ยกระดับการออกกำลังกายด้วย GymKit ที่จะทำให้ชีวิตของคุณในฟิตเนสสะดวกสบายยิ่งขึ้น


หลังเปิดตัวครั้งแรกอย่างน่าตื่นเต้นในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2017 วันนี้เราสามารถใช้งานฟังก์ชั่นนี้ได้แล้ว และไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกา แต่ในบ้านเราเองก็มีฟิตเนสที่รองรับ GymKit แล้วเช่นกัน 

GymKit คืออะไร

GymKit ของ Apple เป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจับคู่ Apple Watch กับอุปกรณ์คาร์ดิโอในฟิตเนสเพียงการแตะครั้งเดียว (ทดสอบแล้วการเชื่อมต่อทำได้ง่ายมาก ไม่ยุ่งยากเลยสักนิด) ตอนนี้เครื่องที่รองรับมีทั้งหมดสี่ตัว ได้แก่ treadmills, ellipticals, indoor bikes และ stair steppers จากผู้ผลิตใหญ่อย่าง Matrix, Technogym และ Life Fitness แต่ในอนาคตจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่สมาร์ทวอชสามารถซิ้งค์ข้อมูลกับอุปกรณ์ออกกำลังกายผ่าน GymKit ที่ช่วยให้ Apple Watch ทำงานร่วมกับเครื่องอุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างลื่นไหล จากเดิมที่เราอ่านผลลัพท์ของการออกกำลังกายจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง ที่อาจไม่แม่นยำเท่าที่ควร

แต่ด้วยวิธีนี้ทำให้เราสามารถนำข้อมูลส่วนตัวที่มีอยู่ในสมาร์ทวอช มาใช้งานร่วมกับข้อมูลที่ได้จากเครื่องออกกำลังกาย ผลลัพท์ที่ได้ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแคลลอรี่ ระยะทาง ความเร็ว ความสูง ความชัน และอัตราการวิ่ง จึงแม่นยำกว่าที่เคยเป็นมา และตัดปัญหายุ่งยากเรื่องการจัดการกับอุปกรณ์ (เช่น ต้องเซตข้อมูลส่วนตัวในเครื่อง กดเริ่ม จากนั้นใส่ข้อมูลในมือถือ ก่อนกดเริ่มทำงาน เมื่อเสร็จสิ้นก็ต้องกดหยุดที่เครื่อง ก่อนหันมากดหยุดบนสมาร์ทวอชอีกที เป็นต้น)

ถือเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งสองทางแบบเรียลไทม์ครั้งแรก ข้อมูลที่แสดงบนเครื่องและข้อมือของคุณจึงตรงกัน ทำให้คุณไม่ต้องละสายตาเพื่อก้มมองสมาร์ทวอชบ่อยๆ

ตอนนี้ในบ้านเรา มีฟิตเนสที่มีอุปกรณ์รองรับ GymKit รายเดียวนั่นคือ Jetts 24 Hour Fitness ที่เปิด 24 ชั่วโมง มีทั้งหมด 7 สาขาในกรุงเทพฯ และมีแนวโน้มว่าตัวเลขของฟิตเนสที่รองรับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะ 80% ของผู้ผลิตอุปกรณ์คาร์ดิโอทั่วโลกเล่นด้วยกับไอเดียนี้

ดังนั้น หากว่าฟิตเนสที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ถึงคราวต้องอัพเกรดเครื่องขึ้นมาเมื่อไร ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องใหม่เหล่านั้นจะมาพร้อม GymKit ของ Apple ที่สังเกตเห็นได้จากสัญลักษณ์ที่อยู่มุมบนด้านขวาของหน้าจอที่พร้อมให้คุณเชื่อมต่อ

สังเกตุสัญลักษณ์บนมุมขวาและจุดให้แตะบนตัวเครื่อง

Related Post

ประมวลภาพสวยๆ จากภาพยนตร์เรื่อง Avengers : The Infinity Wars

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand ได้ประมวลภาพสวยๆ จากภาพยนตร์เรื่อง Avengers: The Infinity Wars ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนนี้เป็นต้นไปมาฝากแฟนๆให้ได้ชมกัน

เอาล่ะ!! บอกเลยว่าเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถลากบักกี้ บาร์นส์ (หรือ The Winter Soldier) มานั่งหล่ออยู่บนปกนิตยสาร L’Officiel Hommes ฉบับเดือนพฤษภาคมเพื่อต้อนรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avengers: The Infinity Wars ได้ในเมื่อภาพยนตร์กำลังจะเข้า และต่างก็มีเสียงคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าใครจะรอด ใครจะตาย หรือใครจะได้กับใครกันนะ เรามาดูประมวลภาพสวยๆ ระดับไฮเดฟจากภาพยนตร์ให้กระชุ่มกระชวยใจเล่นๆ ระหว่างที่รอภาพยนตร์เข้ากันดีกว่า

Avenger: The Infinity Wars เข้าฉายตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนเป็นต้นไป

 

Related Post

ชิลล์อย่างหรูที่ Park Hyatt Seoul ใครไปห้ามพลาด !

L’Officiel Hommes Thailand ขอแนะนำสองสถานที่นั่งชิลล์อย่างหรูหราเมื่อคุณไปเยือนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

The Lounge: Korean Tea House

ตั้งอยู่ ณ ชั้นที่ 24 โรงแรม Park Hyatt Seoul นำเสนอประสบการณ์การดื่มชาแบบเกาหลีแท้ๆ ทีเฮ้าส์นี้ออกแบบโดยบริษัท Super Potato ที่ให้อารมณ์ของประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ละทิ้งกลิ่นอายของเกาหลีแบบดั้งเดิม สามารถมองออกไปเห็นวิวอันโอ่อ่างดงามของเมืองยามจิบชา ถือว่าเป็นจุดที่โรแมนติกที่สุดจุดหนึ่งของเมืองนี้ คุณสามารถเลือกจิบชาเขียวสารพัดประเภทที่ปลูกในคาบสมุทรเกาหลี ในส่วนของของหวานนั้น ก็มีให้เลือกมากมายตามฤดูกาล ทำให้ทั้งวันของคุณทั้งสวยงามและอิ่มอร่อย

The Timber House: Vinyl Music Bar

ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม Park Hyatt Seoul ถือเป็นไวนิลบาร์และร้านอาหารแห่งแรกในทวีปเอเชีย ออกแบบโดย Super Potato เพื่อให้ระบบเสียงภายในมีคุณภาพสูงสุด แต่ละคืนจะมีดีเจทั้งหมด 6 ชีวิตมาสับเปลี่ยนเล่นเพลงขับกล่อมทุกคน นอกจากนั้นภายในบาร์ยังมีคอลเลกชั่นแผ่นเสียงโชว์เคสอยู่กว่า 2,000 แผ่นอีกด้วย นอกจากดนตรีสุดเหวี่ยงแล้ว อาหารและเครื่องดื่มก็ไม่แพ้กัน มีเสิร์ฟแอลกอฮอล์ระดับพรีเมี่ยมอิมพอร์ตจากทั่วโลก และมีเมนูสไตล์อิซากายะแบบญี่ปุ่นมาในจานเล็ก เป็นกับแกล้มน่ารัก และอาหารเกาหลีพื้นเมืองให้เลือกอีกมากมาย

ทั้งสองตั้งอยู่ที่โรงแรม Park Hyatt Seoul

www.parkhyattseoul.com

 

Related Post

5 ซีรีส์ย้อนยุคสำหรับคนที่อยากทิ้งตัวนอนอยู่บ้านในช่วงสงกรานต์

สงกรานต์นี้หากใครไม่อยากไปไหน ขอขี้เกียจให้เต็มที่ด้วยการฝังตัวอยู่บ้าน โทรสั่งไลน์แมน แล้วนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงหรือโซฟา (อาจจะพร้อมไวน์แดงสักขวด) เราขอแนะ 5 ซีรีส์เกาะกระแสละครพีเรียดหรือละครย้อนยุคจาก Netflix ที่นำเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญๆ ในอดีตมาสร้างเป็นซีรีส์ให้คนดูติดกันหนึบหนับ จริงอยู่ว่าซีรีส์ย้อนยุคเหล่านี้อาจมีการแต่งแต้มสีสันไปบ้างเพื่อเพิ่มอรรรถในการรับชม แต่ตัวละครล้วนมีอยู่จริง ยิ่งถ้าคุณอินกับประวัติศาสตร์หรือเคยไปเยือนสถานที่นั่นๆ มาก่อนจะยิ่งเพิ่มความสนุก รับรองว่าดูมัน (ส์) ลืมวันลืมคืนกันไปเลย

เดอะ คราวน์ (The Crown) ซีรีส์ชีวประวัติของควีนอลิซาเบ็ธที่ 2 กับเรื่องราวของเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงอลิซาเบธและเจ้าชายฟิลิป โดยที่ตอนนั้นอังกฤษยังคงปกครองโดย King George VI เนื้อหาดำเนินมาจนถึงตอนที่คิงทรงเสด็จสวรรคต เจ้าหญิงอลิซาเบธเลยได้ขึ้นครองราชย์ต่อมา ซีรีส์เรื่องนี้นำพาเราสู่ยุคสมัยที่อังกฤษเผชิญปัญหาและวิกฤติต่างๆ รอบด้าน รวมถึงเรื่องในมุ้งของคนในวัง  ที่บางครั้งเรายังอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันจริงหรือเรื่องแต่ง ต้องกูเกิ้ลเช็กข้อมูลกันอุตลุดเลยทีเดียว

แวร์ซายส์ (Versailles) ตำบลแวร์ซายส์ของฝรั่งเศสอันเป็นสถานที่ตั้งของพระราชวังแวร์ซายส์อันเลื่องชื่อที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศฝรั่งเศส เป็นแรงบันดาลใจของซีรีส์ดราม่าสุดเข้มข้น แวร์ซายส์ (Versailles)ตีแผ่เรื่องราวของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่มีพระราชดำริให้บูรณะพระราชวังแวร์ซายส์ที่ใช้เงินภาษีมหาศาล พร้อมทั้งขุนนางที่ใช้ชีวิตสบายโดยไม่สนใจบ้านเมือง จนเกิดเป็นเรื่องราวการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งใหญ่ต่อมานั่นเอง ซีรีส์เรื่องนี้มาพร้อมกับความตื่นตาตื่นใจของฉากและเสื้อผ้าที่อลังการสมยุค ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศฝรั่งเศสยุคเฟื่องฟูก่อนการล้มสลาย เรื่องนี้คือคำตอบ

 

เอาท์แลนเดอร์ (Outlander) เรื่องราวสุดยิ่งใหญ่ที่ดัดแปลงจากนวนิยายโรแมนติกแฟนตาซีชื่อดังของไดอานา กาบัลดอน (Diana Gabaldon) กับความดราม่าสุดเข้มข้นระหว่างคู่รักต่างภพที่เกิดขึ้นในอดีตช่วงปี ค.ศ. 1945 ที่นางเอกก็ย้อนอดีตไปอีกทีในช่วงค.ศ. 1743 เรียกได้ว่าย้อนยุคสองต่อ ได้กลิ่นอาย 2 ช่วงสำคัญของโลกแบบแท้จริง แล้วคุณจะพบว่าเรื่องราวของการเดินทางมาพบรักต่างยุคต่างสมัยนี่ฮิตกันทุกประเทศจริงๆ

เอเลียส เกรซ (Alias Grace) มินิซีรีส์ 6 ตอนที่สร้างจากนิยายที่อ้างอิงจากเหตุการณ์ของนักเขียนชื่อดังมาร์กาเร็ต แอทวูด (Margaret Atwood) ที่จะพาคุณย้อนกลับไปในประเทศแคนาดาราวปีค.ศ. 1843 นำเสนอเรื่องราวของเกรซ มาร์คส์ หญิงสาวผู้อพยพชาวไอริชที่ยากไร้ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าในคดีฆาตกรรมนายจ้างของเธอเอง จนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ในท้ายที่สุดเธอได้รับการปล่อยตัวออกมาหลังจากถูกจองจำเป็นเวลา 30 ปี พร้อมกับคำถามที่ถูกตั้งขึ้นมาอีกครั้งว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น

Alias Grace

สามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms) วรรณกรรมจีนสุดคลาสสิคที่จะพาคุณย้อนไปยังช่วงประวัติศาสตร์ของประเทศจีนในช่วของราชวงศ์ฮั่นราวคริสตวรรษที่ 3 ซึ่งมีการต่อสู้แย่งดินแดนและแบ่งเป็นกลุ่มก๊ก โดยในภาพยนตรร์เรื่องสามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon) ตามติดชีวิตของจูล่งที่ต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดของตัวเอง นำแสดงโดยพระเอกตลอดกาลอย่าง หลิว เต๋อหัว ที่ชาวไทยรู้จักดี

 

 

 

Related Post

5 ทริปไฟไหม้หนีสงกรานต์

text: Phornsuang W.

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ มองไปทางไหนก็มีแต่แดด ออกไปข้างนอกก็ต้องหยีตาให้กับแสงอาทิตย์ที่แผดเผาเข้ามาจนถึงชั้นหนังกำพร้า จะไปห้างก็เบื่อเบื๊อ จะให้เล่นน้ำก็สู้แรงเด็กสมัยนี้ไม่ไหว ไม่เป็นไรครับ วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand จะช่วยคุณเองด้วยการแนะนำสถานที่เก๋ๆ คลายร้อนพร้อมได้รูปสวยมาอัพลงอวดเพื่อนๆในโซเชียลอีกด้วย

1. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต

หนึ่งเกาะในท้องทะเลอันดามันที่มีความสวยงามมากๆ คือ เกาะไม้ท่อน ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต สามารถเดินทางจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ด้วยความที่เกาะนี้เป็นเกาะส่วนตัวและเพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นานทำให้เกาะไม้ท่อนยังมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์อยู่มาก จนได้ฉายาว่าเป็น มัลดีฟเมืองไทย เพราะมีน้ำทะเลใสราวกับกระจกสีฟ้า และแนวประการังที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ทอดยาวตลอดแนว และถ้าหากใครโชคดีอาจจะได้เจอโลมาออกมาว่ายทักทายเราอีกด้วย แต่เนื่องด้วยเกาะแห่งนี้เป็นเกาะส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเองได้ ต้องซื้อทัวร์เข้าไปเท่านั้น ซึ่งทางทัวร์เค้าก็จะมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราทำไม่ว่าจะเป็นดำน้ำตื้นหรือจะเดินเล่นศึกษาธรรมชาติเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเขาได้อีกด้วย

2. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

หน้าร้อนแบบนี้นอกจากทะเลแล้วก็ต้องหนีเขาป่านี่แหละ เพราะการันตีเลยว่าจะได้ฟินกับอากาศเย็นๆใต้เงาไม้และบรรยากาศสวยๆ อย่างแน่นอน ซึ่งปางอุ๋งก็คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คนเพราะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และที่อยากอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติต้องไม่พลาดที่จะไปนอนกางเต้นท์ริมทะเลสาปปางอุ๋ง เพราะในยามเช้าคุณจะได้ชมวิวของสายหมอกที่ลอยคลอเคลียอยู่เหนือทะเลสาบได้ใกล้กว่าใครเพื่อน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น ล่องแพชมวิวและบรรอากาศโดยรอบของปางอุ๋ง ไปเยี่ยมชมสวนโครงการพระราชดำริ หรือไปเดินเล่นในโซนสวนดอกไม้เมืองหนาวเช่น ไฮเดรนเยีย พวงแสด และกุหลาบนานาพันธุ์ ซึ่งการเดินทางไปยังปางอุ๋งนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการขับรถส่วนตัว หรือนั่งรถสองแถวจากตลาดสายหยุดไปปางอุ๋ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

3. โดดน้ำล่องแพ จังหวัดกาญจนบุรี

กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวเพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเพียงแค่ 129 กิโลเท่านั้น เและยังเป็นเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ทั้งยังมีธรรมชาติทีสุดจะ unseen อีกหลายที่ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสวยๆ ที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี รวมถึงความสวยงามของขุนเขาและผืนป่า อาทิ น้ำตกเอราวัณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว วัดวังก์วิเวการาม น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือเขาช้างเผือก เป็นต้น

4. หมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศศรีลังกา

ถ้าพูดถึงทะเลาสีฟ้าครามและหาดทรายสีขาวละเอียดหลายคนคงนึกถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์เป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะถึงแม้จะเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กสุดในแถบเอเชียแต่ความงดงามของท้องทะเลทำให้มัลดีฟส์ได้รับฉายาว่าไข่มุกแห่งมหาสุมทรอินเดีย ส่วนช่วงที่ไปเที่ยวมัลดีฟส์ที่สุดคือช่วงฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน สำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวมัลดีฟส์นั้นอยู่ได้ 30 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนการเดินทางก็ง่ายแสนง่ายเพราะมีหลายสายการบินที่บินตรงถึงมัลดีฟส์เลย และกิจกรรมที่ใครๆ ต่างก็ต้องทำเมื่อไปเยือนมัลดีฟส์นั้นคือการดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำลึกหรือดำน้ำตื้น พายเรือแคนู วินเซิร์ฟ (กระดานโต้คลื่น) หรือล่องเรือดูพระอาทิตย์ตกเรียกได้ว่าเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนอันลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเลยทีเดียว

5. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
แม้ว่าคืนวันจะผ่านไปกี่ปีแต่หัวหินยังคงเป็นเมืองชายทะเลที่ครองใจหลายคนอยู่เสมอ และยังคงได้รับความนิยมสูงเสมอมา เพราะห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 196 กิโลเมตร หรือขับรถเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และนอกจากทะเลแล้วหัวหินยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย อาทิ สวนสนประดิพัทธ์ที่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินเพียงแค่ 7 กิโลเมตร ที่นั่นคุณจะพบกับบรรยากาศเงียบสงบที่ยังคงความเป็นธรรมชาติหรือจะเป็นไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วิรยาร์ด ที่เต็มไปด้วยองุ่นขนาด 200ไร่ และล้อมรอบไปด้วยภูเขา แถมยังมีกิจกรรมให้นั่งช้างชมไร่องุ่นอีกด้วย อีกที่หนึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก seen space แหล่งแฮงก์เอาท์บรรยากาศดีติดริมทะเลหัวหิน ซึ่งเป็น community เล็กๆ แต่มีทั้งร้านคาเฟ่ สินค้าแฟชั่น รวมทั้งร้านอาหารที่จบครบครันในที่เดียว

Related Post

SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช็อปจึงต้องขายมากกว่าเสื้อผ้า

Text: Patsaya Ch.

แม้ SIWILAI มีจุดกำเนิดจากการเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแบรด์ดังจากทั่วโลก แต่ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้ การรอให้คนเข้าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อสินค้าในราวแขวนอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงเห็นหลายแบรนด์เปลี่ยนทิศทางจากการเป็น selected shop คัดของเท่ๆ คูลๆ เข้ามาวางขายในร้าน ด้วยการสร้างแบรนดิ้งที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์เพื่อดึงกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกันจนเกิดเป็น SIWILAI CITY CLUB หรือแหล่งแฮงเอาท์ของคนที่หลงใหลในดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บริเวณด้านนอกของ SIWILAI CITY CLUB

 

 

หลังจากความสำเร็จของ SIWILAI CITY CLUB จึงต่อยอดเป็น SIWILAI Tour งานดนตรีร่วมสมัยที่แปลกและไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาพวกเขาได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกมาแสดงบ่อยครั้ง เช่น A$AP Rocky, Hot Chip & Holy Ghost และ The Cool Kids ซึ่งล้วนเป็นสายแข็งทางดนตรีร่วมสมัย มาปีนี้ SIWILAI Tour ขอพรีเซ็นต์ DJ Set ของ Robbie Chater และ Tony Di Blasi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังหรือที่รู้จักกันในนาม The Avalanches ซึ่งดังสุดๆ จากเพลง Since I Left You ในปี 2000 ล่าสุดในปีที่ผ่านมา พวกเขายังขึ้นเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอีกถึงสามรายการ อาทิ Coachella, Glastonbury และ St. Jerome’s Lane Way Festival

 

ดูโอ Robbie Chater และ Tony Di Blasi หรือ The Avalanches

 

Wildflower งานเพลงชิ้นที่ 2 ซึ่งออกมาในปี 2016

 

และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเอาท์ดอร์ของ SIWILAI CITY CLUB ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ธีมของงานนี้จึงยกความสนุกของ ‘ฟูลมูนปาร์ตี้’ มาไว้บนหาดทรายลอยฟ้า ที่ต่างจากการเล่นในคลับหรือสถานที่จัดคอนเสิร์ตอื่นๆภายในงานเราจะเห็นคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆ เพราะความชอบส่วนตัว และกลุ่มคนที่มาเพราะเชื่อในเทสต์ของ SIWILAI ว่าพวกเขาเองก็น่าจะชอบฟังเพลงแนวนี้ได้เหมือนกัน และแม้แต่ละคนจะมาด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ SIWILAI สามารถหลอมทุกคนในงานให้สนุกกับปาร์ตี้ได้อย่างไร้พรมแดน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะปลื้มวงหรือเป็นแฟนขาประจำของ SIWILAI ลองไปพิสูจน์ด้วยกันในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2018 ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.ticketmelon.com/siwilai/theavalanches

Related Post

10 Greatest Bluffs in Pop Culture

ตามพจนานุกรม การบลัฟฟส์ (Bluffs) หมายถึงการหลอกให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดว่าตนถือไพ่แต้มสูง แต่ในชีวิตจริงเราไม่ได้ใช้แต่ในการเล่นโป๊กเกอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเหล่าเซเลบฯ นักการเมืองสุดเพี้ยน หรือแม้แต่ผู้กำกับฯ ยังบลัฟฟ์กันออกสื่ออย่างไม่หวั่นเกรงต่อการตอบโต้ของอีกฝ่าย (ที่ถูกบลัฟฟส์) และเหล่านี้คือ 10 เหตุการณ์บลัฟฟส์ๆ ในแวดวงป๊อบคัลเจอร์ที่เรามองเป็นเรื่องขำขันประจำวัน 

 

Kanye West

เรื่องมีอยู่ว่า: การบลัฟฟส์ครั้งยิ่งใหญ่ในปีค.. 2016 นี้ทำให้คนทั้งโลกสนใจเขาขึ้นมาทันทีเพราะเขาทวีตติด ๆ กันว่าเขาติดหนี้ถึง 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว และเขาก็ทวีตขอเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Mark Zuckerberg (มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก) ซีอีโอเฟซบุคเพื่อเป็นทุนสนับสนุนสิ่งที่เขาเรียกว่า ความคิดของคานเย เวสต์ เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงคงแปลกน่าดู เพราะดูจากช่องทางทำมาหากินแล้ว เขาน่าจะมีทรัพย์สินเกิน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วหนี้ก้อนที่คานเยพูดถึงน่าจะเป็นกำไรที่เขาได้จากการลงทุนในโปรเจ็กต์แฟชั่นต่าง ๆ มากว่า 13 ปีแล้วต่างหาก

ผลบลัฟฟ์: เปล่าประโยชน์ ข้อเสนอที่เขาได้รับหลังทวีตออกแบบนั้น (ไม่รวมข่าวลือและคำด่าสารพัด) คือข้อเสนอให้เป็นพนักงานส่งพิซซ่าจากบริษัท Pizza Hut ซึ่งเขาก็ปฏิเสธไปเรียบร้อย

 

Quentin Tarantino

เรื่องมีอยู่ว่า: ตอนอายุ 22 ปี เควนตินเกือบได้แจ้งเกิดเป็นนักแสดงเสียแล้ว เขาเขียนในเรซูเม่ว่า มีประสบการณ์การแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่จริงๆ แล้วเขากุขึ้นมาทั้งหมดเพื่อให้ดูมีประสบการณ์ ผู้กำกับฯ จะได้เลือกเขา นอกจากนี้เควนตินยังโม้ไปอีกด้วยว่าเขาเคยร่วมแสดงในเรื่อง King Lear ของ Jean-Luc Godard (ฌองลุค โกดาร์ด) และหนังซอมบี้ของ George Romero (จอร์จ โรมิโร) โดยอาศัยว่ามีนักแสดงที่เล่นเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์หน้าเหมือนเขาพอดี ที่ทำไปเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับตัวเองล้วนๆ

ผลบลัฟฟ์: แทบจะเปล่าประโยชน์ เพราะเขาแจ้งเกิดในฐานะผู้กำกับเรื่อง Reservoir Dogs ที่ออกฉายในปีค.. 1992 แทนที่จะแจ้งเกิดในฐานะนักแสดง

 

Ricky Martin

เรื่องมีอยู่ว่า: ในยุค ’90s ถ้าจะนับศิลปินชายที่เปิดตัวว่าเป็นพวกรักร่วมเพศแล้วจะให้สาว ๆ ตามกรี๊ดต่อไปก็คงมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ ดังนั้น Ricky Martin (ริกกี้ มาร์ติน) จึงเลือกออกเดทกับซูเปอร์สตาร์สาวหลายคนเพื่อออกสื่อว่า เขาชอบผู้หญิง เขาคงกลัวว่าสื่ออาจจะประโคมข่าวของเขาเสียหายหากเขายอมรับเรื่องรสนิยมทางเพศ แต่ในปีค.. 2010 ที่ลูกแฝดของเขาที่เกิดจากการอุ้มบุญมีอายุครบ 2 ขวบพอดี ริกกี้ก็ถือโอกาสฤกษ์ดี ประกาศในเว็บไซต์ว่า ผมภูมิใจที่จะบอกว่าผมเป็นเกย์ที่แสนจะโชคดี

ระยะเวลาในการบลัฟฟ์: ตลอดระยะเวลา 10 ปี และก่อนที่เขาจะเปิดตัวก่อนหน้านั้นไม่ถึง 1 ปี เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ว่าถูกข่าวประโคมมาตลอดว่าเขาเป็นเกย์ ทั้งๆ ที่เขาชอบผู้หญิง

Philipp Plein

เรื่องมีอยู่ว่า: เจ้าตัวเป็นคนเล่าด้วยตัวเองในนิตยสารลอปติมัมประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกันยายน 2014 ว่า ในปีค.. 2003 เขาตัดสินใจผันตัวเข้าสู่วงการออกแบบภายใน ผลงานชิ้นแรกของเขาคือ ห้องชุดสุดพิเศษที่ภายในมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้เขาก็ถือโอกาสขายเครื่องประดับแฟชั่นไปด้วย เมื่อเขากำลังแสดงผลงานห้องชุดที่นิทรรศการศิลปะ Maison et Objet เขาได้แขวนแจ๊กเก็ตแนววินเทจ ลายทหารเยอรมันที่เขาซื้อมาตอนลดราคา และปักเพิ่มรายละเอียดรูปหัวกะโหลก พร้อมประดับด้วยคริสตัลลงไปบนชุดอีกที ใคร ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็สะดุดตามัน จนมีชายคนหนึ่งเดินมาถามราคา ตอนแรกเขาก็ยืนยันไม่ขาย แต่เมื่อโดนตื๊อหนักเข้า เขาเลยตัดบทไปว่า 3,500 ยูโร เพื่อให้เลิกตื๊อ แต่ชายคนนั้นกลับควักเงินมาจ่ายทันที

ผลบลัฟฟ์: ปัจจุบัน ฟิลิปป์ ไพลน์ กลายเป็นแบรนด์แฟชั่น มีช็อปของตัวเองมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก และโกยกำไรจากการขายสินค้าที่นิวยอร์กได้มากกว่าหนึ่งล้านยูโรในแต่ละซีซั่น

 

Lucas Severino

เรื่องมีอยู่ว่า: นักเตะดาวรุ่งชาวบราซิลคนนี้ที่ถูกสโมสรฟุตบอลแรนส์ซื้อตัวในปีค.. 2000 ด้วยราคา 150 ล้าน ฟรังก์ (มากกว่า 21 ล้านยูโร) ถือเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดที่สโมสรเคยจ่ายเลยทีเดียว ตอนนั้นใคร ๆ ก็มองว่าเขาเป็นปลาตินี ดาวรุ่งคนต่อไปแน่ๆ แต่เมื่อลงสนามจริงแล้ว เซเวริโนก็โชว์ฟอร์มได้เก่งกว่าพวกโนเนมแค่นิดเดียว เห็นจากที่เขาลงแข่งทั้งหมด 72 แมตช์ แต่ยิงประตูได้แค่ 6 ลูกเท่านั้น

ผลบลัฟฟ์: แน่นอนว่าได้ผลสำหรับทุกคน ยกเว้นเซเวริโนเอง นิตยสาร So Foot เคยเขียนว่าสโมสรแรนส์เลือกซื้อตัวนักเตะผิดคน ถือเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เขาเลยมีสิทธิ์เล่นให้กับสโมสรแรนส์แค่สามฤดูกาลเท่ากัน 

 

Elon Musk

เรื่องมีอยู่ว่า: บริษัทรถยนต์ซึ่งอีลอน มัสก์เป็นผู้ก่อตั้งขาดทุนถึง 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มัสก์จึงหากลยุทธ์เพื่อที่จะทำให้ตัวเองแตกต่าง กลยุทธ์นั้นก็คือ เขาจะต้องเป็นผู้ปฏิวัติวงการเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยล้ำยุค แต่เขาลืมคิดไปว่าในการผลิตจริง ๆ นั้นต้องใช้เวลา เห็นได้จากรุ่น Roadster ที่เปิดตัวช้ากว่ากำหนดการเดิมถึง 9 เดือน รุ่น Model S ที่เปิดตัวช้าไปอีก 6 เดือน และรุ่น Model X ที่เปิดตัวช้าไปอีกถึง 18 เดือนเลยทีเดียว

ผลบลัฟฟ์: แทบไม่ได้ผล บริษัทได้รับออร์เดอร์ให้ผลิตรถยนต์รุ่น Model 3 จำนวน 40,000 คัน ซึ่งลูกค้าจะต้องรอจนถึงปีค.. 2018 และอีลอนยังสัญญาว่า จะผลิตรถยนต์ทุกรุ่นออกมาให้ได้ 1 ล้านคันในปีค.. 2020

 

Donald Trump

เรื่องมีอยู่ว่า: เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2015  โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีใน ปี ค.. 2016 คงไม่มีใครลืมว่ามีฝูงชนจำนวนหนึ่งที่คอยมาปรบมือตอนฟังเขาพูด คลื่นมวลมนุษย์เหล่านั้นทำให้การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนั้นดูดีมีมูลค่าเป็นอย่างมาก แต่ทว่าฝูงชนนั้นมาจากบริษัทแคสติ้งนักแสดงอย่าง Extra Mile ที่ทรัมป์จ้างมา !

ผลบลัฟฟ์: ผลการเลือกตั้งคงบอกอยู่แล้วว่า การบลัฟฟส์ครั้งนี้ได้ผลดีขนาดไหน

 

Related Post

มารู้จัก Big Boys’ Toys: ตู้ขายรถยนต์อัตโนมัติ

ไม่จำเป็นเสมอไปที่เครื่องขายสินค้าอัตโนมัติจะให้คุณได้แค่น้ำอัดลมหรือขนมขบเคี้ยว เมื่อในโลก
ยุค 4.0 นำเสนอของเล่นที่น่าสนใจมากกว่าอย่าง “ตู้ขายรถยนต์อัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตู้ขายรถยนต์อัตโนมัติตั้งอยู่บนเกาะสิงคโปร์ดำเนินการและจัดสร้างโดยบริษัท Autobahn Motors มีลักษณะเป็นอาคารสูง 17 ชั้น บรรจุรถยนต์ได้คราวละ 60 คัน ซึ่งมีทั้งรถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัดและรถยนต์รุ่นคลาสสิก ไล่มาตั้งแต่ Morgan Plus4 1955 สีฟ้าอ่อน Mercedes-Benz SL Pagoda สภาพนางฟ้า Lamborghini, Porsche, Bentley, Rolls-Royce ฯลฯ

 

Inspiration

กว่า 28 ปีแล้วที่ Autobahn Motors ดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้ว (Pre-owned Car) ในประเทศสิงคโปร์ แต่แนวคิดใหม่สุดอลังการนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการที่ Gary Hong (แกรี ฮง) พาลูกชายไปเดินซื้อของเล่นในร้าน Toys ‘R’ Us และเห็นรูปแบบการจัดเก็บรถจิ๋ว (Matchbox Car) ในตู้ ซึ่งดูแล้วช่างเรียบง่ายและสวยงาม หลังจากระดมสมองปรึกษาถึงความเป็นไปได้กับสถาปนิก ก่อนจัดสร้างตู้ขายรถยนต์อัตโนมัติ “The World’s Tallest Luxury Car Vending Machine”

But How?

ขั้นตอนในการใช้บริการนั้นถือว่า ง่ายมาก เพียงจิ้มหน้าจอระบบสัมผัสเลือกรถที่คุณ ระบบสุดทันสมัย AIMS (Automotive Inventory Management System) ที่ขึ้นชื่อว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่ได้มากถึง 10 เท่า จะนำรถลงมาจอดให้คุณยลโฉมภายในเวลาไม่เกิน 2 นาที จังหวะที่รถจอดนิ่งที่พื้นแล้ว ถาดจะหมุนตัวรถมาทางคุณ พร้อมฉายไฟสปอร์ตไลต์รอบตัวรถ หลังจากนั้นก็เป็นการต่อรองราคาจนพอใจทั้งสองฝ่าย

 

หลังอ่านจบ เรารู้นะว่าคุณกำลังวางแผงจองตั๋วไปสิงคโปร์อยู่ใช่ไหมล่ะ ?

Related Post

7 หนังรักน่าดูในคำ่คืน Valentine’s Day

ลอฟฟีเซียล ออมส์ ขอแนะนำ 7 ภาพยนตร์รักคุณภาพให้คุณซบกับแฟนดูบนโซฟาในวันวาเลนไทน์ที่จะถึงนี้

 

Call Me by Your Name

by Luca Guadagnino

ภาพยนตร์รักที่กำลังฮอตที่สุดในตอนนี้ บอกเล่าความรักระหว่างผู้ชาย ในเมืองเล็ก  แห่งหนึ่งในอิตาลี ในเรื่องคุณจะได้เห็นความสวยงามแบบวิถีชีวิตฤดูร้อน โบราณวัตถุและหนังสือเก่า ลูกพีชสดจากต้น แววตาโศกของ Timothée Chalament และการลำดับภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายด้วยฟิล์มทั้งเรื่อง!

 

In the Mood for Love

by Wong Kar Wai

ความรักไม่สมหวังที่เกิดขึ้นในยุค 60’s บนเกาะฮ่องกง บรรยากาศความมืดมนที่ตัดด้วยสีสันสดใสของกี่เพ้านางเอกแสนเย้ายวน ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมากกว่าหนังรักทั่วไป หว่องกาไว เจ้าพ่อภาพยนตร์เหงาจะทำให้คุณหันมาเห็นค่าคนข้างกายมากขึ้น

 

Come Rain, Come Shine

by Lee Yoon-ki

เตือนไว้ก่อนว่าถ้าไม่ชอบก็เกลียดไปเลยสำหรับภาพยนตร์กวาดรางวัลจากเกาหลี ตลอดเรื่องมีบทพูดไม่ถึง 10 ประโยค เป็นช่วงเวลาสั้น  ของคู่รักที่เลิกกัน และกำลังเก็บของเพื่อย้ายออก นับเป็น 2 ชั่วโมงอันปวดใจ จากคนรักที่จะกลายเป็นเพียงคนเคยรัก

 

Funny Face

by Stanley Donen

ภาพยนตร์รักเบาสมอง สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1957 แสดงนำโดยนางเอกตลอดกาล ออเดรย์ เฮปเบิร์น ที่สวยงามตามแบบยุคทองของฮอลลีวูด มีเพลงเพราะๆ สอดแทรกตลอดเรื่องพร้อมชุดสวย  ของทั้งพระเอกและนางเอก

 

36

by Nawapol Thamrongrattanarit

ภาพยนตร์เรื่องยาวชิ้นแรกของเจ้าพ่อหนังเหงา เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ชื่อเรื่องนำมาจากจำนวนภาพ 36 ภาพสำหรับฟิล์มถ่ายภาพ 1 ม้วน ประโยคชวนคิดสำคัญคือ “อะไรที่เคยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีอะไรบันทึกไว้ก็เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นเลยนะ”

 

Pierrot le Fou

by Jean-Luc Godard

งานชิ้นโบว์แดงจากผู้กำกับฯ ระดับตำนาน หลังตามติดหนุ่มสาว คู่รักที่ออกผจญภัยไปตามความบ้าระห่ำของชีวิต แปลกตาทั้งเนื้อเรื่องและเสื้อผ้า จัดเป็นผลงานภาพยนตร์ฝรั่งเศสคลื่นลูกใหม่ (French New Wave) ที่มาพร้อมประโยคเด็ด “คุณตอบฉันด้วยคำพูด แต่ฉันมองคุณด้วยความรู้สึก

 

Ruby Sparks

by Jonathan Dayton & Valerie Faris

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณออกแบบความรักเองได้ ? เมื่อนักเขียนหนุ่มเขียนเรื่องคนรักในจินตนาการ แต่เธอกลับปรากฏตัวขึ้นในชีวิตของเขาจริง  ! ภาพยนตร์รักชวนฝัน เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เป็นหนังรักฟีลกู๊ดที่รับรองว่า แฟนคุณจะต้องชอบ

 

Related Post

Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน 9 เดือน

การล่องเรือใบรอบโลกนั้นหมายความว่า ลูกเรือนับ 10 ชีวิตจะต้องใช้ชีวิตบนเรือกันตามลำพังนานถึง 9 เดือน มหาสมุทรแม้จะสวยงามแต่ย่อมเต็มไปด้วยอันตรายและความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ ลองมาดูกันว่า ลูกเรือเขาต้องฝึกฝนร่างกายกันอย่างไรให้พร้อมสู้ความโหดร้ายของมหาสมุทร

8-11

เดิมที ใน Volvo Ocean Race อนุญาตให้มีลูกเรือไม่เกิน 8 คนต่อทีม โดยลูกเรือทั้งหมดเป็นผู้ชาย แต่ในปัจจุบันมีนักแข่งเรือใบหญิงอาชีพเยอะขึ้น จึงมีการเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ดังนี้

  • ทีมที่มีลูกเรือชายล้วน อนุญาตให้มีสมาชิกได้ 8 คน
  • ทีมที่มีทั้งลูกเรือหญิงและชาย อนุญาตให้มีสมาชิกได้ไม่เกิน 10 คน
  • ทีมที่มีลูกเรือหญิงล้วน อนุญาตให้มีสมาชิกได้ 11 คน

ก่อนเข้าแข่งขันลูกเรือทุกคนจะต้องผ่านการอบรมเรื่องความปลอดภัยและตรวจเช็คสภาพร่างกายอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ลูกเรือ 2 คนจากทุกทีมจะต้องผ่านการฝึกอบรมการแพทย์เบื้องต้น ในกรณีที่มีเพื่อนในเรือเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

ลูกเรือแต่ละคนจะมีตำแหน่งของตัวเอง อาทิ Pit, Trimmer, Bowman เป็นต้น นอกจากลูกเรือแล้ว ทุกลำยังมีช่างภาพประจำการไปด้วย 1 คนเพื่อคอยเก็บภาพความบ้าระห่ำของการแข่งเรือใบครั้งนี้

ชีวิตบนเรือ

ส่วนชีวิตบนเรือนั้นลืมความสบายไปได้เลย เรือถูกออกแบบมาให้คล่องแคล่วที่สุด นั่นหมายความว่าเรือจะบรรทุกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

12 ชั่วโมงสุดโหด

ลูกเรือมี 3 กิจกรรมหลักที่ต้องจัดการ ได้แก่ ควบคุมเรือ 4 ชั่วโมง นอนพัก 4 ชั่วโมง และแสตนด์บายเผื่อกรณีฉุกเฉิน 4 ชั่วโมง

น้ำ

แม้จะอยู่กลางน้ำผืนใหญ่ แต่น้ำจืดนั้นน้อยนิด เครื่องกรองน้ำที่ติดตั้งไว้บนเรือสามารถผลิตน้ำจืดได้วันละ 50 ลิตรเท่านั้น เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์หนึ่งในลูกเรือ เราถามเธอว่า “แล้วอาบน้ำกันอย่างไร เพราะน้ำจืดก็แทบไม่พอกิน” เธอตอบปนขำว่า “ก็ถ้าฝนตกเมื่อไร ลูกเรือทุกคนก็จะคว้าสบู่แล้ววิ่งไปอาบน้ำด้วยน้ำฝน”

 

อาหาร

การแข่งขันไม่อนุญาตให้เอาอาหารสดขึ้นเรือ ตลอด 9 เดือน (ไม่นับจุดแวะพัก) ลูกเรือจะประทังชีวิตด้วยอาหารแห้งที่แพ็กไว้ตามจำนวนคน สถิติของ Volvo ระบุว่า การบังคับเรือนั้นใช้พลังงานมากถึง 5,000 แคลอรีต่อวัน นั่นหมายความว่า นักแข่งอาจน้ำหนัก 15-25 กิโลกรัมระหว่างการแข่งขัน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพ ลูกเรือจึงจะต้องกินวิตามินมากถึง 20 เม็ดต่อวัน

เครื่องนุ่งห่ม

เครื่องแบบแต่ละทีมย่อมมีสีสันแตกต่างกันไป แต่หลัก ๆ แล้วมี 2 ชุด ชุดแรกสำหรับสภาพอากาศหนาวเย็น  ประกอบด้วยชุดกันลม กันน้ำ และรองเท้าบูต สำหรับสภาพอากาศร้อนก็จะสบายหน่อย อาจเป็นเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น

กรณีฉุกเฉิน

ภายในอาคารที่จัดแสดงเรือจำลอง ไกด์ของเราเล่าว่า ส่วนหัวของเรือนั้นกั้นไว้เป็นห้องใช้เก็บศพในกรณีที่ลูกเรือเสียชีวิต

เห็นอย่างนี้แล้วคุณผู้อ่านคงจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมเราถึงจะต้องบินไปถึงเกาะฮ่องกงเพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าให้คุณฟัง สำหรับคนที่อยากรู้ว่าเรือแล่นไปถึงไหนแล้ว แนะนำให้ตามไปอัพเดตข่าวคราวบนเว็บไซต์นี้ได้เลย www.volvooceanrace.com

Related Post