อัพเดทนาฬิกา GMT บอกเวลาสองประเทศจากงาน BaselWorld 2018

สำหรับคนที่เป็นแฟนขาประจำของนาฬิกาดีไซน์สปอร์ตที่มาพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ 

หลายคนที่ยังสงสัยว่าเจ้านาฬิกาจีเอ็มทีมีลักษณะอย่างไร ต้องบอกว่านาฬิกาจีเอ็มทีเป็นนาฬิกาที่สามารถบอกเวลาได้พร้อมกันสองประเทศโดยใช้เข็มชั่วโมงเข็มที่สอง ซึ่งมักมีรูปทรงหรือสีต่างจากเข็มชั่วโมงปกติ และเข็มนี้จะเดินครบหนึ่งรอบหน้าปัดนาฬิกาในเวลา 24 ชั่วโมง อ่านเทียบกับสเกลที่อยู่บนขอบตัวเรือน บ้างมีการแบ่งสีเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน หรือบ้างตัวก็ไม่แบ่งชัดเจน ข้อยกเว้นเดียวคือเรือนสุดท้ายอย่างเจ้า Casio ซึ่งเป็นเครื่องควอตซ์ ไม่ใช่เครื่องนาฬิกาแบบจักรกลจึงมีลักษณะแตกต่างออกไป

ในการใช้งานจริง หากบ้านเราอยู่เมืองไทยและจะเดินทางไปประเทศอื่น เราก็ตั้งเข็ม 24 ชั่วโมงนี้ให้เป็นเวลาไทยไว้ก่อน เมื่อไปถึงประเทศปลายทางแล้วก็ตั้งเข็มชั่วโมงปกติให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น เพียงเท่านี้เราก็จะทราบเวลาเมืองไทยแล้วว่าเป็นตีห้าหรือห้าโมงเย็น เป็นต้น ถามว่าจำเป็นหรือไม่ ก็ไม่จำเป็น เพราะดูเวลาในมือถือได้หรือบวกเวลาในหัวได้ แต่มันก็เป็นฟังก์ชั่นที่มีกันมาตั้งแต่สมัยก่อนและก็จะมีต่อไปครับ

Rolex Oyster Perpetual GMT-Master II

รุ่นใหม่ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำและน้ำตาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน วัสดุตัวเรือนและสายเป็นเอเวอร์โรสโกลด์ทั้งเรือน ทรงพลังมากๆ

 

TAG Heuer Carrera Chronograph GMT

จับเวลาได้ด้วยและบอกเวลาในประเทศที่สองได้ด้วย หน้าปัดเป็นแบบเปิดเพื่อให้เห็นกลไกของตัวเครื่องที่อยู่ด้านล่าง ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลขนาด 45 มม. ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำและน้ำเงิน

 

Tudor Black Bay GMT

เป็นนาฬิกาที่เรียกความสนใจของนักข่าวได้มากเพราะเดิม Tudor ไม่มีการผลิตนาฬิกาจีเอ็มทีในลักษณะนี้ ยิ่งประกอบกับความนิยมของ Black Bay ในเวลานี้ก็เชื่อว่าจะมีแต่คนอยากรีบจับจองก่อนใคร

 

Grand Seiko Blue Ceramic Hi-beat GMT “Special” Limited Edition (SBGJ229G)

พื้นหน้าปัดลายพิเศษออกใหม่ปีนี้ ตัวเรือนไทเทเนียมครอบทับด้วยเซรามิกสีน้ำเงิน ขนาดบึกบึน 46.4 มม. ใครชอบงานผลิตระดับสูงแบบไม่กลัวว่าเป็นญี่ปุ่นแต่ราคาสวิสก็ลองดูได้

 

Oris Big Crown ProPilot Calibre 114

เครื่องไขลานแบบมีกำลังลานสำรองยาวนานถึง 10 วันพร้อมเข็มบอกกำลังลานสำรองบริเวณสามนาฬิกา ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มม. หน้าปัดสีเทา ปลายเข็มจีเอ็มทีมีสัญลักษณ์รูปเครื่องบินสีแดง

 

Casio G-Shock MRG-G2000HA

ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยวิธีการทุบอย่างละเอียดจนเกิดเป็นลายคล้ายบ่าบนด้ามดาบซามูไรโดยฝีมือช่างชาวญี่ปุ่นอายุ 75 ปี การบอกเวลาประเทศที่สองใช้หน้าปัดเล็กที่อยู่บริเวณหกนาฬิกา

Related Post