Heineken® Presents Sensation Rise 2018

Related Post SIWILAI Tour X The Avalanches เมื่อเทรนด์เปลี่ยน ช… Volvo Ocean Race: ความท้าทายของการอยู่กลางทะเลนาน … 10 เหตุการณ์น่าจดจำตลอดกาลในเทศกาลหนังคานส์… คอ EDM พลาดไม่ได้! กับการแสดงครั้งสุดท้ายของดีเจผู… เมื่อวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง LE PETIT PRINCE หรือ เจ้… Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือห… Ocean8 x Cartier รังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภ… Benicio for Sicario บทสัมภาษณ์ของเบเนซิโอที่มีต่อภ…

Related Post

เมื่อวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง LE PETIT PRINCE หรือ เจ้าชายน้อย ร่วมสร้างความ Limited Edition อีกครั้ง

Related Post Heineken® Presents Sensation Rise 2018 Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือห… Ocean8 x Cartier รังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภ… Benicio for Sicario บทสัมภาษณ์ของเบเนซิโอที่มีต่อภ… ไขความลับสุดยอดของ ชา ที่มีราคาร่วมแสน… ฉลองครบรอบ 12 ปี การเป็นพันธมิตรกลุ่มโรงแรมเลอบัว … อยากกินกุ้งแม่น้ำเหรอ ? ทำไมต้องไปไกลถึงอยุธยา… ชะตากรรมของซูเปอร์โมเดลในศตวรรษที่ 19 กับชีวิตที่ไ…

Related Post

Design & Desire สำหรับสุภาพบุรุษ กลิ่นหอมคือหัวใจสำคัญในการคอมพลีตลุค

Related Post พูดคุยภาษาฟุตบอลกับ “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง… Heineken® Presents Sensation Rise 2018 เมื่อวรรณกรรมชิ้นเอกอย่าง LE PETIT PRINCE หรือ เจ้… ไอเทมคู่ใจที่ผู้ชายทุกคนควรมี… BOSS Menswear Pre-Fall 2018 คอลเลกชั่นที่เห็นแล้ว… อัพเดทคอลเลคชั่นล่าสุด : GIVENCHY FASHION WEEK HC … Fashion new wave กับผลงานออกแบบล่าสุดจากนิสิต มศว… TOURBILLON DAY บริเกต์เดย์ อัจฉริยะแห่งวงการนาฬิกา…

Related Post

MORE THAN A NORMAL CRIME MOVIE!!! หนังโจรกรรมสุดเพี้ยนน่าดู

มาจับเข่าคุยกับแบรี่ คีโอแกน หนุ่มน้อยหน้าตาแปลกผู้รับบทนำในภาพยนตร์สุดเพี้ยนอย่าง American Animals ว่าด้วยเรื่องการโจรกรรมของเด็กรวยไม่มีอะไรทำที่แท้จริงแล้วมีอะไรลึกไปกว่านั้น

เคยจินตนาการไหมว่า ถ้าบ้านคุณรวยล้นฟ้าชนิดที่นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ จนตายก็ผลาญสมบัติไม่หมด คุณจะหาคุณค่าและนิยามความเป็นตัวเองได้อย่างไร? ภาพยนตร์เรื่อง American Animals นี้ได้เล่าเรื่องราวของนักศึกษาหัวกะทิอนาคตไกล ครอบครัวดีจำนวน 4 คนที่รวมหัวกันจารกรรมหนังสือ The Birds of America ที่ถือว่าเป็นหนังสือหายากด้วยแผนการที่แยบยลที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยบันทึกไว้

ก่อนไปพบกับภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก แต่เนื้อหาไม่เล็กขนาดนี้ เรามาทำความรู้จักกับแบรี่ คีโอแกน ดาราหนุ่มอนาคตไกลจากภาพยนตร์เรื่อง Dunkirk (2017) และ The Killing of Sacred Deer (2017) ที่รับบทสเปนเซอร์ ไรน์ฮาร์ด นักศึกษาเอกศิลปะ และหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อเหตุการณ์ปล้นเหนือเมฆที่ทำเอาเอฟบีไอทึ่งมาแล้ว

Q: อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณเข้าร่วมโปรเจกต์หนัง “American Animals” ?

A: บาร์ท เลย์ตัน ครับ เขาคือหนึ่งในลิสต์ผู้กำกับที่ผมอยากจะร่วมงานด้วยตั้งแต่ช่วงที่ผมเริ่มอาชีพนักแสดง  รวมถึงผู้กำกับอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน และ ยอร์กอส แลนธิมอส ดังนั้นเมื่อเขาประกาศหานักแสดง ผมก็ลองสมัครไปดู หลังจากนั้นบาร์ทก็ได้คุยกับผมผ่านทาง Twitter ว่า “คุณมีเวลามาที่ลอนดอนบ้างไหมผมเลยตอบกลับไปว่า “ครับ ผมมีเวลา” และเราก็ได้พบกัน และนั่งคุยกันถึงโปรเจกต์หนังเรื่องนี้  เขาพูดกับผมว่า “ผมอยากให้คุณส่งเทปแนะนำตัวมา” และหลังจากนั้นเราก็ได้ร่วมงานกันครับ

 

Q: หนังได้ฉายทั้งในเทศกาล Sundance และ SXSW คุณรู้สึกอย่างไรกับประสบการณ์เหล่านั้น?

A: เยี่ยมไปเลยครับ ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นภาพแบบนั้น กลุ่มของผู้ชมใน SXSW ส่วนมากจะเป็นคนหนุ่มสาวเสียมากกว่า มันเป็นไปได้สวย และผมก็รู้สึกดีใจที่มันเป็นแบบนั้น

 

Q: คุณรู้จักคดีโจรกรรมคดีนี้ก่อนที่คุณจะมาเล่นเรื่องนี้หรือเปล่า?

A: ไม่เลยครับ ก่อนผมเซ็นสัญญาผมไม่เคยได้ยินเรื่องของคดีนี้มาก่อนเลย ผมไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะไปได้สวย เพราะมั่นใจในฝีมือและประสบการณ์ของบาร์ท เลย์ตั้น อย่าง “The Imposter” ซึ่งผมก็ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ

 

Q: ดูเหมือนว่าปี 2017 จะเป็นที่ดีของคุณ เพราะคุณได้รับบททั้งใน “Dunkirk” และ บทของตัวร้ายใน “The Killing of the Sacred Deer”แล้วตัวละครของคุณใน “American Animals” แตกต่างจากบทที่คุณเคยได้รับอย่างไร?

A: สิ่งที่ผมเห็นในนั้นเป็นสิ่งที่ผมตั้งคำถามทุกครั้ง คำถามนั้นคือ ตัวละครตัวนี้แตกต่างจากตัวละครที่ผมเคยรับบทที่แล้วๆ มาอย่างไร   ผมรับบท ไรน์ฮาร์ด นักศึกษาเอกศิลปะ หนึ่งในสมาชิกแกงค์โจร ความท้าทายคือผมจะสร้างความแตกต่างให้กับตัวละครนี้ได้หรือเปล่า  ผมจะต้องพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน ผมอยากจะแสดงให้หลากหลาย และผมต้องการให้ผู้คนพูดถึงผมว่าเจ้าหนูนั่นเป็นคนที่เล่นบทบาทไหนก็ได้ นั่นคือเป้าหมายหลักของผมครับ และก่อนจะไปถึงจุดนั้นต้องทำงานกับผู้กำกับฝีมือดี และแสดงในบทบาทที่มีความเป็นเอกลักษณ์

American Animals เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ชั้นนำตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมเป็นต้นไป

Related Post

Ocean8 x Cartier รังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

 

ได้รับความสนใจไม่แพ้พลังนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวู้ดในภาพยนตร์เรื่อง Ocean’s 8 โดย Cartier ได้ปลุกตำนานสร้อยพระศอของมหาราชาแคว้น Nawanagar  ร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์แห่งปี Ocean’s 8 ภาคต่อของภาพยนตร์   แอคชั่นในตำนาน Ocean’s 11อันโด่งดัง บรรจงรังสรรค์จิวเวลรี่ชิ้นพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ 

คาร์เทียร์ได้ระดมช่างฝีมือของแผนกอัญมณีชั้นสูง (High Jewelry) ณ Rue de la Paix ในกรุงปารีส ใช้ช่างอัญมณีที่เชี่ยวชาญที่สุดเพื่อรังสรรค์สร้อยคอชิ้นเอกในระยะเวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ สร้อยคอได้ถูกปรับให้เข้ากับสรีระของดารานำในเรื่อง แอน แฮทธาเวย์ โดยลดขนาดลงราว 15-20% ของขนาดดั้งเดิมที่ออกแบบมาเพื่อมหาราชาแห่งแคว้น Nawanagar

สามารถถอดเปลี่ยนได้และได้รับการปรับแต่งให้พอดีกับสรีระของนักแสดงอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับสร้อยคอตูซองต์ที่ผลิตขึ้นใหม่เพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ ประกอบไปด้วย เพชรน้ำงามไม่มีสีใดๆ เจือปน ส่วนดั้งเดิมที่ใช้เพชรสี ช่างได้ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่เรียกว่าเซอร์คอเนียมออกไซด์แทนที่และวางลงบนตัวเรือนทองคำขาว

 

คาร์เทียร์ยังเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพียงหนึ่งเดียวที่ดารารับเชิญในภาพยนตร์สวมใส่ในระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโปลิตันหรือ The Met เป็นเวลา 5 คืนติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชั้นสูง ไฮ จิวเวลรี่ นาฬิกาและเครื่องประดับแบบต่างๆ

 

 

 

 

บูติคแฟลกชิพ ณ ถนนฟิฟท์อเวนิวหรือคาร์เทียร์แมนชั่น (Cartier Mansion) หนึ่งในแลนด์มาร์กของกรุงนิวยอร์กได้ใช้เป็นที่ถ่ายทำหลายฉากที่สำคัญ โดยคาร์เทียร์ปิดทำการแมนชั่นเป็นเวลา 2 วันในการถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงสถาปัตยกรรมด้านนอกของคาร์เทียร์แมนชั่นบนถนนหมายเลข 52 ยังปรากฏในภาพยนตร์อีกด้วย

 

Related Post

Benicio for Sicario บทสัมภาษณ์ของเบเนซิโอที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้

Sicario ภาคที่แล้วเป็นที่ชื่นชอบมาก คนรอดูภาคสองไม่ไหวแล้ว คุณพอจะบอกใบ้อะไรได้บ้างไหม?

เบเนชิโอ: คือว่า มันเป็นอีกบทนึงของหนัง แต่ก็จะมีตัวละครจากภาคเก่าที่ต้องมาประจันหน้ากันในสถานการณ์เดียวกันอีกครั้งเหมือนในภาคก่อน แต่บอกเลยนะว่ามันจะมีโมเมนต์ที่ต้องร้องว่า “ชิบ–ละ!” เยอะเลย บทมันคาดเดาไม่ได้ เต็มไปด้วยอารมณ์แต่ก็บันเทิงมาก

ในภาคนี้ มีอะไรที่คุณต้องเปลี่ยนแปลง หรือบทบาทของคุณเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

เบเนชิโอ: สิ่งที่ทำให้การเดิมพันในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ขึ้นคือความจริงที่ว่า ตัวอเลฮานโดรติดอยู่ในความลังเลเรื่องศีลธรรม ระหว่างสงครามที่เขามีส่วนก่อ และความต้องการที่จะปกป้องสาวน้อยอิซาเบลลาที่เป็นเหยื่อของสงครามนั่นแหละเพราะฉะนั้น ปมตรงนี้ทำให้ตัวละครของผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ผมเคยคิดไว้เลยครับ เปลี่ยนแปลงไปจากการเป็นตัวละครที่ผมรู้จักใน Sicario ภาคเก่า ตอนนี้ตัวละครตัวนี้พัฒนาไปอีกระดับแล้ว สู่ความเป็นมนุษย์ที่ผมไม่เคยเห็นในภาคก่อน

รู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่า Sicario จะมีภาคสองอีก คุณตื่นเต้นไหม

เบเนชิโอ: ตอนที่ผมถ่ายภาคแรกจบ ก็ไม่คิดว่าจะมีภาคสองต่อ แล้ววันนึงโปรดิวเซอร์ก็โทรมา ผู้จัดการและเอเจนต์ผมมาบอกว่ามีสคริปต์ภาคสองให้อ่าน ผมก็ว่าเอาสิ ตั้งแต่หน้าแรกที่อ่านผมก็รู้สึกได้ว่ามันยอดมาก มีความเป็นเทย์เลอร์ (เทย์เลอร์ เชอริแดน คนเขียนบท) อยู่เต็มไปหมด แล้วทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ก็พยายามทำให้สคริปต์ของเทย์เลอร์มีชีวิตขึ้นมา แล้วในอีกทางนึงก็เพราะว่าสคริปต์นั่นเป็นฝีมือของเทย์เลอร์ด้วย เราถึงมีชีวิตจริงขึ้นมาได้ เขามีส่วนในหนังและโลกที่เขาสร้างขึ้นมามากทีเดียว

ตื่นเต้นไหมกับการกลับมารับบทตัวละครนี้ในภาคสอง เพราะเหมือนคุณจะตอบตกลงโดยทีทันเลย

เบเนชิโอ: ครับ ผมตื่นเต้นมาก เพราะว่า ถึงแม้เดนีจะไม่สามารถมาร่วมงานกับเราคราวนี้ได้ แต่เมื่อผมได้อ่านบท มันเปลี่ยนไปไม่เหมือนภาคแรก แต่ยังมีความเป็น เทย์เลอร์ เชอริแดน อยู่ในนั้น มีความสมจริง ถึงแม้จะเป็นบทภาพยนตร์แต่ก็สมจริงมากๆ ซึ่งมันดึงดูดผมกับ จอช โบรลิน และผมก็เชื่อมือ สเตฟาโน่ โซลลิม่า ผู้กำกับคนใหม่ เขาต้องทำมันออกมาดีแน่ๆ เพราะงั้น เรื่องภาพและดนตรีมันเจ๋งแน่นอน หนังภาคนี้มีเสน่ห์ของมันเอง ส่วนโยฮัน โยฮานสัน (นักประพันธ์ดนตรีประกอบ) เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่เขาคงไม่ได้ร่วมงานกับเราอีกแล้ว เขาเป็นคนเก่งมาก น่าเศร้ามากครับ

ผลงานของเขาในเรื่อง Sicario มันเป็นปรากฎการณ์ที่สุดยอดมากจริงๆ เห็นว่า เทย์เลอร์ เชอริแดน คิดจะทำเป็นไตรภาคด้วย ถ้าคุณกลับมารับบทในภาคสองแบบนี้ ได้พูดคุยเรื่องของภาคสามไหม หรือแค่ภาคสอง?

เบเนชิโอ: หลังจากที่เขาพูดว่าเขาจะเขียนภาคสอง ผมก็ได้มีบทสนทนาสั้นๆ กับว่าเขาต้องการเขียน Sicario ออกมาเป็นสามภาค เขาน่าจะวางแผนอะไรอยู่ ผมแค่หวังว่าภาคนี้  Sicario: Day of Sodaldo จะทำให้คนสนใจมากๆ เพื่อให้ภาคสามเกิดขึ้นได้

ระหว่างที่ถ่ายทำ Sicario คุณรู้มาก่อนรึเปล่าว่าเรื่องนี้ได้รับการถ่ายทำเป็นพิเศษ

เบเนซิโอ: ไม่เลย ไม่รู้มาก่อนเลยครับ

มารู้ตอนเห็นผลลัพธ์การถ่ายทำใช่ไหมแบบนี้

เบเนชิโอ: สำหรับภาคแรก ผมกำลังพูดถึง Sicario นะ ตอนที่ได้อ่านสคริปต์ ผมไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์คเท่าไหร่ เพราะว่าเราดำเนินเรื่องตามตัวละครของ เอมิลี่ บลันท์ สองในสามส่วน จากนั้นก็ดำเนินเรื่องตามตัวละครของผม อเลฮานโดร ผมก็เลยไม่มั่นใจว่ามันจะเวิร์ค แต่แล้วมันก็ปรากฏให้เห็นว่า “มันไม่มีกฎ” สำหรับหนังเรื่องนี้หรอก

Related Post

ไขความลับสุดยอดของ ชา ที่มีราคาร่วมแสน

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนวิถีชีวิตอันทรงคุณค่าของชาวญี่ปุ่นมายาวนาน  มาสเตอร์ หรือ “เซนเซ” จากจังหวัดชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น อย่าง โอตะ มาซาตากะ ปราชญ์ชาวบ้านวัย 75 ปี เจ้าของไร่ชา Kaneda Otaen ในจังหวัดชิซึโอกะ สะท้อนถึงความรักและความพิถีพิถันในการปลูกชาที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของคนชิซึโอกะ “ลุงอยากแสดงให้เห็นว่าใบชาคุณภาพดีก็สามารถทำเครื่องดื่มคุณภาพดีได้ไม่แพ้ไวน์ราคาแพง”

โอตะ มาซาตากะ

ในแต่ละปี ไร่ชาของคุณโอตะจะผลิตใบชาสดรวมทั้งหมด 30 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการทำให้แห้งแล้วจะเหลือเพียง 3 กิโลกรัมเท่านั้น หลังจากนั้นใบชาทั้งหมดจะส่งเข้าการประมูล เพื่อนำไปผลิตเป็นชาเขียวชั้นเลิศ ซึ่งมีราคาสูงถึงกระป๋องละ 300,000 เยน หรือประมาณ 100,000 บาท ด้วยความพิถีพิถันและความใส่หัวใจในการพัฒนา ทำให้ชาเขียวของคุณโอตะได้รับเลือกให้ถวายต่อสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ รวมถึงกลุ่มผู้นำประเทศในการประชุม G7 ที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว แม้แต่การทำผลิตภัณฑ์ชาเขียวญี่ปุ่นพร้อมดื่มคุณภาพระดับพรีเมียมก็ต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของการปลูกชาและการคิดค้นสูตรที่เหมาะสมที่สุด

โอตะเล่าว่า “การทำชาที่ดีจะต้องมีดินที่อุดมสมบูรณ์  แหล่งน้ำในการทำเกษตรกรรมที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย และการดูแลต้นชาที่ดี ด้วยความที่ชิซึโอกะเป็นพื้นที่ที่มีสิ่งเหล่านี้ครบ จึงทำให้ชาชิซึโอกะมีกลิ่นหอม รสชาติดี  และคุณภาพสูงกว่าที่อื่น” สิ่งสำคัญที่ทำให้ชาจากไร่ Kaneda Otaen ในจังหวัดชิซึโอกะ มีราคาแพงกว่าใครเพื่อนนั้นเป็นเพราะคุณโอตะ ใส่ใจเลี้ยงดูต้นชาเหมือนลูก โดยคุณโอตะเผยว่า “เวลาอากาศหนาว  ต้นชาก็ต้องการพักผ่อนอยู่นิ่งๆ เหมือนคน ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกหนาว ต้องห่มผ้าให้ลูกอยู่เสมอ  ลุงก็ห่มผ้าให้ต้นชาเหมือนกัน”

ผ้าห่มในไร่ชาของคุณโอตะคือตาข่ายเนื้อหนา ซึ่งจะนำไปคลุมก่อนเก็บผลิต 1 สัปดาห์  ตาข่ายเนื้อหนานี้นอกจากจะปกป้องต้นชาจากความหนาวแล้วยังช่วยยับยั้งปฏิกิริยายามที่ใบชาต้องแสงแดดเพื่อให้ชาที่ได้จากการเก็บเกี่ยวคงรสชาติที่ดีที่สุดไว้ “วิธีการเก็บใบชาที่ดีคือเลือกยอดที่มี 2 ใบติดกันและมีความยาวของใบเท่ากับ 3 นิ้วเรียงกัน เด็ดด้วยมือ ดินที่นำมาใช้ปลูกชาจะต้องนุ่ม เพราะต้นชาก็อยากจะเติบโตบนพื้นดินนุ่มๆ ไม่ต่างจากคนเราที่ไม่อยากนอนบนที่แข็งๆ ลุงจะผสมดินเข้ากับหญ้าภูเขาให้ดินหยุ่น  ส่วนปุ๋ยก็ทำเองตามธรรมชาติ มีกิ้งกือ ดักแด้ชอนไช ทำให้ดินพรุนเต็มไปด้วยอากาศ  จนกลายเป็นเตียงนุ่มๆ สบายสำหรับต้นชา”  วันนี้ไร่ Kaneda Otaen  ได้รับรางวัลระดับประเทศนับร้อยรางวัล

“ที่จริงภรรยาของลุงเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัล โดยที่ตอนนั้นลุงไม่เคยคิดส่งชาเข้าประกวด  แต่เมื่อลองดูก็ ได้รับรางวัลมาเรื่อยๆ  ลุงเองจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง  แต่ที่จำได้ก็คือไม่กี่ปีก่อนมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาตามหาชาคุณภาพดีที่สุดเพื่อนำไปเสิร์ฟกลุ่มผู้นำประเทศ G7  ลุงอยากแสดงให้เห็นว่าใบชาคุณภาพดีก็สามารถทำเครื่องดื่มคุณภาพดีได้ไม่แพ้ไวน์ราคาแพง  เลยส่งให้รัฐบาลพิจารณาจนได้รับการคัดเลือกให้เสิร์ฟในการประชุมครั้งนั้น”

คุณภาพของชาชิซึโอกะนั้นนอกจากจะเป็นผลลัพธ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศที่เอื้ออำนวย และการดูแลเลี้ยงต้นชาอย่างดีแล้ว ยังต้องอาศัยฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ในการชงชาควบคู่กันไปด้วย เหล่าบรรดามันสมองผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของชานั้นเรียกว่า ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา หรือ “Tea Master” สำหรับในวงการชาญี่ปุ่นนั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เซนเซ ซาโตรุ ฟูจิโมโต หนึ่งในทีมาสเตอร์ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดฝีมือในการการเบลนด์ใบชา เจ้าของต้นตำรับสูตรชาเกือบ 1,000 สูตร

“ทุกวันจะมีชากว่า 50 ชนิด จำนวน 50,000 – 290,000 กิโลกรัม ขนส่งเข้ามา ผมนั้นมีหน้าที่คัดแยกใบชาทั้งหมดด้วยผ่านกรรมวิธีต่างๆ นับตั้งแต่การนำไปคั่วร้อน ไปจนถึงใส่น้ำร้อนแล้วชิมเพื่อแยกรสชาติ จึงจำเป็นต้องรู้ว่าใบชาแต่ละชนิดปลูกที่ไหน เพื่อให้ทราบรสชาติเบื้องต้นและสามารถกำหนดสูตรการเบลนด์ชาได้” เขาเผยถึงกิจวัตรการทำงานในฐานะทีมาสเตอร์ แต่ละวันเซนเซ ซาโตรุ ฟูจิโมโต จะดื่มชากว่า 100 ถ้วย เพื่อจับสังเกตทุกรายละเอียด ตั้งแต่สีของน้ำชาเมื่อผ่านความร้อน ไปจนถึงกลิ่นหอมระหว่างความร้อนระดับต่างๆ จนสามารถสัมผัสรับรู้รส กลิ่น สี ของชา และแยกแยะรสสัมผัสของชาได้อย่างลงตัว โดยหลังจากประสบความสำเร็จในการคิดค้นสูตรชาให้ชาวญี่ปุ่นได้ลิ้มลองกันมาแล้วมากมายตลอดระยะเวลากว่าสามทศวรรษ ล่าสุด เซนเซ ฟูจิโมโต ได้หันมาฝากผลงานเป็นผู้พัฒนาสูตรชาเขียวพร้อมดื่มระดับพรีเมียม “ชาชิซึโอกะ” ให้คอชาเขียวในเมืองไทยได้บริโภคกันด้วย

มิสเตอร์ซาโตรุ ฟูจิโมโต ทีมมาสเตอร์ผู้พัฒนาสูตรชาชิซึโอกะ

ด้วยกระบวนการปลูกที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน การผลิตที่ได้มาตรฐาน ประกอบกับสูตรการเบลนด์ใบชาระดับฝีมือปรมาจารย์และการเลือกสรรเฉพาะใบชาต้นฤดูจากการเก็บเกี่ยวครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ของปี จึงก่อให้เกิดเป็นชาที่มีความหอมหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติของใบชาชิซึโอกะ และรวมความสดและความเข้มข้นของคุณค่าชาไว้อย่างสมบูรณ์

Related Post

ชวนชิมอาหารจีนจากเชฟ 2 ดาวมิชลินจากสิงคโปร์

ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 12 มิถุนายนนี้ ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ  โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟสุดยอดอาหารจีนโดยฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง จากสิงคโปร์

อาหารจีนที่ได้รับการรับรองจากมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว ไม่ได้มีมาก แต่อาหารจีนก็เป็นอาหารที่ดูจะถูกปากคนไทย และรสชาติอาหารจีนจากเชฟที่ได้ 2 ดาวมิชลินนั้นจะเป็นเช่นไรย่อมน่าลิ้มลอง เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง มีประสบการณ์มากกว่า 35 ปี เขามีโอกาสแสดงฝีมือการปรุงอาหารถวายแด่กษัตริย์แห่งโมร็อกโก ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสิงคโปร์ รวมถึงบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงทั่วโลก

เขาเชี่ยวชาญด้านการผสมผสานศิลปะและกลิ่นอายความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการตกแต่งอาหาร เชฟม๊กยังได้รังสรรค์เมนูแปลกใหม่ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมกว่า 20 เมนู

คุณสามารถลิ้มลองอาหารจานเด่นของเชฟมิชลินสตาร์ระดับ 2 ดาว อาทิ ปลาคอดอบไข่ขาวและกังป๋วย เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนน้ำแดง หมูแดงเลิศรส ปลิงทะเลยัดไส้กุ้ง ตับห่านราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ ซุปไก่ตุ๋นรังนกพิเศษ และขานกกระทาทอดกระเทียมกรอบ ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 380++บาท ถึง 8,880++บาท

เชฟม๊ก กิ๊ด คว่อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่ฝ่ายสำรองที่นั่งห้องอาหารของโรงแรมฯ โทร.0 2236 7777  หรือ 0 2236 9952 หรือ www.shangri-la.com/bangkok

Related Post

White Pearl & Black Pearl หอยนางรม และคาเวียร์

 

สำหรับวงการอาหาร ถ้าพูดถึงไข่มุกและไข่มุกดำแล้วคนจะต้องนึกถึงเนื้อหอยนางรมขาวๆ สดๆ และคาเวียร์ เครื่องปรุงทั้งสองชนิดนี้เสมือนความหรูหราในมื้ออาหาร ถ้าตัดภาพลักษณ์หรูหราที่เรามอบให้กับอาหารสองชนิดนี้ ก็ต้องยอมรับว่ารสชาตินั้นสุดยอดของการนำเอาสิ่งที่ดีที่สุดของท้องทะเลมารวมรสเข้าไว้ด้วยกัน

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ได้นำเอาเครื่องปรุงที่เป็นสุดยอดจากท้องทะเล 2 สิ่งนี้มารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ โดยคัดสรรหอยนางรมชั้นดีจากฟาร์ม หอยนางรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากฟาร์มเดวิด แฮร์เว (David Herve farm) คาเวียร์จากคาเวียรี่ (Kaviari) จากปารีส และ แชมเปญระดับตำนานจาก หลุย โรเดอเรอ (Louis Roederer)

โดยห้องอาหารต่างๆ ของโรงแรมก็นำเครื่องปรุงสุดพิเศษ 2 ชนิดนี้มาปรุงเป็นอาหารจานเด็ด โดยฝีมือ Executive chef Dominique Martinez อาทิ หอยนางรม Rounce นำมาปรุงสไตล์นิวออร์ลีน ฉ่ำไปด้วยเนย สมุนไพรและพาร์สลีย์สับนำไปอบและเผาให้ผิวของอาหารกรอบมีความหอม แต่เนื้อหอยนางรมยังสดชุ่มคงรสแท้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม หอยนางรม Royale นำมาปรุงด้วยซอสแชมเปญซาบายอง หอยนางรม Boudeuse นำมาจับคู่กับหน่อไม้ฝรั่งสดปรุงให้สุดแต่คงรสกรอบหวานไว้ราดด้วยซอสเวลูเต โรยด้วยเนยแข็งพาร์มีซานฝานเป็นแผ่นบางๆ นี่เป็นแค่ตัวอย่างอาหารบางจาน ส่วน Chinese Cuisine Executive Chef Ball Yau จากห้องอาหารจีนเหม่ยเจียง นำหอยนางรมมาผัดกับไข่เค็มแสนอร่อยและเข้าได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่าอาหารรสเลิศอีกหลายชนิดที่ปรุงจากหอยนางรมจะมีคาเวียร์เป็นส่วนหนึ่งด้วย

แต่ต้องไม่ลืมที่จะสัมผัสรสชาติแท้ๆ ของคาเวียร์ชั้นเลิศของ Kaviari หลังจากมีกฏหมายคุ้มครองปลาสเตอร์เจียน คาเวียร์จึงถูกผลิตจากปลาชนิดนี้ที่เลี้ยงในฟาร์มและนำไข่มาทำเป็นคาเวียร์  ไม่ว่าจะเป็น Oscietra Prestige caviar, Beluga caviar และ Caviar premium white sturgeon เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างแผ่นแป้งเล็กๆ  blinis ไข่ต้มส้บ ต้นหอมฝรั่งสับ ฯลฯ แต่วิธีที่จะลองลิ้มชิมรสคาเวียร์แบบคนรัสเซียแท้ๆ นั้นคือ เช็ดหรือล้างหน้ามือระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ตักคาเวียร์วางลงไป และนำเข้าปาก ตามด้วยพรายฟองที่หอมละมุนของ Louis Roederer champagnes ที่มีทั้งโรเซ่, Blanc de Blancs 2010, Louis Roederer Cristal Brut 2009 ฯลฯ มาครบความเลิศหรูของแชมเปญตระกูลนี้

Related Post

The Standard and Olivier Rousteing Host

วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand รวมภาพเอ็กคลูซีฟ งาน After Party แห่ง Met Gala 2018 มาให้ชมครับ งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมเก๋ระดับโลก ‘The Standard’ โรงแรมหรูแอนด์ชิคที่สุดของวินาทีนี้ ซึ่งกระซิบครับว่า  ‘แสนสิริ’ ได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นที่เรียบร้อย งานนี้แสนสิริเลยได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงานปาร์ตี้ โดยได้ Olivier Rousteing ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จากแบรนด์ Balmain มาเป็นพ่องานให้ไม่ต้องสืบก็รู้ว่ามันขนาดไหน

After Party นี้รวมตัวจี๊ดของฮอลลรีวูดไว้หนาแน่น ทั้ง Jennifer Lopez, Paris Jackson, Sean O’Pry, Jared Leto, Michael B Jordan, Lily Collins และ Emma Stone 2018

ใครไป New York อย่าลืมแวะไปเชคอินกันนะ เพราะถึงแม้จะไม่มี Met Gala แล้ว แต่เซเลปเบอร์ใหญ่ก็ตบเท้ามา The Standard อยู่ดี เพราะปาร์ตี้ที่นี่ การันตรีว่าดีเสมอ

 

 

 

Related Post