสระว่ายน้ำ หรือ Espresso คาเฟ่พร้อมให้บริการกาแฟหอมกรุ่นและเบเกอรีตลอดวัน

ให้ความรู้สึกเหมือนดินเนอร์อยู่ใต้ทะเล!

 

ไม่ว่าจะชาหรือกาแฟ ที่นี่พร้อมเสิร์ฟ 

 

ด้วยความสะดวกสบายระดับห้าดาวที่บอกไปข้างต้น เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาความเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน ให้ความรู้สึกที่มาพัทยาแต่เหมือนไม่ได้อยู่พัทยา

เซ็นทารา แกรนด์ พระตำหนัก พระตำหนักซอย 5 พัทยา 20150 โทร. 038-250-636 หรือ 092-247-0233 แฟ็กซ์ 038-250-790 อีเมล cgpx@chr.co.th เว็บไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgpx/

Related Post

ทำไมการจิบชายามบ่ายจึงเป็นมากกว่าเรื่องของผู้หญิง

Text: Patsaya Ch. / Photo: The Okura Prestige Bangkok

แม้การดื่มชาจะเป็นกิจกรรมที่นิยมทำกันในหมู่หญิงสาว แต่หากคุณอยากเอ็นจอยกับการจิบชายามบ่าย เคล้าอาหารว่างอย่างขนมหวานหรือแซนด์วิซชิ้นเล็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายใดๆ เพราะปัจจุบันการจิบชายามบ่ายหรือ Afternoon Tea เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือนัดประชุมงาน เนื่องจากไม่จริงจังเท่าอาหารเย็นและไม่เน้นเอาสะดวกเหมือนเวลานัดกันตามร้านกาแฟ จะว่าไปมันก็ไม่ต่างกันการตีกอล์ฟที่บางครั้งเราก็ไม่ได้ออกรอบเพื่อสุขภาพอะไรหรอก เพียงแต่อยากปิดดีลกับลูกค้าที่ยืดเยื้อมานาน

ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะจิบชายามบ่ายไปเพื่ออะไร? แต่อยู่ที่คุณจะไปจิบชาที่ไหนต่างหาก

Afternoon Tea ที่ไม่ได้มีแค่สโคนกับแซนด์วิซไส้แตงกวา

อย่างที่บอกว่าประเพณีจิบชายามบ่ายกลายเป็นวาระระดับโลก ไม่ใช่แค่คนอังกฤษที่นิยมจิบชา หากแต่คนญี่ปุ่นก็ชื่นชอบกิจกรรมนี้เช่นกัน ล่าสุด โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ณ อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ นำเสนอชุดน้ำชายามบ่าย ซึบากิ ที่หัวหน้าพ่อครัวขนมหวาน เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ นำแรงบันดาลใจจากดอกซึบากิ (Tsubaki) หรือ ดอกคามิเลีย (Camellia) ที่บานเฉพาะช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นมาออกแบบชุดน้ำชายามบ่าย อันประกอบไปด้วย เค้กกลิ่นชาดอกซึบากิ เค้กมองบลังก์กลิ่นดอกซึบากิสอดไส้เยลลี่รสแบล็คเคอร์แรนท์ มาการองพิมพ์ลายดอกซึบากิ ควบคู่กับขนมหวานอื่นๆ (แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือสโคน)

 

   

 

ส่วนอาหารคาวได้แก่ ขนมปังกรอบหน้าปลาแซลมอนรมควันโรยชีสริคอตต้าและอะโวคาโด้ ขนมปังบริยอชไส้เนื้อเป็ดตุ๋นและแครนเบอร์รี่ เป็นต้น อาหารว่างเหล่านี้สามารถเลือกเสิร์ฟกับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Frères) ชาฝรั่งเศสอย่างชาซาโร (saro) ชาดอกบัวเลิศรส หรือกาแฟหอมกรุ่น รวมถึงเครื่องดื่มที่ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาหน่อยอย่าง สปาร์คกลิ้งสาเก ไวน์โพรเซคโค หรือแชมเปญ

 

   

 

 

จะเห็นได้ว่าสมัยนี้อาหารว่างหรือเครื่องดื่มก็ไม่ได้ยึดติดตามประเพณีเก่าแก่ หากแต่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ได้มีถูกหรือผิด ไม่ต้องถึงขั้นปีนบันไดจิบ อาหารต่างๆ เสิร์ฟมาในชิ้นพอดี ‘มือหยิบ’ (ดังนั้นไม่ต้องเขินกับการใช้มือหยิบอาหาร) แต่ขออย่างเดียวอย่ากระดกนิ้วก้อยชี้ขึ้นขณะถือแก้วชาเป็นพอ เพราะนอกจากจะผิดแล้วยังดูไม่ใช่แบบสุดๆ

 

ปัจจุบัน แม้ชุดน้ำชายามบ่ายจะมีหลากสัญชาติ แต่ช่วงเวลาเสิร์ฟไม่หนีจากกันเท่าไร ที่นี่เริ่มเวลา 14.00-17.00 นาฬิกา แต่สำหรับชุดน้ำชายามบ่ายซึบากิมีเฉพาะวันที่ 1 มกราคม-31 มีนาคม 2561 ราคาชุดละ 1190++ บาท รวมเครื่องดื่มชาหรือกาแฟสำหรับสองท่าน แต่หากเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ราคาจะต่างออกไป สนใจสอบถามรายละเอียดและโทรจองได้ที่ 02-687-9000 หรือ upandabove@okurabagkok.com

 

 

Related Post

L’Optimum Look & Learn : Boy’s Night Beef Barbecue

Beef Barbecue

ถึงคิวที่เพื่อนๆ จะมารวมตัวกันดูบอลที่บ้านเครื่องดื่มหลักอย่างเป็นทางการที่จะซดกันทั้งคืนย่อมหนีไม่พ้นเบียร์ แต่ถ้าจับคู่กับบาร์บีคิวล่ะรับประกันว่าแมทช์นี้ลุ้นกันมันอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องย้ำอีกหน่อยว่าเคล็ดลับความอร่อยนั้นอยู่ที่วัตถุดิบสดใหม่อีกด้วย

Related Post

L’Optimum Look & Learn : EGGS BENEDICT

โด่งดังในฐานะเมนูมื้อสาย ที่มีความอิ่มจากโปรตีนไข่ธรรมดาๆ ถูกนำมาเติมองค์ประกอบให้เป็นของอร่อย ด้วยเครื่องปรุงที่หาง่ายใกล้ๆ ตัว

EGG BENEDICT

คุณสมบัติของใข่เบเนดิกต์นี้ จะว่าไปก็จัดอยู่ในประเภท หน้าตาเรียบๆ แต่พลังงานเพียบนะบอกเลย เพราะส่วนผสมในซอสไข่ เครื่องปรุงหลักก็ใช่ ไหนจะมัฟฟิน และเนื้อสัตว์ ซึ่งหากเลือกชิ้นปลาอาจย่อยเร็วหน่อย แต่หากเลือกเบคอนละก็ รับรองว่าอิ่มยาวแน่นอน ยิ่งจับคู่กับน้ำผลไม้สดก็ถือว่าคุณมาถูกทางแล้วล่ะ!

Related Post

HEALTHY BREAKFAST BY KRU JANG

Quinoa broccoli breakfast 

“อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน” คงเป็นประโยคที่คนรักสุขภาพทุกคนเคยได้ยิน หรือเคยเอ่ยเตือนคนอื่น อาหารเช้านอกจากจะเป็นมื้อที่มีความสำคัญในทางโภชนาการเพราะเป็นมื้อแรกของวันแล้ว ยังเป็นมื้อที่มีส่วนชี้วัดด้วยว่าวันนั้นจะผ่านไปด้วยดีหรือไม่ ถ้าได้ทานมื้อเช้าที่ทำให้เรามีแรงและ มีความสุข แน่นอนว่าวันนั้นจะต้องเป็นวันแห่งความสำเร็จ! ทว่าในยุคปัจจุบันชีวิตยามเช้าผ่านไปอย่างรีบเร่ง การทำอาหารเช้าทานเองทุกเช้าคงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะสำหรับหนุ่มโสดทั้งหลาย แจงจึงขอชวนคุณผู้อ่านมาเรียนรู้วิธีการทำอาหารเช้าง่ายๆ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางอาหารและรสชาติที่แสนอร่อยด้วยตัวเอง

วิธีทำ

เตรียมเตาอบ ที่ 200 องซาเซลเซียส นำเมล็ดคีนัวต้มให้สุก นำมาผัดกับบล็อคโคลี่ และหอมหัวใหญ่ด้วยน้ำมันมะกอก เมื่อเข้ากันดีแล้ว ใส่มะเขือเทศตามลงไป ตักใส่ภาชนะทนร้อน โดยใส่เพียงครึ่งจากด้านข้างของภาชนะ ตอกไข่ใส่ลงไป โรยหน้าด้วย parmesan cheese และ mozzarella cheese ปรุงรสเกลือและพริกไทยเล็กน้อย นำเข้าเตาอบ 7-8 นาที รับประทานกับขนมปังปิ้ง แค่นี้ก็ได้อาหารเช้าแสนง่ายเสิร์ฟร้อนๆ เป็นการเริ่มต้นวันดีๆ ด้วยอาหารเช้าแสนอร่อย

Related Post

THE 10 FORMULAS OF A GOOD BAR

DRINK PRO, DRINK BETTER

อาจมีบางคนบอกว่าค็อกเทลบาร์ที่เปิดในช่วง 5  ปี ที่ผ่านมานี้ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆเลย แต่ Harry’s Bar และ Forum ได้พิสูจน์ฝีมือให้เห็นมานานแล้วเพื่อเอาใจคอค็อกเทล สิ่งที่ค็อกเทลบาร์เปิดใหม่เหล่านี้ต่างจากอเมริกันบาร์ก็คือ การรู้จักดึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวและเป็นตัวของตัวเองตามวิถีวัฒนธรรมของฝรั่งเศสในแง่ขอการบริโภคแอลกอฮอล์ ผู้คนมายังสถานที่แปลกใหม่เพื่อฉลองให้กับศิลปะแห่งการดำรงชีวิตและพบปะสังสรรค์เพื่อนฝูง พลางละเลียดเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยมืออาชีพ ปรากฎการณ์นี้ก็คล้ายๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการปรุงอาหารเมื่อ 10 ปีที่แล้ว  เราบอกลาค็อกเทลประเภทวิสกี้โคลากับเตกีลาซันไรส์ชนิดที่ไม่ต้องพูดกันอีก เพราะความบ้านๆที่ไม่ชวนให้รัญจวนใจ ยิ่งคุณภาพด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ได้มีการออกกฎหมาย Evin Law (กฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่และจำหน่ายสุรา) ดังนั้น การดื่มแบบเน้นคุณภาพจึงดูจะตอบสนองความต้องการของนักดื่มที่อยากหนีความจำเจจาเหล้าแอพเพอริทิฟที่มีอยู่เกร่อ

Bar lopt  ๅ

Bar lopt 2

10 ข้อที่ของการเป็นบาร์ที่ดี

1. คุณภาพของเครื่องดื่ม

คุณภาพของเครื่องดื่มที่เสิร์ฟเป็นสิ่งแรกที่สร้างชื่อให้กับร้าน บ่อยครั้งชื่อเสียงของร้านนี่เองที่เป็นตัวนำในการสั่งเครื่องดื่ม หลังจากกวาดสายตาดูเมนูต้นตำรับและปริมาณส่วนผสมที่ใช้ ซึ่งไม่ได้มีแค่เหล้าสปิริตชั้นยอด แต่ยังมีน้ำผลไม้ที่คงความสดใหม่ ซอฟต์ดริงก์สารพัดที่ปรุงเอง น้ำเชื่อมและ ‘น้ำแข็งคุณภาพ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง’ เอริก ฟอสซาร์ด์ แห่งร้าน Coq ย้ำ

2. มันต้องมี ‘ดนตรี’

‘เสียงดนตรีประกอบเป็นสิ่งที่สร้างบรรยากาศให้สถานที่ได้ชัดเจน จะว่าไปดนตรีก็สร้างมิติใหม่ซึ่งช่วยเติมเสน่ห์ ถ้าดนตรีนั้นมีท่วงทำนองที่สนุกหรือโทนเสียงสูง’ อองตอน คูแดร์ คนที่เราเจออยู่หลังเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ Experimental เป็นประจำเปรยให้ฟัง เดี๋ยวนี้จะหาคนมาเล่นฮาร์พคลอเบาๆ ตอนจิบเหล้าก็ทำได้ยาก เวลาที่อยุ่ในร้านจึงเคล้าเสียงเพลงที่ดีเจจัดไว้หรือไม่ก็ใช้การตั้งโปรแกรมระบบ e-radio ที่เลือกเพลงให้เข้ากับสถานที่โดยเฉพาะเสียมากกว่า

3. เติมความมีสไตล์

บาร์แมนต้องยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์โดยมีสายตาทุกคู่จับจ้องซึ่งต่างจากร้านอาหารที่พ่อครัวอยู่พ้นจากสายตาของลูกค้า ‘เรื่องลุคหรือจะพูดให้มากกว่านั้น เดี๋ยวนี้การวางมาดให้ดูโก้เก๋ก็สำคัญพอๆกับการตกแต่งร้านรวมไปถึงบรรยากาศภายในร้านนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ’ ซาวิเยร์ ปาโดวานี จาก Orfeus ยืนยัน สมัยนี้พวกเขามักไว้เครา โชว์รอยสัก สวมแหวน แต่งองค์ทรงเครื่องเข้ากับแฟชั่นที่ออกมาอยู่ตลอด

4. บรรยากาศต้องมา

หากต้องการเพิ่มความมีชีวิตชีวา ค็อกเทลบาร์ต้องอาศัยการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะฝรั่งเศสมักเน้นการตกแต่งในสไตล์ห้องนั่งเล่นที่เป็นส่วนตัว หรือห้องที่อวลด้วยกลิ่นอายของปัญญาพร้อมโซฟานุ่มๆ มีของแนววินเทจและแสงไฟสลัวๆ ขณะที่บาร์อื่นๆเลือกที่จะตกแต่งในสไตล์ที่ไม่พิถีพิถันนัก ให้บรรยากาศแบบนิวยอร์กหรือเบอร์ลิน หรือไม่ก็ชวนให้นึกถึงเวลาเข้าร้านกาแฟฝรั่งเศสยังไงยังงั้นน่ะ

Bar lopt 3

5. ลูกเล่นโดนใจ คนเล่นโดนใจ

โอลิวิเยร์ บง จาก Experimental แนะนำไว้ว่า ‘บาร์แมนอาจรู้จักหนังสือ Savoy Cocktail Book ของ แฮร์รี แครดด็อค ทุกตัวอักษร เขาควรจะลองนำบางเทคนิคมาสร้างสูตรสำเร็จกับค็อกเทลของตัวเอง’ โดยเฉพาะท่วงท่าที่เฉียบคม คุณจำ ทอม ครูซ ในหนังเรื่อง Cocktail ได้ไหมล่ะ เขาเล่นเป็นบาร์เทนเดอร์มือใหม่ที่ชื่นชอบการวาดลวดลายเขย่าขวดผสมจนออกมาเป็นลีลาสุดเท่นั้นไงล่ะ

6. เติมสีสันด้วยเซอร์ไพร์

การถลาเข้าทางประตู้หลังร้านหรือจองผ่านทางอินเตอร์เน็ตหลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคำบรรยายสรรพคุณของร้านเป็นกลเม็ดล่อใจที่ชวนให้ลุ้นว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ‘การทำเซอร์ไพรส์เป็นความท้าทายของอาชีพเราโดยแท้ เป็นวิธีที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้ลูกค้า’ คารินา โซโต เวลาสเกซ ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Candelaria เผย

7. การเลือกใช้วัตถุดิบให้เข้ากับฤดูกาล

ศาสตร์การผสมค็อกเทลอิงตามกระแสการปรุงอาหารที่เกิดขึ้นใหม่ ควบคู่ไปกับการคิดค้นเมนูตามฤดูกาล ไม่ใช่แค่เก็บความสดใหม่ของวัตถุดิบได้มากขึ้นเท่านั้น ‘แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพของเมนูที่เราเตรียมเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเชื่อม เหล้าบิตเตอร์ หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นยา ซึ่งต่างจากวัตถุดิบที่ได้จากการผลิตในกระบวนการอุตสาหกรรม’ ฟาเบียง ลอมบาร์ดี จาก Entrée des Artistes กล่าว

8. เมนูอาหารชวนลอง

การดื่มค็อกเทลไม่ใช่แค่ดื่มเพื่อเรียกน้ำย่อยหรือดื่มหลังมื้ออาหาร บาร์บางแห่งจึงมีไวน์และอาหารเตรียมพร้อมไว้สำหรับปรุงเมนูเข้ากับค็อกเทล คาลอส มาดรีซ์ บอกว่า ‘ที่ Mary Céleste เราเสิร์ฟหอยนางรมทั้งฝากับค็อกเทล’

9. สรรหาความแปลกใหม่

แม้สูตรค็อกเทลจะสำคัญ แต่พรสวรรค์ในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มของบาร์แมนได้ในเวลา ‘รวดเร็วและฉลาด’ ก็ช่วยให้ร้านติดตลาดในเวลาอันรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการกลับไปหาสิ่งที่คลาสสิก ชุบชีวิตอาหารทุกอณู ‘ถึงเวลาที่ค็อกเทลพื้นๆ อย่างโมฮิโต้จะกลับมาใหม่ เพราะเดี๋ยวนี้ลูกค้าเองก็ต้องการลองของที่ท้าทาย’ เธียรี แดเนียล จาก Cocktils Spirits แนะนำ

10. เอาใจนักดื่ม

‘อย่าสร้างความกำกวม บาร์ที่ดีต้องให้ความเท่าเทียมกันในเรื่องเพศ’ ทีมงาน ลอปติมัมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ค็อกเทลดึงดูดผู้หญิงได้อย่างรวดเร็ว และชวนให้ผ่อนคลายยามจิบเพื่อเรียกน้ำย่อย ต้องยกความดีให้หนังเรื่อง Sex and The City  ที่สลัดความเขินอายออกจากตัวละครหญิงได้ มันคงไม่ทำให้ผู้ชายหงุดหงิดหรอก ถ้าเปลี่ยนจากบาร์แมนมาเป็นบาร์เมดบ้าง

L’Optimum Thailand No.11

Related Post

‘BAR LUCE’ BACK INTO THE 50S

Wes Anderson

ต้องปรบมือกราวใหญ่ให้กับ เวส แอนเดอร์สัน ผู้กำกับดีกรีหนังรางวัลออสการ์ปีนี้ The Grand Budapest Hotel ที่วางปากกาแล้วมาออกแบบคาเฟ่สไตล์ย้อนยุค ซึ่งต้องบอกว่า ‘ดี’ ไม่แพ้แนวทางการเขียนบทหนังของเขาเลย ใช่ชื่อว่า Bar Luce ได้ฤกษ์เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมฟอนดาซิโอเน พราด้าเมืองมิลาน อิตาลี

Bar Luce lopt th 2

จากโรงกลั่นสุราที่สร้างเมื่อปี 1910 ถูกดัดแปลงเป็นห้องแสดงนิทรรศการ พื้นที่สำหรับเด็ก รวมทั้งคาเฟ่ ภายในถูกตกแต่งด้วยโต๊ะฟอร์ไมการูปทรงคลาสสิคสีพาสเทล วอลเปเปอร์ลายแกลเลอเรีย วิตโตริโอ เอ็มมานูเอล 2 ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกของมิลาน ตู้เพลงวินเทจ และตู้พินบอลที่เราเคยเห็นในหนังเรื่อง The Life Aquatic with Steve Zissou และ Castello Cavalcanti แรงบันดาลใจในการออกแบบของเขามาจากร้านกาแฟในเมืองมิลานยุค 1950s รวมทั้งหนังแนวนีโอเรียลลิสม์อันมีชื่อเสียงของอิตาลี Miracolo a Milano และ Rocco EI Suoi Fratelli เมื่อก้าวเข้ามายังคาเฟ่แห่งนี้ จะรู้สึกราวกับว่านั่งอยู่ในฉากหนังของ เวส แอนเดอร์สัน

Bar Luce lopt th 5

Bar Luce lopt th 4

Bar Luce lopt th 3

Bar Luce lopt th 6

Bar Luce lopt th 7

Bar Luce lopt th 8

Bar Luce lopt th 9

Photo by DeerWaves

Related Post

MY STUDIO IS A HOTEL

รีสอร์ต ห้องบันทึกเสียง แหล่งพำนักของร็อคเกอร์ชื่อดัง ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา คือฟังก์ชั่นของรีสอร์ตแห่งใหม่ สุดไฉไลกลางเมืองมาร์ราเกช

LOPTIMUM TH LO2

หากคุณคิดว่ารู้จักมาร์ราเกชทุกซอกทุกมุมในระดับแฟนพันธุ์แท้แล้ว ขอให้รู้เลยว่าคุณกำลังคิดผิด! หากว่าคุณยังไม่ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับการมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้ เมื่อชายผู้รักในเสียงเพลงผู้หนึ่งได้ตัดสินใจที่จะสร้างรีสอร์ตส่วนตัวขึ้นมา (แทนที่จะเป็นโรงแรมหรูเลิศอลังการ) โดยถือเอาเสียงเพลงเป็นหัวใจสำคัญของทุกองค์ประกอบ เจ้าของไอเดียสุดเก๋ไก๋นี้ได้รังสรรค์ห้องบันทึกเสียงกลางแจ้ง ที่มีหลังคาเปิดไปสู่ท้องฟ้ากว้างให้ได้ยลความสวยงามของทางช้างเผือกกันได้ทั่วแผ่นผืน ไมต้องสงสัยเลยว่าเขาผู้นี้ไปขุดเอาไอเดียมาจากที่ไหน หากว่าไม่ใช่จากบรรดาจิตรกรและศิลปินที่ผลัดกันแวะเวียนเข้ามาพัก และต่างก็ทิ้งเอกลักษณ์ทางความคิดบางประการไว้เป็นร่องรอย

LOPTIMUM TH LO1

LOPTIMUM TH LO3

นับแต่ช่วงแรกเริ่มของกิจการ รีสอร์ตแห่งนี้ตระเตรียมห้องขนาดกลางจำนวน 6 ห้อง ห้องสวีท 4 ห้อง และวิลล่าหลังใหญ่ถึง 2 หลังด้วยกัน ห้องพักทั้งหมดล้วนมีกลิ่นอายที่ชวนให้เรารำลึกถึงศิลปินสุดคลาสสิกอย่าง Pink Floyd, Rolling Stones รวมไปถึงศิลปินอื่นๆ อีกมากมายการตกแต่งภายในหลายจุดยังแสดงถึงเรื่องราวความเป็นมาของอัลบั้มชื่อดังอีกด้วย หากได้มาเยี่ยมรีสอร์ตแห่งนี้จะไม่รู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจแน่นอน คุณสามารถสัมผัสเสียงเพลงแห่งความสุขจากเพลย์ลิสต์มากมายบนไอพอด ที่ทางรีสอร์ตจัดไว้ให้บริการ จนกลายเป็นความดีงามของสถานที่นี้ไปโดยปริยาย

LOPTIMUM TH LO4

LOPTIMUM TH LO5

LOPTIMUM TH LO7

สถานที่ กม.10 ถนน Ourika มาร์ราเกช โทร+212(0)529 802 107 หรือที่เว็ปไซต์ Thesourcsmarrakech.com

Related Post