Positive Attitude Makes Even More Positive Opportunity

ทันทีที่ลอฟฟีเซียล ออมส์ได้รับเชิญไปร่วมทริปสุดเร้าใจอย่าง Fearless Driving with the Master กับไมค์ ฮอร์น และลูกสาวทั้งสองเพื่อทดสอบสมรรถนะรถยนต์ GL-Class (และแน่นอนว่าต้องมี G-Class ที่ไมค์ใช้เป็นพาหนะคู่ใจมานานกว่า 17 ปีไปร่วมขบวนด้วย) เราไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลง เพราะหลังจากที่เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ไมค์ในงานแถลงข่าวสั้นๆ (หาอ่านบทสัมภาษณ์ที่เราแสนจะภูมิใจได้ในนิตยสารลอฟฟีเซียล ออมส์ พลัส ฉบับพิเศษที่กำลังจะวางแผงในเดือนมิถุนายนนี้) นั้น เราก็รู้สึกได้ถึงพลังงานด้านบวกของไมค์ที่ถูกส่งมาหาเรา จนทำให้คนในบริษัทเราหลายคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองตามไมค์ไปเลยทีเดียว (แต่เราไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้นนะ เราแค่เอาปรัชญาการใช้ชีวิตของไมค์และลูกสาวคนสวยมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา และใช้ชีวิตของเราให้สมบูรณ์แบบและมีความสุขที่สุดเท่าที่เราพอจะทำได้)

และหลังจากเราได้มีโอกาสขับรถทั้ง GLC 250d 4MATIC Coupé AMG Plus และ GLE 350d 4MATIC Coupé AMG Dynamic ผ่านเส้นทางอันรกชัฏระดับที่เราไม่มีวันดั้นด้นมาถึงเองได้อย่างแน่นอน เราก็ยิ่งปลาบปลื้มใจเข้าไปใหญ่กับโอกาสหนึ่งครั้งในชีวิตนี้ ในระหว่างเส้นทางทดสอบ นอกจากเราจะได้รับคำกระตุ้นผ่านว. จากไมค์ว่า ไม่ต้องเหยียบเบรก ไม่ต้องหลบหลุมใดๆ เพราะสมรรถนะรถ GL-Class ที่เรากุมพวงมาลัยอยู่นั้นสามารถรองรับได้ทุกสถานการณ์ที่แท้จริง ไมค์ยังสั่งหยุดขบวนเป็นระยะๆ และเปิดโอกาสให้พวกเราได้ร่วมทดสอบสมรรถนะของ G-Class คู่ใจของเขาที่สามารถบุกป่าฝ่าดงได้ในระดับที่ทำพวกเราทึ่งเป็นอย่างมาก (หลังจากทริปนี้จบลง เราถึงขั้นโทรศัพท์ไปปรึกษาผู้ปกครองว่า จะมีโอกาสได้ถอย GLA คันเล็กมาประดับบารมีที่บ้านสักคันไหมเลยทีเดียว) ซึ่งนอกจากเราจะทึ่งในสมรรถนะและความสามารถของเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาใน Mercedes-Benz เหล่านี้แล้ว เราก็อดทึ่งกับทัศนคติอันโดดเด่น และความหลงใหลในอาชีพตัวเองที่ไมค์ถ่ายทอดออกมาเป็นอย่างมาก

ในระหว่างการทดสอบนั้น มิสเตอร์ฟรังค์ได้เลือกมานั่งข้างเราในระหว่างทางสมบุกสมบัน (ซึ่งเราแอบเกร็งเล็กน้อย เพราะเราเป็นคนถือพวงมาลัย แต่ด้วยสมรรถนะที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เราก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นความสนุกสนานที่ได้มีโอกาสขับรถออฟโร้ดให้กับผู้บริหารบริษัทรถนั่งเลยทีเดียว) เราจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาในเรื่องต่างๆ ซึ่งประเด็นที่ติดใจเรามากนั้นคือเมื่อเขาบอกกับเราว่า “ไมค์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อแบรนด์ของเราเป็นอย่างมาก”

ทัศนคติสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้บริหารคนนี้ ทำให้เรามาย้อนคิดถึงสถานะของตัวเองทันที เราตั้งคำถามอย่างรวดเร็วว่า คุณค่าของตัวเราที่เราทำให้บริษัทนั้น มากเพียงพอที่จะทำให้ ‘แบรนด์’ หนึ่งเชื่อใจเราได้เทียบเท่ากับที่เมอร์เซเดส-เบนซ์เชื่อใจไมค์จนกระทั่งให้เขาเป็นหน้าเป็นตาของ G-Class มาอย่างต่อเนื่องกว่า 17 ปีหรือไม่ และถ้าวันหนึ่ง เราต้องจากบริษัทของเราไป คุณค่าในตัวของเราจะมากพอที่จะทำให้บริษัทรู้สึกเสียดายเราไหม หรือเราจะมีค่าเพียงแค่ให้บริษัทภาวนาให้เราไปพ้นๆ เสียทีกันแน่

เราจึงกระตือรือร้น(มาก)ที่จะดึงตัวมิสเตอร์ฟรังค์มาคุยกันต่อในประเด็นดังกล่าว ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวังเลย “ผมคิดว่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ทุกคนของเรา ไม่ว่าจะอยู่ในระดับโลคอลหรือโกลบอลนั้นมีจุดร่วมหนึ่งที่เหมือนๆ กันก็คือ ทัศนคติในการดำรงชีวิตครับ” ฟรังค์ตอบคำถามเราเมื่อเราถามว่า เหตุใดไมค์จึงถูกเลือกใช้งานให้เป็นเฟซของ G-Class มาอย่างต่อเนื่องยาวนานได้ขนาดนี้ “ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราทุกคนนั้นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ จุดร่วมของพวกเขาคือ พวกเขาผลักดันตัวเองให้เกินขีดจำกัดอะไรบางอย่างเสมอ สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ให้กับวงการที่พวกเขาอยู่ อย่างเช่นไมค์ เขาเป็นนักผจญภัย เขาได้ทำสิ่งต่างๆ เป็นคนแรก ไม่ว่าจะว่ายน้ำในแม่น้ำอะแมซอน เดินทางจากขั้วโลกหนึ่งไปอีกขั้วโลกหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยตัวช่วย หรือพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์อะไรบางอย่างที่มีเขาเพียงคนแรกเท่านั้นที่จะทำ ซึ่งเราเห็นว่า เขาสามารถแสดงคุณค่าของแบรนด์เราออกมาได้อย่างชัดเจน โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรมากมายเสียด้วยซ้ำ”

ทัศนคติด้านบวกของไมค์นั้นราวกับเป็นโรคติดต่อถึงกันได้ นอกจากคนในบริษัทของเราจะลุกขึ้นมาตัดสินใจอะไรบางอย่างหลังจากได้คุยกับเขาแล้ว ฟรังค์เองก็ยอมรับว่าการ ‘ขายของ’ ของไมค์นั้นเป็นไปได้อย่างเรียบลื่นไม่มีที่ติจริงๆ “คุณก็ได้ฟังที่เขาพูดแล้วใช่ไหม” เขาเอ่ยปากถาม “เขาไม่ได้ขายรถ G-Class แบบที่เซลส์ทั่วไปขาย แต่เขาอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมเขาถึงต้องการเทคโนโลยีที่ดีที่สุด หรือสินค้าที่ดีที่สุดเพื่อสนับสนุนการผจญภัยของเขา เท่ากับว่า สินค้าที่เขาเลือกมาสนับสนุนตัวเขานั้นจะต้องมีความเป็นมืออาชีพและเชื่อใจได้เทียบเท่ากับตัวเขา เขาจึงเลือกแบรนด์และพาร์ตเนอร์ต่างๆ อย่างระมัดระวังมาก ดังนั้น พวกเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอ G-Class เป็นส่วนหนึ่งให้กับการผจญภัยของเขา เพราะนั่นเป็นข้อพิสูจนได้เป็นอย่างดีว่า สมรรถนะของเจ้าสี่ล้อคันนี้นั้นเป็นที่เชื่อใจได้ที่สุดในการขับขี่แบบออฟโร้ดนั่นเอง ดังนั้น การได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมกับเขา ได้สนับสนุนเขา ในขณะเดียวกันก็ได้รับการสนับสนุนจากเขานั้นก็ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของแบรนด์เราจริงๆ”

นั่นยิ่งทำให้เราต้องมองย้อนกลับมาดูคุณค่าในตัวเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเราหวังว่า ทัศนคติด้านบวกที่เราได้รับจากไมค์และลูกสาวทั้งสองนั้น จะสามารถติดต่อจากเราไปสู่ผู้อ่านของเรา และทำให้ชีวิตของทุกคนนั้นดีขึ้นอีกสักครึ่งเลเวล… ก็ยังดี

เพื่อที่วันหนึ่ง เราจากไป เราจะได้จากไปให้คนคิดถึง… ไม่ใช่ให้คนสาปแช่งไล่หลัง

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Mercedes-Benz ทุกรุ่นได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือ FB: MercedesBenzThailand

Mr.Frank Steinacher

 

Related Post