5 ทริปไฟไหม้หนีสงกรานต์

text: Phornsuang W.

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ มองไปทางไหนก็มีแต่แดด ออกไปข้างนอกก็ต้องหยีตาให้กับแสงอาทิตย์ที่แผดเผาเข้ามาจนถึงชั้นหนังกำพร้า จะไปห้างก็เบื่อเบื๊อ จะให้เล่นน้ำก็สู้แรงเด็กสมัยนี้ไม่ไหว ไม่เป็นไรครับ วันนี้ L’Officiel Hommes Thailand จะช่วยคุณเองด้วยการแนะนำสถานที่เก๋ๆ คลายร้อนพร้อมได้รูปสวยมาอัพลงอวดเพื่อนๆในโซเชียลอีกด้วย

1. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต

หนึ่งเกาะในท้องทะเลอันดามันที่มีความสวยงามมากๆ คือ เกาะไม้ท่อน ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเก็ต สามารถเดินทางจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ด้วยความที่เกาะนี้เป็นเกาะส่วนตัวและเพิ่งเปิดให้เข้าชมได้ไม่นานทำให้เกาะไม้ท่อนยังมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์อยู่มาก จนได้ฉายาว่าเป็น มัลดีฟเมืองไทย เพราะมีน้ำทะเลใสราวกับกระจกสีฟ้า และแนวประการังที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ทอดยาวตลอดแนว และถ้าหากใครโชคดีอาจจะได้เจอโลมาออกมาว่ายทักทายเราอีกด้วย แต่เนื่องด้วยเกาะแห่งนี้เป็นเกาะส่วนตัว ทำให้ไม่สามารถเข้าไปเองได้ ต้องซื้อทัวร์เข้าไปเท่านั้น ซึ่งทางทัวร์เค้าก็จะมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราทำไม่ว่าจะเป็นดำน้ำตื้นหรือจะเดินเล่นศึกษาธรรมชาติเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเขาได้อีกด้วย

2. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

หน้าร้อนแบบนี้นอกจากทะเลแล้วก็ต้องหนีเขาป่านี่แหละ เพราะการันตีเลยว่าจะได้ฟินกับอากาศเย็นๆใต้เงาไม้และบรรยากาศสวยๆ อย่างแน่นอน ซึ่งปางอุ๋งก็คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายๆ คนเพราะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี และที่อยากอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติต้องไม่พลาดที่จะไปนอนกางเต้นท์ริมทะเลสาปปางอุ๋ง เพราะในยามเช้าคุณจะได้ชมวิวของสายหมอกที่ลอยคลอเคลียอยู่เหนือทะเลสาบได้ใกล้กว่าใครเพื่อน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น ล่องแพชมวิวและบรรอากาศโดยรอบของปางอุ๋ง ไปเยี่ยมชมสวนโครงการพระราชดำริ หรือไปเดินเล่นในโซนสวนดอกไม้เมืองหนาวเช่น ไฮเดรนเยีย พวงแสด และกุหลาบนานาพันธุ์ ซึ่งการเดินทางไปยังปางอุ๋งนั้นมีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการขับรถส่วนตัว หรือนั่งรถสองแถวจากตลาดสายหยุดไปปางอุ๋ง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

3. โดดน้ำล่องแพ จังหวัดกาญจนบุรี

กาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดที่เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวเพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเพียงแค่ 129 กิโลเท่านั้น เและยังเป็นเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ทั้งยังมีธรรมชาติทีสุดจะ unseen อีกหลายที่ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกสวยๆ ที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี รวมถึงความสวยงามของขุนเขาและผืนป่า อาทิ น้ำตกเอราวัณ สะพานข้ามแม่น้ำแคว วัดวังก์วิเวการาม น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือเขาช้างเผือก เป็นต้น

4. หมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศศรีลังกา

ถ้าพูดถึงทะเลาสีฟ้าครามและหาดทรายสีขาวละเอียดหลายคนคงนึกถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์เป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะถึงแม้จะเป็นเกาะที่มีขนาดเล็กสุดในแถบเอเชียแต่ความงดงามของท้องทะเลทำให้มัลดีฟส์ได้รับฉายาว่าไข่มุกแห่งมหาสุมทรอินเดีย ส่วนช่วงที่ไปเที่ยวมัลดีฟส์ที่สุดคือช่วงฤดูร้อนอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน สำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวมัลดีฟส์นั้นอยู่ได้ 30 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนการเดินทางก็ง่ายแสนง่ายเพราะมีหลายสายการบินที่บินตรงถึงมัลดีฟส์เลย และกิจกรรมที่ใครๆ ต่างก็ต้องทำเมื่อไปเยือนมัลดีฟส์นั้นคือการดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำลึกหรือดำน้ำตื้น พายเรือแคนู วินเซิร์ฟ (กระดานโต้คลื่น) หรือล่องเรือดูพระอาทิตย์ตกเรียกได้ว่าเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนอันลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเลยทีเดียว

5. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
แม้ว่าคืนวันจะผ่านไปกี่ปีแต่หัวหินยังคงเป็นเมืองชายทะเลที่ครองใจหลายคนอยู่เสมอ และยังคงได้รับความนิยมสูงเสมอมา เพราะห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 196 กิโลเมตร หรือขับรถเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น และนอกจากทะเลแล้วหัวหินยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย อาทิ สวนสนประดิพัทธ์ที่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินเพียงแค่ 7 กิโลเมตร ที่นั่นคุณจะพบกับบรรยากาศเงียบสงบที่ยังคงความเป็นธรรมชาติหรือจะเป็นไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วิรยาร์ด ที่เต็มไปด้วยองุ่นขนาด 200ไร่ และล้อมรอบไปด้วยภูเขา แถมยังมีกิจกรรมให้นั่งช้างชมไร่องุ่นอีกด้วย อีกที่หนึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก seen space แหล่งแฮงก์เอาท์บรรยากาศดีติดริมทะเลหัวหิน ซึ่งเป็น community เล็กๆ แต่มีทั้งร้านคาเฟ่ สินค้าแฟชั่น รวมทั้งร้านอาหารที่จบครบครันในที่เดียว

Related Post